การแต่งงานแบบจีน

อาหารมงคล ของหมั้น การยกน้ำชา และรายละเอียดต่างๆของการแต่งงานแบบจีน
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
โพสต์: 61
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 06 พ.ค. 2015 4:02 pm

การแต่งงานแบบจีน

โพสต์โดย admin » เสาร์ 25 มี.ค. 2017 2:04 pm

การแต่งงานแบบจีน


รูปภาพ


การแต่งงาน คงจะเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่มีความสำคัญของมนุษย์ทุกคนเป็นอย่างมาก เพราะมันหมายถึงชีวิตคู่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น พิธีแต่งงานที่ได้มีการกำหนดกฎเกณฑ์ไว้บนโลกนี้นั้นมีอยู่หลายรูปแบบด้วยกัน ซึ่งสิ่งที่นำมาเป็นปัจจัยกำหนดรูปแบบการแต่งาน ก็มักจะเป็นเรื่องของชนชาติและศาสนา เช่น ในไทยมีพิธีแต่งงานแบบไทย ในบรรดาชาวคริสต์มีพิธีแต่งงานแบบคริสต์ อิสลาม ก็มีพิธีแต่งงานแบบอิสลามอย่างนี้เป็นต้น โดยในบทความนี้เราจะขอกล่าวถึงพิธีแต่งงานของคนกลุ่มหนึ่ง ได้แก่ คนจีน และชาวไทยเชื้อสายจีน เนื่องจากจัดว่าเป็นพิธีที่มีความน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

สำหรับพิธีแต่งงานแบบจีนนั้น ถือเป็นพิธีที่ต้องเน้นเรื่องของฤกษ์ โชคลางต่าง ๆ อยู่ค่อนข้างสูง การที่คู่บ่าวสาวสักคู่หนึ่งจะแต่งงานกันจะต้องมีการดูฤกษ์ แล้วเลือกแต่งในช่วงที่มีฤกษ์ดีเท่านั้น ต่างจากพิธีแต่งงานไทยที่หากรู้ฤกษ์ดีแล้ว แต่ถ้าคู่บ่าวสาวไม่สะดวกก็สามารถแต่งช่วงเวลาที่คิดว่าสะดวกแทนได้ สิ่งแรกที่บ่าว – สาวต้องทำ หลังจากตกลงว่าจะแต่งงานกันแน่นอนแล้วคือนำวัน – เดือน – ปีและเวลาเกิดไปให้ซินแสผูกดวงเพื่อหาวันมงคลในการทำพิธีต่าง ๆ(สมัยก่อนหน้าที่นี้จะเป็นของฝ่ายชาย แต่ปัจจุบันบ่าว – สาวคล้องแขนไปด้วยกันก็ไม่ผิด) ซึ่งวันมงคลที่ว่าไม่ได้หมายถึงวันสู่ขอหรือวันทำพิธีเท่านั้น แต่บางบ้านที่เคร่งมาก ๆ อาจรวมถึงวันและเวลาที่จะลงกรรไกรตัดชุดแต่งงานด้วย

รูปภาพ


นอกจากนี้ในพิธีแต่งงานแบบจีน ยังต้องมีการเตรียมข้าวของ สินสอดทองหมั้น ของไหว้ รวมไปถึงเครื่องแต่งตัวที่พ้องกับสัญลักษณ์มงคลอีกด้วย เช่น ส้มเช้งสีเขียวที่ติดสัญลักษณ์ซังฮี่ ขนมมงคลชนิดต่าง ๆ ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือขนมอี้ รวมไปถึงเอี๊ยมแต่งงานของเจ้าสาวที่ต้องมีการปักตัวอักษรมงคล และประกอบกับเครื่องแต่งตัวอีกหลายชนิด

รูปภาพ


วันสู่ขอ
ฝ่ายชายจะเดินทางไปบ้านฝ่ายหญิงตามฤกษ์ที่ได้จากซินแส โดยไปพร้อมกับแม่สื่อ (ถ้ามี) เถ้าแก่ และพ่อแม่ ตามมารยาทที่ดีควรเตรียมของฝากเล็ก ๆ น้อย ๆไปกำนัลครอบครัวฝ่ายหญิง อาจเป็นขนมที่สืบรู้มาว่าชอบกินกันเป็นพิเศษหรือจะเป็นกระเช้าผลไม้ก็ได้เหมือนกัน
วันนี้ฝ่ายชายต้องแจ้งกำหนดการจัดพิธีต่าง ๆ ให้ครอบครัวฝ่ายหญิงได้รับรู้ รวมถึงต้องไม่ลืมตกลงกันว่าฝ่ายไหนจะดูแลค่าใช้จ่ายในวันใดบ้างที่นิยมทำกันคือ วันหมั้นฝ่ายหญิงเป็นผู้ดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายงานเลี้ยง ส่วนวันแต่งงานเป็นหน้าที่ของฝ่ายชาย แต่ข้อกำหนดนี้ไม่ตายตัว สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามฐานะและการตกลงกันของบ่าว – สาว หากคู่ไหนตกลงใจสร้างบ้านใหม่ก็อาจพูดคุยหาข้อสรุปร่วมกันว่าจะปลูกที่ไหน บนพื้นที่ของใคร เมื่อตกลงทุกเรื่องเรียบร้อยแล้ว ต่างฝ่ายค่อยแยกย้ายไปเตรียมของสำหรับใช้ในพิธีต่าง ๆเพื่อรอวันยกขันหมาก

รูปภาพ

สิ่งที่เจ้าสาวตระเตรียม

ฝ่ายหญิงต้องเตรียมข้าวของเครื่องใช้และเครื่องแต่งงานไว้ ดังนี้

1. เอี๊ยมแต่งงาน คือ เอี๊ยมแดงที่ตรงกลางเป็นช่องกระเป๋าปักตัวอักษรจีน ซึ่งแปลว่าอยู่กินกันจนแก่ 100 ปี ในกระเป๋าใส่เมล็ดพืช 5 ชนิด ได้แก่ ข้าวเปลือก ข้าวสาร ถั่วเขียว สาคู ถั่วแดง (ห่อไว้ในกระดาษแดง) เพื่ออวยพรให้รุ่งเรืองงอกงาม พร้อมใส่เหรียญทองลายมังกร(บางบ้านใส่เงินเพิ่มเติมลงไปด้วย) เพื่ออวยพรให้ร่ำรวย จากนั้นเสียบปิ่นทองไว้ที่ปากกระเป๋าเอี๊ยมเพื่ออวยพรให้สมปรารถนา พร้อมใส่ต้นชุงเฉ้า ต้นไม้มงคลที่หมายถึงความมีเกียรติ
2. ต้นชุงเฉ้า หรือต้นเมียหลวง 2 ต้น ให้ความหมายว่าเป็นเมียเพียงคนเดียว
3. ส้มเช้ง 1 ถาดใหญ่ ติดตัวหนังสือ “ซังฮี้”แปลว่าคู่ยินดี (ปริมาณมากน้อยแล้วแต่กำหนด)
4. ชุดลำไยแห้ง 2 ชุดและลูกลำไยแห้งอวยพรให้มีความหวานชื่น
5. ใบทับทิม เตรียมไว้ประดับของทุกถาดที่ฝ่ายชายต้องยกกลับ
6. เซฟแดง สำหรับใส่เงินทองและเครื่องประดับที่เจ้าสาวนำติดตัวออกไปจากบ้าน
7. ของใช้สำหรับเจ้าสาว ได้แก่ กะละมังสีแดง 2 ใบ ถังน้ำสีแดง 2 ใบ กระป๋องน้ำสีแดง 2 ใบ กระโถน 1 ใบ กระจก กรรไกร ด้าย เข็ม
8. ถาดใส่ของ จัดเตรียมไว้เป็นคู่กี่คู่ก็ได้
9. แผ่นรูปหัวใจสีแดง สำหรับติดเครื่องประดับทองและเพชร จะมีจำนวนมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับฐานะเจ้าสาว
10. พัดแดง สำหรับเจ้าสาวถือตอนส่งตัว
11. รองเท้าเกี๊ยะสีแดง 1 คู่ สำหรับใส่ในเช้าวันแรกที่อยู่บ้านฝ่ายชาย
12. หมอน 1 ชุด ได้แก่ หมอนข้าง 1 คู่ หมอนหนุน 1 คู่ หมอนหนุนใบยาว 1 ใบ (มีหรือไม่มีก็ได้) ผ้าปูที่นอน และผ้าห่ม 1 ผืน
13. ตะเกียง เชิงเทียน ชุดน้ำชา และกาเหล้าสีแดง
14. ไข่ต้มย้อมเปลือกเป็นสีแดง จัดเตรียมเป็นจำนวนคู่ เพื่ออวยพรให้มีลูกหลานมาก ๆ
15. ของขวัญ สำหรับมอบให้พ่อแม่และญาติฝ่ายชาย


เจ้าบ่าวหามา

ขณะที่ฝ่ายหญิงเตรียมข้าวของมากมายฝ่ายชายก็ไม่น้อยหน้า เพราะต้องเตรียมเครื่องขันหมากตามที่ฝ่ายหญิงกำหนดให้ครบถ้วน โดยแยกเป็นสินสอดและทองหมั้น สินสอดคือค่าน้ำนมที่ต้องมอบให้พ่อแม่ฝ่ายหญิง หากปู่ย่าตายายยังอยู่ ก็ต้องจัดเงินอั่งเปาพร้อมชุดหมูให้ 1 ชุด ประกอบด้วยขาหมูทั้งขาแบบสด ๆ บางบ้านอาจขอให้จัดชุดเครื่องในหมู ซึ่งประกอบด้วยตับ หัวใจ กระเพาะมาด้วย โดยทุกชิ้นติดคำว่าซังฮี้เอาไว้สำหรับทองหมั้น ตามประเพณีจีนแต่เดิมได้แก่ ทอง 4 อย่าง (เลข 4 เป็นเลขดีของคนจีน) คือ กำไลทองคำ สร้อยคอทองคำ ต่างหูทองคำ และเข็มขัดทองคำ นอกจากนี้ยังมีเครื่องขันหมากอื่น ๆ ที่ฝ่ายชายต้องเตรียมมาแบบจัดเต็มเพื่อความเป็นสิริมงคลและสมบูรณ์แบบของพิธี ดังนี้

1. กล้วยทั้งเครือ เลือกแบบที่ยังเขียว ๆ ยิ่งมีลูกเยอะ ๆ เป็นจำนวนเลขคู่ได้ยิ่งดี เพราะเชื่อว่าจะได้มีลูกสืบสกุลเต็มบ้าน (ต้องติดอักษรซังฮี้ทุกลูกด้วย)
2. อ้อย 1 คู่ ยกมาทั้งต้น เพื่ออวยพรให้ชีวิตคู่หวานชื่น บางบ้านไม่จัดมาเพราะแม้จะหวานแต่อ้อยกินยาก
3. ส้มเช้งจัดมาเป็นคู่ (อาจเป็น 44, 84หรือร้อยกว่าผล) โดยติดตัวอักษรซังฮี้ทุกผลหมายถึงความโชคดี
4. ขนมหมั้น, ขนมแต่งงาน ที่นิยมคือขนม 5 อย่าง ได้แก่ ขนมเหนียวเคลือบงา ขนมเปี๊ยะ ขนมถั่วตัด ขนมข้าวพองทุบ และขนมโก๋อ่อน โดยจัดมาในปริมาณตามที่ฝ่ายหญิงกำหนด
5. ชุดหมู แบ่งเป็น 4 ถาด ถาดแรกใส่หัวหมูพร้อมเท้าทั้งสี่ (ตัดเล็บให้เรียบร้อย) และหางอีกสองถาดใส่ขาหมูสดถาดละข้าง และถาดสุดท้ายวางเนื้อส่วนท้องของแม่หมู เพื่ออวยพรให้เจ้าสาวได้อุ้มท้องผู้สืบสกุลให้แก่ฝ่ายชาย (ฝ่ายหญิงต้องให้ชุดหมูที่ประกอบด้วยหัวใจหมูทั้งยวงที่มีปอดและตับติดอยู่ตอบแทนกลับไป)
6. ชุดเซ่นไหว้ ที่บ้านเจ้าสาว 2 ชุด สำหรับไหว้เจ้าที่และไหว้บรรพบุรุษ
7. โบว์แดงหรือชมพู สำหรับผูกหน้ารถแต่งงาน

รูปภาพ


วันพิธีมาถึง

เมื่อฝ่ายชายยกขันหมากมาถึงบ้านฝ่ายหญิง ทั้งสองจะนำเครื่องขันหมากที่ตกลงกันไว้ในวันสู่ขอมามอบให้กัน โดยฝ่ายหญิงจะมอบเอี๊ยมแดง (ฝ่ายชายจะต้องคืนปิ่นทองเพื่อให้เจ้าสาวใช้ติดผมตอนออกจากบ้านในวันรับตัว) พร้อมกับให้ส้มเช้งที่เตรียมไว้และคืนขนมแต่งงานกลับไปครึ่งหนึ่ง
ตามธรรมเนียมจีนจะไม่มีพิธีสวมแหวนหมั้นและนับสินสอด แต่สำหรับครอบครัวชาวไทยเชื้อสายจีนบางครอบครัวที่อยากมีพิธีนี้สามารถแทรกได้ก่อนที่จะมอบเครื่องขันหมากตามประเพณีจีน

พิธีส่งตัวเริ่มต้นที่บ้านเจ้าสาว

ส่วนใหญ่ฤกษ์ส่งตัวของเจ้าสาวมักเป็นช่วงเวลากลางคืน จึงเป็นที่มาของคำว่า “คืนส่งตัว” ในวันนี้คุณแม่เจ้าสาวจะติดปิ่นทองและทับทิมให้ที่ผมเจ้าสาว จากนั้นเจ้าสาวจะทำพิธีไหว้เทพยดาฟ้าดิน ไหว้เจ้าที่ ไหว้บรรพบุรุษ และกินอาหาร 10 อย่างที่พ่อแม่คีบให้พร้อมรับฟังคำอวยพรที่ช่วยกันเอ่ยตามความหมายมงคลของอาหารชนิดต่าง ๆ เจ้าบ่าวมารับแล้ว

เมื่อเจ้าบ่าวมาถึงบ้านเจ้าสาวพร้อมเถ้าแก่ (พ่อแม่เจ้าบ่าวรออยู่ที่บ้าน และไม่ออกมาปรากฏตัวจนกว่าจะถึงพิธียกน้ำชา ถ้าออกมาก่อนเวลา เชื่อว่าจะไม่ถูกกับลูกสะใภ้) แล้วเดินฝ่าประตูเงินประตูทอง เพื่อเรียกอั่งเปา เมื่อผ่านทุกประตูแล้วก็จะเจอเจ้าสาวในชุดแต่งงานนั่งถือพัดแดงคอยอยู่จากนั้นทั้งคู่จะต้องกิน ขนมอี้ สีชมพูด้วยกันโดยผลัดกันป้อนในคำแรก จากนั้นจะป้อนกันจนหมดชาม หรือต่างคนต่างกินก็ได้ แต่ก็มีบางบ้านที่ตั้งโต๊ะให้คู่บ่าว – สาวป้ายแดงกินอาหารมงคล 10 อย่างด้วยกันก่อนจะลาพ่อแม่ขึ้นรถแต่งงานออกไป โดยมีเคล็ดว่าระหว่างทางเจ้าสาวห้ามเหลียวหลังกลับมามองบ้านเป็นอันขาด

การพาเจ้าสาวออกจากบ้านไปขึ้นรถแต่งงานนั้น บางบ้านจะเชิญเจ้าสัวฐานะดีครอบครัวสมบูรณ์ 4 คนมาเป็นผู้ส่งตัวเจ้าสาวออกจากบ้าน โดยเจ้าสัวคนที่หนึ่งเป็นผู้จูงมือเจ้าสาวไปขึ้นรถ เจ้าสัวคนที่สองเป็นผู้เปิดประตูรถ เจ้าสัวคนที่สามเอ่ยคำกลอนหรือคำมงคลเพื่อเป็นการให้ศีลให้พร ปิดท้ายด้วยเจ้าสัวคนที่สี่พรมน้ำมนต์ด้วยกิ่งทับทิมที่รถแต่งงานก่อนเคลื่อนขบวน

ในรถแต่งงาน (หรือรถในขบวน) จะต้องขนกระเป๋าเสื้อผ้า ทรัพย์สิน ของติดตัวเจ้าสาวที่พ่อแม่ให้มา ตลอดจนของขวัญที่เจ้าสาวเตรียมไว้แจกญาติเจ้าบ่าวไปด้วยนอกจากบ่าว – สาวนั่งในรถแล้ว จะต้องมีญาติเจ้าสาวซึ่งเป็นผู้ชายถือตะเกียงนำขบวนไปด้วยเพื่อเป็นเคล็ดว่าให้คู่บ่าว – สาวได้มีลูกชายสืบสกุล โดยถ้าเป็นรถคันเดียวกัน คนถือตะเกียงต้องนั่งหน้าคู่คนขับ แต่ถ้าอยู่คนละคันจะต้องนั่งรถคันที่นำหน้ารถของบ่าว – สาว



ถึงบ้านเจ้าบ่าวต้องไหว้ฟ้าดิน

เมื่อถึงบ้านฝ่ายชาย บ่าว – สาวต้องทำพิธีไหว้ฟ้าดิน ไหว้เจ้าที่ ไหว้บรรพบุรุษ เพื่อแจ้งให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์รับรู้ว่าครอบครัวนี้กำลังจะมีสมาชิกใหม่เข้ามาอยู่ในบ้าน และเพื่อขอพรให้อยู่กันอย่างราบรื่น โดยเจ้าบ่าวต้องเตรียมของไหว้ดังนี้ ส้ม 5 ผล ขนม 1 จาน ชา 5 ถ้วย ขนมอี้ 5 ชาม เทียนแดง กระถางธูป ธูป 10 ดอก (เจ้าสาว 5 ดอก เจ้าบ่าว 5 ดอก) ส่วนเจ้าสาวเตรียมแค่เชิงเทียนมา 1 คู่ จากนั้นทำพิธียกน้ำชาให้พ่อแม่ต่อด้วยญาติผู้ใหญ่ของฝ่ายชาย แล้วจึงผลัดกันป้อนขนมอี้สีชมพูอีกครั้ง

รูปภาพ


ยกน้ำชาเรียกความเอ็นดู

เจ้าสาวจะต้องเป็นฝ่ายเตรียมชุดน้ำชาโดยใส่น้ำตาลกรวดประมาณ 1 หยิบมือเล็ก ๆเพื่อเป็นเคล็ดว่าให้ญาติฝ่ายเจ้าบ่าวที่ดื่มชารักและเอ็นดู หลังจากที่ดื่มแล้วญาติผู้ใหญ่จะให้เงินทองเป็นของรับขวัญ ซึ่งเจ้าสาวต้องแสดงความขอบคุณด้วยของขวัญที่เตรียมมา ถ้าซื้อผ้ามามอบให้ก็ต้องพับให้เรียบร้อยแล้วใช้ด้ายแดงเย็บตรึง 4 มุม โดยด้ายจะต้องไม่เป็นปมหรือเงื่อนเพื่อไม่ให้ชีวิตคู่เกิดปมปัญหา

ปัจจุบันนิยมจัดงานที่โรงแรมเพื่อความสะดวก จึงมีการลำดับขั้นตอนใหม่ โดยนำพิธียกน้ำชามาไว้ตอนท้ายของพิธีการทั้งหมดและเชิญญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาพร้อมกัน ส่วนที่ว่าจะยกน้ำชาให้ฝ่ายไหนก่อนขึ้นอยู่กับการตกลงกันระหว่างสองครอบครัว เมื่อเสร็จถือว่าจบพิธี จะพักโรงแรมต่อหรือขับรถกลับเรือนหอก็แล้วแต่

รูปภาพ

รูปภาพ


สามวันคล้อยหลังค่อยกลับบ้าน

หลังจากตื่นนอนในเช้าวันแรกที่บ้านฝ่ายชาย เจ้าสาวต้องสวมรองเท้าเกี๊ยะพร้อมถืออ่างน้ำไปให้พ่อแม่เจ้าบ่าวล้างหน้า เพื่อเป็นเคล็ดว่านอกจากจะตื่นเช้าเป็นแม่บ้านแม่เรือนแล้ว ยังกตัญญูปรนบัติพ่อแม่สามีไม่ต่างจากพ่อแม่ตัวเองหลังแต่งงานเข้าบ้านฝ่ายชายไปแล้ว 3 วัน(บางบ้านกำหนดให้กลับบ้านได้เมื่อผ่านไปแล้ว 12 วัน) ก็ถึงเวลาที่เจ้าสาวจะได้กลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่ แต่การกลับบ้านครั้งนี้ต้องมีน้องชายมารับ (ถ้าไม่มีน้องชายจะให้หลานชายหรือญาติผู้ชายที่อายุน้อยกว่ามารับแทนก็ได้) โดยเจ้าสาวต้องเตรียมส้ม 12 ผลใส่ถาดไปด้วย เมื่อไปถึงบ้านเจ้าสาว คู่แต่งงานใหม่ต้องทำพิธียกน้ำชาให้พ่อแม่และญาติฝ่ายหญิง ต่อด้วยงานเลี้ยงต้อนรับลูกเขย

ขอบคุณข้อมูลจาก mthai.com

ตัวอย่างงานจาก Youtube


8-)
รูปภาพ

ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 0 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน