สุด "Exclusive" กับสถานที่ดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ ต่างแดน

แหล่งรวมสถานที่ Honeymoon ทริปเดินทางหลังการแต่งงาน
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
โพสต์: 61
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 06 พ.ค. 2015 4:02 pm

สุด "Exclusive" กับสถานที่ดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ ต่างแดน

โพสต์โดย admin » อังคาร 26 พ.ค. 2015 3:48 am

@@@สถานที่ฮันนีมูน "ต้องห้ามพลาด" ซึ่งคู่รักต่างใฝ่ฝัน ที่สักครั้งหนึ่งในชีวิต ต้องไปเยือนให้ได้ ทั้งทิวทัศน์ที่สวยงามแปลกตา ประกอบกับบรรยากาศสุดแสนโรแมนติก@@@

;)

1.มัลดีฟส์ : หรือชื่อทางการคือ สาธารณรัฐมัลดีฟส์ โดยหมู่เกาะมัลดีฟส์ (Maldives) เป็นประเทศหมู่เกาะที่ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย ห่างจากประเทศศรีลังกา ประมาณ 700 กิโลเมตร ทางตอนตะวันตกเฉียงใต้ หมู่เกาะมัลดีฟส์เกิดขึ้นมาจากการทับถมของหินประการัง ซึ่งลักษณะทางภูมิศาสตร์จะเป็นเกาะเล็กๆ กระจัดกระจายประมาณ 1,192 เกาะ ซึ่งมีคนอยู่อาศัยอยู่ทั้งหมด 250 เกาะ ประเทศมัลดีฟส์เป็นประเทศที่นับได้ว่ามีขนาดเล็กที่สุดในทวีปเอเชีย ทั้งในแง่ของจำนวนประชากรและขนาดพื้นที่ และยังถือเป็นประเทศที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลที่เตี้ยที่สุดในโลกอีกด้วย จุดที่สูงที่สุดแค่ประมาณ 2.3 เมตรจากน้ำทะเล
- มีการควบคุมดูแลใส่ใจในเรื่องของทัศนียภาพของเกาะ ให้ดำรงเอาไว้ซึ่งความเป็นธรรมชาติให้มากที่สุด ในรีสอร์ทแต่ละแห่งนั้นจึงถูกคัดเลือกในสิ่งที่ดีสุด เพื่อเอาอกเอาใจบรรดาเหล่านักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมของโลก นอกจากนี้ยังมีการจำกัดจำนวนพร้อมทั้งกำหนดเขต จึงทำให้มัลดีฟส์ไม่มีอาคารสูงมาบดบังทัศนียภาพอันงดงาม
- เป็นเกาะสวรรค์ที่มีธรรมชาติและอากาศบริสุทธิ์ ทั้งยังมีโลกใต้ทะเลที่ยังอุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยปลาและปะการังนานาชนิด ซึ่งถือเป็นสวรรค์ที่นักดำน้ำใฝ่หา

รูปภาพ


- โดยทั่วไป มัลดีฟส์จะมี 2 ฤดูมรสุมใน 1 ปี : มรสุมทางทิศเหนือ - ตะวันออกหรือ Ruvai จะเป็นช่วงเดือนธันวาคม - มีนาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ค่อนข้างแห้งแล้ง อีกมรสุมคือทางทิศใต้ - ตะวันตก หรือ Ulhangu ซึ่งจะเป็นช่วงเดือนเมษายน-พฤศจิกายน และจะมีฝน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพายุฝน และมีลมแรงในบางครั้ง อุณหภูมิในตอนกลางวันจะอยู่ที่ประมาณ 28 องศาเซลเซียส (82องศาฟาเรนไฮต์) ตลอดทั้งปี ความชื้นจะมีน้อยกว่าในช่วงหน้าแล้ง แต่ตลอดทั้งวันจะมีลมทะเลพัดเย็นสบาย
- ในส่วนของที่พักก็มีให้เลือกหลากหลาย แล้วแต่ความชื่นชอบส่วนบุคคล รวมถึงกำลังทรัพย์ในกระเป๋า แต่เอกลักษณ์สำคัญของรีสอร์ตในมัลดีฟส์ คือ 1 เกาะเท่ากับ 1 รีสอร์ต จึงทำให้มีความเป็นส่วนตัวค่อนข้างสูง และที่สำคัญ หากคุณอยากจะข้ามไปยังเกาะที่อยู่บริเวณใกล้ ๆ ต้องทำเรื่องขออนุญาตจากทางการก่อนทุกครั้ง! ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่อยากไปพักผ่อนอย่างแท้จริง
- กิจกรรมที่ใคร ๆ ก็ต้องทำหากไปเยือนมัลดีฟส์ นั่นคือ การดำน้ำ มีทั้งดำน้ำลึกและดำน้ำตื้น โดยเฉพาะการดำน้ำลึก เพื่อชมความงดงามของโลกใต้ทะเล ซึ่งนอกจากโลกของสัตว์น้ำอันน่าตื่นตาแล้ว ใต้ท้องทะเลมัลดีฟส์ ยังมีจุดดำน้ำที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น ซากเรือเดินทะเลที่อับปางลงในอดีต และกลายมาเป็นแนวปะการังที่เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำน้อยใหญ่มากมาย
- อีกทั้งบนท้องฟ้าก็ยังมีบริการเที่ยวบินชมความงามของอะตอล (โครงสร้างของซากปะการังที่ทับถมกันในเขตน้ำตื้นกลางทะเล ซึ่งมาจากการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก มีรูปร่างคล้ายวงแหวนเป็นลากูน) หาดทราย และแนวปะการังจากมุมสูงอีกด้วย อ๊ะ ๆ ยังไม่หมด การตกปลาและการพายเรือแคนู ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าหลงใหลไม่แพ้กัน

รูปภาพ


- ความประทับใจอีกอย่างของการเยือน มัลดีฟส์ ซึ่งหลายคนอาจไม่คุ้นเคย คือการได้เข้าไปสัมผัสโลกที่เหมือนหยุดเวลาเอาไว้นับศตวรรษของหมู่บ้านชาวประมง ซึ่งไม่ว่าส่วนไหนของเกาะก็ดูเหมือนวันเวลาของเด็กและคนชราจะไม่เคยต้องรีบเร่งเลยแม้แต่น้อย (เวลาช้ากว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง) ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ในเมืองมาเล เช่น ตลาดปลา อาชีพหลักของชาวมัลดีฟส์คือการประมง ทุก ๆ วันจะมีปลาสด ๆ จากทะเลน้อยใหญ่มาส่งที่ตลาดแห่งนี้ ซึ่งตลาดสด จะอยู่ใกล้ ๆ กับตลาดปลา เป็นแหล่งรวมอาหารประเภทผักสด ผลไม้
- ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเดินทางไปท่องเที่ยวมัลดีฟส์ คือ ช่วงฤดูร้อน ซึ่งจะอยู่ระหว่างเดือนธันวาคมถึงเดือนเมษายน และโดยเฉพาะตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน อากาศร้อนและแห้งที่สุด ส่วนเดือนพฤษภาคมถึงพฤศจิกายนเป็นฤดูที่ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดผ่าน ทำให้มีพายุฝนกระหน่ำอยู่บ่อย ๆ ซึ่งช่วงนี้ราคาค่าที่พักจะถูกลงกว่าช่วงอื่น ๆ ส่วนช่วงเดือนพฤศจิกายนและช่วงต่อระหว่างมีนาคมกับเมษายน ถูกจัดว่าเป็นช่วงเวลาที่มีความพิเศษในตัวของมันเอง เพราะเชื่อกันว่าเป็นระยะเปลี่ยนผ่านของลมมรสุมซึ่งจะทำให้น้ำทะเลใสเป็นพิเศษ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดำน้ำโดยเฉพาะ


รูปภาพ


2.หมู่เกาะกรีก : ประเทศกรีซ เป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันน่าสนใจตั้งแต่ยุคกรีกโบราณ ที่สำคัญมันยังมีอิทธิพลมาจนถึงยุคสมัยนี้ ดังจะเห็นได้จากวัฒนธรรม ความเชื่อ หรือสถาปัตยกรรมที่ยังคงมีเอกลักษณ์แสดงถึงความเป็นกรีกโบราณอยู่ ทางด้านสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศกรีซก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นแหล่งประวัติศาสตร์ อย่าง วิหารพาร์เธนอน หรือแหล่งธรรมชาติ อย่าง หมู่เกาะซิคละดีส หรือ คีคลาเดส (Cyclades Islands) ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศกรีซ ที่นอกจากจะเป็นที่พักตากอากาศที่ดีแล้ว มันยังมีความงดงามรอบด้าน ทั้งภูเขา ทะเล และหมู่บ้านที่ตั้งเรียงรายกันอยู่
- เกาะอะนาฟี (Anafi) เป็นเกาะที่มีบรรยากาศเงียบสงบเหมาะแก่การพักผ่อน มีเพียงหมู่บ้านเดียวเท่านั้นที่ตั้งอยู่บนเกาะแห่งนี้ ซึ่งแน่นอนว่าธรรมชาติจึงมีความสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังมีหาดทรายสวย ๆ ให้คุณได้เดินรับลมทะเล ไม่ว่าจะมาเที่ยวแบบครอบครัว มาฮันนีมูน หรือมาเที่ยวคนเดียว คุณก็จะสนุกสนานไปกับการใช้ชีวิตบนเกาะ Anafi ในสไตล์ที่แตกต่างกัน

รูปภาพ


- เกาะคิโมลอส (Kimolos) เป็นเกาะที่มีบรรยากาศคึกคักตลอดทั้งปีเนื่องจากว่ามันตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับเกาะยอดฮิตอย่างเกาะ Milos จึงเป็นเสมือนจุดเชื่อมต่อระหว่างเกาะ ทว่าแม้จะมีผู้คนสัญจรผ่านไปมาอย่างต่อเนื่อง แต่ธรรมชาติบนเกาะ Kimolos ยังคงงดงามและบริสุทธิ์ นอกจากผู้คนจะแวะเวียนมาเล่นน้ำทะเลใส ๆ แล้ว การได้ชมวิถีชีวิตชาวบ้านริมฝั่งก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจไม่น้อย
- เกาะไคนอส (Kythnos)มีจุดเด่นอยู่ที่ชายหาดที่มีสันทรายโผล่ขึ้นมาดูคล้ายกับทะเลแหวกในบ้านเรา แถมน้ำทะเลยังใสแจ๋ว ผู้มาเยือนจึงไม่พลาดที่จะกินลมชมวิวบริเวณหาดทราย หรือเล่นน้ำทะเลในวันอากาศแจ่มใส รวมทั้งล่องเรือชมความงามของขุนเขาและสถาปัตยกรรมที่ไม่ซ้ำกันของบ้านแต่ละหลัง
-เกาะเซรีฟอส (Serifos)เป็นเกาะเล็ก ๆ ที่มีความน่าสนใจ โดยเฉพาะชายหาดที่ทอดยาวและจุดชมวิวบนยอดเขาสูงที่จะทำให้คุณเห็นเกาะอื่น ๆ ด้วย นอกจากนี้คุณยังจะทึ่งไปกับความงดงามยามพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก ที่ส่องแสงประกายบนน้ำทะเลจนเกิดเป็นแสงระยิบระยับ
- เกาะซีฟนอส (Sifnos)เป็นที่รู้กันดีว่า Sifnos เป็นเกาะที่ขึ้นชื่อสถาปัตยกรรมสีขาวของสิ่งปลูกสร้างรอบเกาะ อีกทั้งยังมีชายหาดที่สวยงามกับเนินเขาขนาดเล็กที่เหมาะแก่การขึ้นไปชมวิวในมุมสูงแต่ใช้เวลาไม่นาน นอกจากนี้ยังมีหมู่บ้านตั้งอยู่หลายแห่ง แต่หมู่บ้านที่ได้การยอมรับว่ามีทิวทัศน์อันสวยงาม คือ หมู่บ้าน Kastro ซึ่งมีถนนลาดยางเป็นทางเดินให้คุณได้ชื่นชมกับวิวสวย ๆ ของทะเลอันกว้างใหญ่
- เกาะเคาโฟนีเซีย (Koufonisia)ตั้งอยู่ระหว่างเกาะ Naxos และเกาะ Amorgos นักท่องเที่ยวนิยมมาปั่นจักรยานชิล ๆ หรือนอนอาบแดดบนชายหาดที่สวยงาม อีกทั้งน้ำทะเลสีครามยังเชิญชวนให้คุณลงไปแหวกว่ายโต้คลื่นที่ซัดไป-มาเบา ๆ หรือจะล่องเรือจากเกาะโน้นไปเกาะนี้ก็เป็นไอเดียที่ดี
- เกาะโฟลกานดรอส (Folegandros)เป็นเกาะขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของหมู่เกาะซิคละดีส มีภูมิทัศน์ที่หลากหลาย ทั้งผาสูงชัน ที่ราบ และถ้ำขนาดใหญ่ จุดเด่นยังอยู่ที่หมู่บ้านริมผาที่แม้จะดูหวาดเสียวไปสักนิด แต่ความสวยงามตรงหน้าก็คุ้มค่าที่จะเสี่ยงมายืนรับลมริมผาสักครั้ง และแน่นอนว่าไฮไลท์ของเกาะยังอยู่ที่ชายหาดสวย ๆ ที่พร้อมให้คุณไปลุยกิจกรรมท้าลมร้อน

รูปภาพ


- เกาะอะโมกอส (Amorgos)อยู่ทางด้านตะวันออกสุดของหมู่เกาะซิคละดีส ตัวเกาะมีความยาวถึง 30 กิโลเมตรทีเดียว และยังมีจุดชมวิวเหนือระดับน้ำทะเลซึ่งสูงประมาณ 800 เมตร หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบกิจกรรมทางน้ำเป็นชีวิตจิตใจละก็ มันจะไม่ทำให้คุณผิดหวังเลย ทั้งการเล่นน้ำ ล่องเรือ รวมทั้งจุดดำน้ำแจ่ม ๆ รอบเกาะด้วย
- เกาะไซรอส (Syros)เป็นหนึ่งในเกาะที่มีขนาดเล็กที่สุดในบรรดาหมู่เกาะซิคละดีส แต่ในขณะเดียวกันก็มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นที่สุดเช่นกัน มันจึงขึ้นชื่อว่าเป็นเกาะที่เหมาะแก่การเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น ทั้งวิถีชีวิต อาหาร ภาษา และแน่นอนว่าหากคุณอยากมาเล่นน้ำทะเลใส ๆ มันก็ตอบโจทย์คุณได้ดีเช่นกัน
- เกาะอานดรอส (Andros)เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่สองและตั้งอยู่ทางเหนือสุดของหมู่เกาะซิคละดีสด้วย ศูนย์กลางของเกาะ คือ Hora ซึ่งมันเป็นหนึ่งปลายทางในฝันของช่างภาพทั่วโลกที่อยากจะมาเก็บความประทับใจแล้วส่งออกไปเป็นโปสการ์ดสวย ๆ นอกจากนี้จุดเด่นยังอยู่ที่หินผาขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากชายหาดมากนัก ซึ่งทำหน้าที่เป็นเสมือนแลนด์มาร์กของเกาะด้วย ที่รายไหนรายนั้นจะต้องแวะมาแชะภาพคู่กับมันเสมอ
- เกาะอานติพารอส (Antiparos) เป็นอีกเกาะขนาดเล็กสำหรับเกาะ Antiparos ที่สำคัญยังอยู่ไม่ไกลจากเกาะ Paros ด้วย นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักไม่พลาดที่จะล่องเรือไปมาระหว่างสองเกาะ ความงดงามของมันยังดึงดูดให้นักแสดงชื่อดัง อย่าง ทอม แฮงค์ส, บรูซ วิลลิส และเพียร์ซ บรอสแนน มาเยือนด้วย
- เกาะเดลอส (Delos)ตั้งอยู่ใจกลางหมู่เกาะซิคละดีส มันจึงเหมือนเป็นเกาะศูนย์กลางและเป็นทางผ่านที่นักท่องเที่ยวมักแวะเวียนมาเสมอ แถมยังเป็นเกาะที่เงียบสงบเพราะมีประชากรอาศัยอยู่ไม่กี่สิบคนเท่านั้น เอกลักษณ์สำคัญของเกาะ คือ ร่องรอยประวัติศาสตร์ของรูปปั้นสิงโตที่ตั้งเรียงรายกันอยู่ คาดกันว่าแต่ก่อนมันอาจเคยเป็นสถานที่สำคัญของชาวกรีก

รูปภาพ


-เกาะมีลอส (Milos)เป็นที่รู้กันดีว่าเกาะ Milos ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในเกาะที่มีสีสันมากที่สุด มันมีความงดงามของธรรมชาติที่หลากหลาย ทั้งภูเขาไฟ น้ำทะเล และเนินหิน อีกทั้งยังเป็นจุดค้นพบรูปปั้นของวีนัส ซึ่งเป็นเทพีที่ชาวกรีกให้ความเคารพ แต่ปัจจุบันรูปปั้นดังกล่าวถูกตั้งอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ในกรุงปารีส สำหรับช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการมาเยือนเกาะ Milos ได้แก่ เดือนเมษายนและเดือนพฤษภาคม เพราะมันจะเป็นช่วงเวลาการเบ่งบานของพืชพรรณชนิดต่าง ๆ
- เกาะอีออส (Ios)มีลักษณะเป็นเนินเขา จุดเด่นอยู่ที่หาดทรายสีทองที่นักท่องเที่ยวนิยมมานอนอาบแดดชิล ๆ นอกจากนี้คุณยังจะได้พบกับซากปรักหักพังของโบราณสถานสมัยก่อน ซึ่งถือเป็นการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ในตัวด้วย และในช่วงฤดูร้อนมันยังขึ้นชื่อว่าเป็นเกาะที่ผู้คนนิยมมาจัดปาร์ตี้สังสรรค์กันอีกด้วย
- เกาะทีนอส (Tinos)ขึ้นชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของชาวคริสต์นิกายคาโธลิก ในทุกปีจะมีผู้นำศาสนาเข้ามาอธิษฐานกันเป็นประจำที่โบสถ์บนเกาะแห่งนี้ ไม่เพียงเท่านั้นมันยังเป็นจุดกำเนิดของศิลปินชื่อดังของกรีกอีกด้วย ดังจะเห็นได้จากการแกะสลักหินอ่อนที่มีความสวยงามและประณีต การเดินทางไป-มาก็สะดวกเนื่องจากมีท่าเรืออยู่หลายแห่ง และยังมีจุดเชื่อมต่อสำหรับรถเมล์อีกด้วย
- เกาะนักซอส (Naxos)เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาหมู่เกาะซิคละดีส แถมยังมีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับเกาะในตำนานแห่งนี้ บ้างก็บอกว่ามันเป็นที่อยู่อาศัยในวัยเด็กของเทพซุส ซึ่งเป็นราชาแห่งเทพตามความเชื่อของชาวกรีก ด้านการดำเนินชีวิตของคนในท้องถิ่น บางส่วนยังคงแต่งกายและมีธรรมเนียมปฏิบัติแบบเดิม จึงเป็นที่สนใจและเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของเกาะแห่งนี้

รูปภาพ


- เกาะเพรอส (Paros)เป็นหนึ่งในเกาะที่งดงามที่สุดของกรีก ทั้งยังเป็นเจ้าภาพในการแข่งขันวินเซิร์ฟเป็นประจำด้วย นอกจากนี้มันยังเป็นศูนย์รวมความบันเทิงมากมาย ทั้งไนต์คลับ ร้านอาหาร และสถานบันเทิงยามค่ำคืน อีกทั้งการเดินทางก็สะดวกเนื่องจากมีท่าเรืออยู่หลายแห่ง และแน่นอนว่ากิจกรรมที่คุณไม่ควรพลาดเลย คือ การเล่นน้ำทะเลใส ๆ รอบเกาะ
- เกาะไมโคนอส (Mykonos)บนเกาะ Mykonos ประกอบด้วยสองเมืองหลัก ๆ คือ Mykonos Town และ Ano Mera มันเป็นเมืองที่มีสีสันเนื่องจากบรรดาร้านรวงมากมายที่มาตั้งอยู่ ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร แม้กระทั่งหอศิลป์ ความงดงามของเกาะ Mykonos ยังอยู่ที่บ้านเรือนริมชายหาดและน้ำทะเลสีครามจนถูกขนานนามว่าเป็นลิตเติล เวนิส อีกด้วย
- เกาะซานโตรินี (Santorini)เป็นที่รู้จักทั่วโลกว่ามันเป็นเมืองที่สวยงามราวกับเทพนิยาย ด้วยอาคารบ้านเรือนสีขาวหลังคาสีฟ้าที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ อีกทั้งจุดชมวิวสวย ๆ ที่มองออกไปก็เห็นน้ำทะเลไกลสุดสายตา นอกจากนี้ยังมีทางเดินซิกแซ็กไป-มา ราวกับเขาวงกตที่ความสวยงามของมันทำให้ผู้มาเยือนเต็มใจที่จะหลงอยู่บนเส้นทางวกวนเหล่านั้น นอกจากนี้หาดทรายสีดำยังเป็นเอกลักษณ์สำคัญของเกาะแห่งนี้ด้วย


รูปภาพ


3.ปารีส : เป็นเมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่บนแม่น้ำแซน บริเวณตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศส บนใจกลางแคว้นอีล-เดอ-ฟร็องส์ (Île-de-France หรือ Région parisienne (RP) ) ภายในกรุงปารีสมีประชากรประมาณ 2,167,994 คน เขตเมืองปารีส (Unité urbaine) ซึ่งมีพื้นที่ขยายเกินขอบเขตอำนาจการปกครองของเมืองนั้น มีประชากรกว่า 9.93 ล้านคน (พ.ศ. 2547) ในขณะที่เขตมหานครปารีส (Agglomération parisienne) มีประชากรเกือบ 12 ล้านคน และเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีประชากรสูงที่สุดแห่งหนึ่งในทวีปยุโรป ปัจจุบันกรุงปารีสเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่ล้ำสมัยแห่งหนึ่งของโลก และด้วยอิทธิพลของการเมือง การศึกษา บันเทิง สื่อ แฟชั่น วิทยาศาสตร์และศิลปะ ทำให้กรุงปารีสเป็นหนึ่งในเมืองที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แคว้นอีล-เดอ-ฟร็องส์เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของประเทศฝรั่งเศส ด้วยจำนวนเงินกว่า 500.8 ล้านล้านยูโร (628.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งมากกว่าหนึ่งส่วนสี่ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของประเทศฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2548 กรุงปารีสยังเป็นสถานที่ทำการของบริษัทยักษ์ใหญ่ 36 บริษัทจากบริษัทยักษ์ใหญ่ 500 บริษัทจากการสำรวจของฟอร์จูน โกลบัล 500 อีกด้วย โดยเฉพาะย่านธุรกิจที่สำคัญแห่งหนึ่งของทวีปยุโรป ลา เดฟองซ์ ทั้งยังเป็นที่จัดงานนิทรรศการต่างๆ ซึ่งรวมถึงสหประชาชาติ ฯลฯ ปารีสเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังแห่งหนึ่งในโลก โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่า 30 ล้านคนต่อปี ดังนั้น สำหรับกรุง "ปารีส" ที่หากใครได้ไปเยือนแล้วก็ต้องตกหลุมรักในบรรยากาศอันสุดแสนจะโรแมนติกของเมือง ๆ นี้
- การนั่งรถทัวร์ชมกรุง (Double Decker Bus Tour)การนั่งรถทัวร์ชมกรุงเป็นสิ่งที่คุณควรทำอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกับนักท่องเที่ยวที่มาปารีสเป็นครั้งแรก เพราะที่นี่จะมีรถทัวร์ที่เรียกกันว่า L'Open ทัวร์ ซึ่งเป็นรถทัวร์ที่มีดาดฟ้าอยู่ข้างบน เพื่อให้คุณได้ชมเมืองปารีสอย่างไม่มีอะไรบดบังสายตาเลย นักท่องเที่ยวสามารถซื้อตั๋ววันเดียวหรือสองวันก็ได้ สำหรับการนั่งรถชมเมืองใน 4 เส้นทาง โดยทันทีที่คุณซื้อตั๋วแล้ว ทางรถทัวร์จะมีชุดหูฟังให้คุณ เพื่อใช้ในการเสียบต่อกับแจ็คที่อยู่บริเวณด้านข้างของเบาะที่นั่ง ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถฟังบรรยายไปตลอดการเดินทาง โดยเลือกฟังได้ถึง 8 ภาษา คือ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น ภาษาอิตาลี ภาษาเยอรมัน ภาษาสเปน ภาษารัวเซีย และภาษาจีน

รูปภาพ


- ชมทิวทัศน์จากด้านบนของหอไอเฟล (Eiffel Tower)หอไอเฟลไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองปารีสเท่านั้น หากแต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศสด้วย ดังนั้น หากนักท่องเที่ยวคนใดไม่ได้ไปเยือนหอไอเฟล ถือว่าไปไม่ถึงฝรั่งเศสเลยทีเดียว ทำให้ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวกว่า 60 ล้านคน ไปเยือนหอไอเฟล โดยนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นชมทัศนียภาพรอบกรุงปารีสได้ เพียงแค่ซื้อบัตรที่บูธซึ่งอยู่บริเวณฐานของหอไอเฟล แล้วขึ้นลิฟท์ไปยังชั้นต่าง ๆ ของหอไอเฟล
- ล่องเรือในแม่น้ำเซน ชมพระอาทิตย์ตกดิน (Sunset River Cruise on the Seine)การล่องเรือในยามใกล้ค่ำเป็นทางเลือกที่ดีมาก หากคุณอยากจะชมทิวทัศน์ยามราตรีของกรุงปารีส โดยเรือจะล่องจากหอไอเฟล ผ่านสถานที่ที่น่าสนใจสองฝั่งแม่น้ำเซน รวมถึงผ่านโบสถ์นอทเทอร์ดัมด้วย
- โบสถ์นอทเทอร์ดัม (Notre Dame Cathedral โบสถ์นอทเทอร์ดัมเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของกรุงปารีส เพราะเป็นสถานที่ที่อยู่คู่กับเมืองปารีสมาช้านาน และมีชื่อเสียงด้านความใหญ่โตหรูหรา มีสถาปัตยกรรมที่งดงามมาก โดยการเที่ยวชมนั้นนักท่องเที่ยวจะได้เห็นความอลังการของโบสถ์นอทเทอร์ดัม อีกทั้งยังต้องขึ้นบันได 387 ขั้นเพื่อไปถึงยอดของโบสถ์

รูปภาพ


- โบสถ์แซงต์ ชาแปลล์ (Sainte Chapelle)ถัดจากโบสถ์นอทเทอร์ดัม มีโบสถ์แซงต์ ชาแปลล์ ซึ่งเป็นโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ของชาวปารีส สร้างในสไตล์กอธิค มีการประดัประดาด้วยกระจกสวยงามมากมาย จนนักท่องเที่ยวที่ไปเยี่ยมชมต่างยอมรับว่ากระจกที่ใช้ตกแต่งโบสถ์มีความงดงามที่สุด ยิ่งเมื่อแสงจากภายนอกส่องเข้ามา ยิ่งทำให้มองเห็นลายกระจกชัดเจนและสวยงามมาก
- ถนนฌ็องเซลิเซ่ และประตูชัยนโปเลียน (Champs Elysees & Arc de Triomphe) ถนนฌ็องเซลิเซ่ เป็นถนนที่มีความสวยงามและมีชื่อเสียงที่สุดในกรุงปารีส นักท่องเที่ยวสามารถเดินตามถนนสายนี้ไปสู่ประตูชัยนโปเลียน ซึ่งเป็นอนุสรณ์สถานที่สำคัญในกรุงปารีส และที่นี่นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมชั้นบนของประตูชัยได้ โดยเดินขั้นบันได 284 ขั้น หรือใช้ลิฟต์
- เลแซงวาลิด (Les Invalides (Napoleon's Tomb) เลแซงวาลิด เป็นอาคารที่ฝังพระศพของพระเจ้านโปเลียนที่ 1 ซึ่งมีศพนายพลพระสหายของพระเจ้านโปเลียนอีกหลายคนฝังอยู่ด้วย ตัวอาคารมีโดมที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นโดมที่สวยงามที่สุดในกรุงปารีส นอกจากนี้ ยังมีศิลปะมากมายจัดแสดงอยู่ในนั้นอีกด้วย

รูปภาพ

- พิพิธภัณฑ์ออร์เซย์ (Musee d'Orsay) พิพิธภัณฑ์ออร์เซย์เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมศิลปะหลายอย่างเข้าด้วยกัน อันได้แก่ ศิลปะด้านการออกแบบสิ่งทอ ศิลปะทางประวัติศาสตร์ ภาพถ่าย ประติมากรรม ซึ่งสะท้อนเอกลักษณ์ของปารีสออกมาได้เด่นชัดเลยทีเดียว
- พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (The Louvre) เป็นพิพิธภัณฑ์ทางศิลปะที่มีชื่อเสียงที่สุด เก่าแก่ที่สุด และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เคยเป็นพระราชวังหลวงมาก่อน จัดแสดงศิลปะที่มีคุณค่าระดับโลกมากมาย เช่น ภาพเขียนโมนาลิซ่า ผลงานของต่าง ๆ ของเลโอนาร์โด ดาวินซีแลอเล็กซานดรอส นอกจากนี้ พิพิธภัณฑ์ที่นี่ยังเป็นสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมมากที่สุดในกรุงปารีส ดังนั้น คุณจึงไม่ควรพลาดในการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ลูฟร์แห่งนี้

รูปภาพ


- มงต์มาร์ทร์ (Montmarte & Sacre Couer Basilica) มงต์มาร์ทร์เป็นหุบเขาสูง 130 เมตร ทางเหนือของปารีสและเป็นจุดที่สูงที่สุดของเมือง บนเขาเป็นที่ตั้งของโบสถ์ซาเครเกอร์ สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานที่อุทิศแด่ชาวฝรั่งเศส ที่เสียชีวิตจากสงครามกับปรัสเซีย ออกแบบตามแบบศิลปะสไตล์โรมัน - ไบเซนไทน์ ซึ่งมีความอลังการและงดงามมาก


4.บาหลี : บาหลี (อินโดนีเซีย: Bali) เป็น 1 ใน 34 จังหวัดของประเทศอินโดนีเซีย เมืองสำคัญคือเดินปาซาร์ พื้นที่ทั้งหมด 5,634.40 ตารางกิโลเมตร มีประชากรทั้งสิ้น 3,422,600 คน ความหนาแน่นของประชากร 607 คน/ตารางกิโลเมตร ภาษาที่ใช้คือภาษาอินโดนีเซียและภาษาบาหลี โดยบาหลีเป็นเกาะเกาะหนึ่งของประเทศอินโดนีเซีย ที่มีความสวยงามด้วยธรรมชาติที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวกับวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งได้สืบทอดต่อกันมาเป็นเวลานับพันปี มีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเป็นจำนวนมาก เช่น วัดและวัง ซึ่งมีความโดดเด่นทางสถาปัตยกรรม รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ชายหาดที่สวยงามและขาวสะอาด รวมทั้งผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ และการดำเนินชีวิตของคนบาหลีด้วยวิธีการกสิกรรมแบบดั้งเดิม บาหลีกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทั่วโลกรู้จัก
- วัดเบซากีห์ วัดที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดและสำคัญที่สุดของบาหลี
- วัดอูลันดานูบราตัน วัดที่สวยที่สุดในบาหลี
- วัดทามันอายุน วัดหลวงราชวงศ์เม็งวี
- วัดทานาห์ลอต เป็นวัดสำคัญ 1 ใน 5 ของบาหลี มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามที่สุด
- ประเพณีอาบน้ำที่วัดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ ปุราเตียร์ตาอัมปึล (Pura Tirta Empul)
- ทะเลสาบบาตูร์ (Lake Batur) หมู่บ้านคินตามณี บาหลี
- เรือโบราณจังโกลานที่หาดโลวิน่า บาหลี
- บาดุง (Badung) เป็นที่ตั้งของเมืองหลวงคือ เดนปาซาร์ (Denpasar) ซึ่งถือว่าเป็นศูนย์กลางของความเจริญในบาหลี รวมทั้งเป็นที่ตั้งของสนามบินนานาชาติ บริวเณนี้มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น เนื่องจากเป็นเมืองท่องเที่ยว มีหาดสวยงาม จึงเต็มไปด้วยรีสอร์ตและโรงแรมที่พักจำนวนมาก โดยเฉพาะบริเวณอ่างทางตะวันตกเฉียงใต้

รูปภาพ


@สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ อนุเสาวรีย์รามยะณะ, ปุระทามันอายุน (Pura Taman Ayun) วัดที่เคยเป็นวังเก่าของรายาแห่งเม็งวีมาก่อน สร้างตอนศตวรรษที่ 17 เพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมของกษัตริย์ราชวงศ์เม็งวี, ปูปูตันสแควร์ จุดศูนย์กลางของเมือง, พิพิธภัณฑ์บาหลี สถานที่จัดแสดงประวัติศาสตร์วัฒนธรรมของเกาะบาหลี ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน, ปุระจากัตนาตา วัดประจำรัฐ เปิดให้เข้าชมได้ 2 ครั้งต่อเดือน คือวันขึ้น 15 ค่ำ และ แรม 15 ค่ำ, ตลาดบาดุง ตลาดเก่าแก่ที่เปิด 24 ชั่วโมง, ปุระมะอาปาหิต วัดที่มีประวัติศาสตร์ค่อนข้างยาวนานตั้งแต่สมัยกษัตริย์มัชปาหิต, ศูนย์วัฒนธรรมทามันบูดายา จัดแสดงศิลปะภาพวาดของบาหลี รวมถึงงานแกะสลักหินและไม้ หน้ากาก ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
@กูต้า-เลเกียน-เซมินยัก ชายหาดที่สวยงาม ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมมาเล่นโต้คลื่น และนอนอาบแดด, ปุระสาเกนัน วัดที่คนบาหลีจะมาไหว้สักการะกันในช่วงวันกุนิงกัน, อูลูวาตู (วัดที่ตั้งอยู่บนผาเหนือฝั่งทะเล เป็นสถานที่ที่มีวิวทิวทัศน์สวยงามมาก โดยเฉพาะในยามอาทิตย์ตก
- บางลี (Bangli) เมืองที่มีลักษณะภูมิศาสตร์ของภูเขาไฟ ซึ่งตรงกันข้ามกับนาข้าวแบบขั้นบันได อีกทั้งยังเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำหลากสายในบาหลี นักท่องเที่ยวที่เข้าสู่เขตนี้มักจะได้สัมผัสกับบรรยากาศของภูเขา ที่ลาดลงมาสู่ชายทะเล โดยมีนาข้าวขั้นบันไดตลอดสองข้างทาง
@สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ ปากปล่องภูเขาไฟบาตูร์ ซึ่งเกิดจากภูเขาไฟระเบิดเมื่อประมาณ 30,000 ปีมาแล้ว ประกอบไปด้วยหมู่บ้าน เพเนโลกัน และ คินตามณี ที่มีวิวให้ชมอย่างเพลินตา รวมทั้งร้านขายผลไม้เมืองหนาวสด ๆ, ปุระเคเฮน วัดที่มีอายุเก่าแก่และมีขนาดใหญ่วัดหนึ่งในบาหลี มีลักษณะสถาปัตยกรรมที่โดนเด่นไม่เหมือนใคร และมีความเชื่อว่าเป็นวัดที่สร้างขึ้น เพื่ออุทิศให้แก่เทพเจ้าแห่งไฟ
@ปุระอูลันดานูบาตูร์ วัดใหญ่และที่ถือได้ว่สำคัญเป็นอันดับ 2 รองจาก วัดเบซากี มีวัดรวมอยู่ภายในถึง 9 วัด บรรยากาศของที่วัดถูกไอหมอกปกคลุมไปทั่วบริเวณ ทำให้ดูขลังและศักดิ์สิทธิ์ยิ่งขึ้น, ทะเลสาบบาตรู ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในบาหลี ชาวบาหลีเชื่อว่าทะเลสาบแห่งนี้มีความศักดิ์สิทธิ์ เพราะเป็นที่สถิตย์ของเทวีดานู เจ้าหญิงแห่งทะเลสาบ มีจุดชมวิวที่สวย ๆ หลายแห่ง นอกจากนี้ ยังมีหมู่บ้านริมทะเลสาบ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ยังนับถือผีแบบโบราณ และมีธรรมเนียมการทิ้งศพให้แห้งบนดิน ก่อนนำไปฝังอีกครั้งหนึ่งด้วย

รูปภาพ


- บูเลเล็ง (Buleleng) เคยเป็นเมืองหลวงของบาหลีสมัยที่ยังอยู่ภายใต้การปกครองของดัตซ์ และเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเดนปาซาร์ มีเมืองหลวงคือ สิงคราชา (Singaraja) ซึ่งถือเป็นศูนย์รวมวัฒนธรรมที่หลากหลายของผู้คน ทั้งที่เป็นชาวพื้นเมืองบาหลี ชาวจีน และชาวมุสลิม พร้อม ๆ กับมีธรรมชาติที่งดงามมากมาย เป็นแหล่งผลิตกาแฟที่ใหญที่สุด และเขตที่มีการปลูกองุ่นบาหลีสำหรับผลิตไวน์ด้วย
@สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ วังโบราณ ปุริกังกินัน ที่ยังเหลือบางส่วนให้ได้ชม, ปุริชินาร์นาดี ปุตรี โรงงานทอผ้าอิกัตวางขายให้นักท่องเที่ยวด้วย, ปุระอากุงจากัตนาตา ซึ่งในบางครั้งอาจจะไม่ได้เปิดให้เข้าไปชมข้างใน แต่สามารถมองจากถนนได้ หมู่บ้านเบระตัน ที่มีชื่อเสียงด้านการทำเครื่องเงิน, น้ำตกกิตกิต เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในบาหลี สวยงามและเงียบสงบ แต่ชาวบาหลีเชื่อกันว่าหากคู่รักมาเที่ยวที่นี่ด้วยกัน จะทำให้ต้องเลิกรากันไป
@ปุระเบกิ เป็นวัดที่สร้างจากหินทรายสีชมพู, ปุระดาเล็มจาการากา วัดที่มีภาพแกะสลักที่งดงามเกี่ยวกับพระศิวะ อยู่ที่ประตูทางเข้าด้านหน้า, หาดโลวิน่า ชายหาดที่มีชื่อเสียง เพราะหาดทรายเป็นสีดำแปลกตา ตอนกลางวันนักท่องเที่ยวสามารถเล่นน้ำ ดำน้ำ หรือออกเรือไปดูโลมาได้ ส่วนกลางคืนบรรดาร้านอาหาร ร้านค้า จะยังเปิดให้บริการจนดึกดื่น

รูปภาพ


- เกียนยัร (Gianyar) เขตที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นศูนย์กลางแห่งศิลปวัฒนธรรมของบาหลี อีกทั้งยังมีชื่อเสียงทางประวัติศาสตร์ และงานศิลปะต่าง ๆ รวมถึงมีวังโบราณที่ยังคงสภาพดีที่สุด แต่ไม่ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม และมีชื่อเสียงเรืองการทอผ้า
@สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ บาตูบุหลัน มีชื่อเสียงทางการแกะสลักหิน นอกจากนี้ ยังมีการแสดงการเต้นระบำบารองทุกวัน, เซลุก หมู่บ้านแห่งเครื่องทองและเครื่องเงิน ที่ทำเป็นเครื่องประดับหรือเครื่องใช้ โดยส่งออกไปจำหน่ายยังทั่วโลก, สุขะวาตี ตลาดขายงานหัตถกรรมต่าง ๆ ในราคาที่ย่อมเยา, มาส (Mas) หมู่บ้านที่มีชื่อเสียงเรื่องการแกะสลักไม้ มีทั้งชิ้นงานที่แกะขึ้นตามความเชื่อทางศาสนา หน้ากากแบบดั้งเดิม หรือจะเพื่อตกแต่งอาคารบ้านเรือนตามแบบสมัยใหม่
@อูบุด หมู่บ้านศูนย์รวมศิลปะของบาหลี โดยตลาดที่เมืองอูบุดจะมีสินค้าพื้นเมืองฝีมือดีจำหน่าย ซึ่งอาจหาไม่ได้ในที่อื่น ๆ และบริเวณโดยรอบอูบุดก็ยังคงมีนาขั้นบันไดที่สวยงามให้ชมด้วย แต่สิ่งที่ไม่ควรพลาดไปเยือน คือ
ปุริลูกิสาน พิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่ในสวนดอกไม้ จัดแสดงงานศิลปะการวาดภาพ และงานแกะสลักของบาหลีตั้งแต่สมัยทศวรรษที่ 30 ปุระสาระวาตี วัดซึ่งตั้งอยู่ในสวนน้ำ พร้อมกับสระบัวขนาดใหญ่สองข้างทาง ถือได้ว่าเป็นวัดที่มีความงดงามอย่างมากอีกแห่ง ปุริชาเร็นอากุง วังที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นและงดงาม นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปชมบริเวณรอบ ๆ วังได้ บ้านเลมปัด บ้านของ I Gusti Nyoman Lempad ศิลปินชื่อดังของบาหลี ผู้สร้างสรรค์ผลงานที่มีชื่อเสียงไว้มากมาย
@เปเจ็ง (Pejeng) หมู่บ้านนี้มีสถานที่สำคัญคือ ปุระเปนาราตันศศี เพราะมีของสำคัญคือ กลองสำริดโบราณขนาดใหญ่เรียกกันว่า "จันทราแห่งเปเจ็ง" เป็นหนึ่งในวัดสำคัญในยุครุ่งเรืองที่สุดของอาณาจักรบาหลี
- เจ็มบรานา (Jembrana) เมืองชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวที่เดินทางทางเรือจากท่าเรือเคตาปัง มายังท่าเรือกิลิมานุก โดยมีเมืองหลวงคือ เนการา (Negara) ซึ่งเขตนี้เป็นเขตที่มีผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์ อาศัยอยู่ร่วมกันเป็นเวลานาน นอกจากความหลากหลายทางวัฒนธรรมแล้ว ทางตอนเหนือยังมีภูเขาสูงมากมาย ซึ่งทำให้กลายเป็นอุทยานแห่งชาติ ลงมาทางใต้ก็จะเป็นชายหาดที่มีความยาวกว่า 70 กิโลเมตร
@สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติบาหลีตะวันตก เป็นอุทยานแห่งชาติที่กว้างใหญ่มาก และเป็นที่อยู่ของบรรดาสัตว์ป่านานาชนิด มีบรรยากาศของป่าต้นโกงกางไปจนถึงป่าทุ่งสะวันนา และป่าฝน, อ่าวกิลิมานุก ชายหาดที่สวยงาม และบนชายฝั่งเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมหลากหลาย
- การังอะเซ็ม (Karangasem) เขตทางชายฝั่งตะวันออกของบาหลี เป็นเขตหนึ่งที่มีชื่อเสียงเรื่องชายหาดที่สวยงาม และมีวิถีชีวิตแบบพื้นเมืองดังเดิมให้เห็น อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของภูเขาศักดิ์สิทธิ์ กุหนุงอากุง (Gunung Agung) ภูเขาที่สูงที่สุดในบาหลี โดยมีความสูง 3,014 เมตร
@สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ ปุระเบซากี วัดที่มีความสำคัญที่สุดของบาหลี ตั้งอยู่เชิงเขากุหนุงอากุง เป็นวัดในศาสนาฮินดูที่ใหญ่ที่สุดของบาหลี ถือเป็นมาตาแห่งวัดทั้งหลาย ในบริเวณประกอบด้วยวัดเล็ก ๆ เกือบ 30 แห่ง ที่เรียงรายอยู่เป็นขั้น ๆ กว่า 7 ขั้นไปตามไหล่เขา มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมาก, เทงกะนัน หมู่บ้านที่ยังคงยึดการนับถือผีและความเชื่อโบราณ จนถูกเรียกขานว่าเป็น "บาหลีโบราณ" หรือ Bali Aga และเป็นเพียงหมู่บ้านเดียวที่มีการทอผ้าเกริงชิง หรืออิกัตแบบทอ 2 ชั้น ซึ่งมีราคาแพงมาก มีการสานตะกร้าแบบแทงกะนัน
@อัมลาปุระ เป็นที่ตั้งของ ปุระอากุงการังกาเสม ซึ่งเป็นวังในสมัยที่รายาแห่งการังกาเสมปกครองบาหลี, วังเตียร์ตากังกา สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1974 โดยรายาอัมลาปุระ ซึ่งทรงโปรดน้ำมาก บริเวณวังถูกออกแบบอย่างงดงาม ทั้งสระน้ำและสระว่ายน้ำที่เชื่อมกับน้ำพุตามธรรมชาติ รายล้อมด้วยทิวทัศน์ของนาขั้นบันไดสีเขียวขจี
@เทมปักเซริงและเตียร์ตาอัมปีล หมู่บ้านแหล่งผลิตไม้แกะสลัก มีสถานที่สำคัญคือบ้านพักของอดีตประธานาธิบดีซูการ์โน ใกล้ ๆ กันนั้นมีวัดน้ำพุศักดิ์ศิทธิ์เตียร์ตาอัมปีล ที่ชาวบาหลีนิยมมาอาบน้ำขจัดปัดเป่าโชคร้าย ชำระร่างกายให้บริสุทธิ์ และปลอดจากโรคภัยไข้เจ็บ, กุหนุงกาวี ที่ฝั่งพระศพเหล่ามเหสีของรายาเมื่อ 800-900 ปีก่อน

รูปภาพ


- กลุงกุง (Klungkung) เขตที่เล็กที่สุดของบาหลี อยู่ทางชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึง เกาะนูซาเปนิดา (Nusa Penida), นูซาเล็มบองกัน (Nusa Lembongan) และเชนิงกัน (Ceningan) สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใครก็คือ สถาปัตยกรรมแบบกลุงกุง ภายในตัวเมืองจะมีกำแพงเมืองล้อมรอบ ตกแต่งด้วยภาพวาดในรูปแบบกลุงกุง ซึ่งถือได้ว่าเป็นศิลปะดั้งเดิมที่มีความงดงามมากแบบหนึ่ง
@สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ พระราชวังทามันกิลี ภายในมีภาพวาดที่มีชื่อเสียง เกอร์ทา โกซา (Kerta Gosa) ซึ่งเป็นการวาดแบบวายัง (Wayang) หรือ 2 มิติ, พิพิธภัณฑ์ศิลปะ จัดแสดงงานศิลปะทั้งในแบบดั้งเดิม และแบบสมัยใหม่, ติฮิงกัน หมู่บ้านที่ทำฆ้องจากดีบุกและทองแดง, กามาสัน หมู่บ้านที่มีชื่อเสียงด้านการวาดภาพในแบบดั้งเดิม โดยนำเรื่องราวเกี่ยวกับมหากาพย์ของศาสนาฮินดู มาถ่ายทอดเป็นชิ้นงานที่สวยงามและมีเอกลักษณ์, ปุระกัวลาวาห์ หรือ วัดถ้ำค้างคาว เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งหนึ่งของบาหลี มีถ้ำค้างคาวอยู่ภายในบริเวณวัด และเชื่อกันว่าหากเดินไปตามถ้ำจะมีทางที่เชื่อมไปสู่วัดเบซากิได้
@ปุระกัวคชา หรือ วัดถ้ำช้าง มีสิ่งที่โดดเด่นคือแผ่นหินสลักหน้าปากทางเข้าถ้ำ ภายในศิวลึงค์ตามความเชื่อของฮินดู, นูซาเปนิดา เกาะเล็ก ๆ นอกชายฝั่ง เคยเป็นที่กักกันนักโทษ แต่ปัจจุบันเป็นเกาะที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว เพราะเงียบสงบ เหมาะสำหรับดำน้ำ หรือเล่นกระดานโต้คลื่น นอกจากนี้ ยังมีบริเวณใกล้เคียงยังมี เกาะนูซาเล็มบองกัน และ เกาะนูซาเชนิงกัน ให้นักท่องเที่ยวไปดำน้ำชมปะการังอีกด้วย
- ตาบานัน (Taban) เป็นเขตที่อยู่ติดกับมหาสุมทรอินเดีย ส่วนทางฝั่งตะวันออกเป็นภูเขา แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากคือ ปุระทานาลอต (Tanah Lot) คำว่า ทานา แปลว่า โลก ส่วน ลอต แปลว่า ทะเล เชื่อว่าวัดแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของการบรรจบกัน ของธรรมชาติและจักรวาล นักท่องเที่ยวนิยมไปชมพระอาทิตย์ตก
@สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ ปุระทานาลอต เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนชายหาด เรียกได้ว่ายื่นลงไปในทะเลเลยทีเดียว เป็นวัดที่มีความศักดิ์สิทธิ์ซึ่งชาวบาหลีให้ความเคารพบูชาอย่างมาก, ทะเลสาบบราตัน เป็นทะเลสาบที่มีชื่อเสียง เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการธรรมชาติ, ปุระอูลันดานูบราตัน ตั้งอยู่บริเวณริมทะเลสาบบราตัน มีลักษณะเด่นตรงศาลาซึ่งมีหลังคาทรงสูงที่เรียกว่าเมรุ มุงด้วยฟางซ้อนกันถึง 11 ชั้น และ นาขั้นบันไดที่จาติลูวีห์ หมู่บ้านแถบนี้ยังมีการปลูกข้าวแบบขั้นบันได ซึ่งทำให้บริเวณนี้มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของสังคมเกษตรกรรมแบบบาหลี
ดังนั้น บาหลี เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่นักเดินทางหลาย ๆ คนอยากไปเยือนสักครั้ง อาจเพราะความสวยงามของธรรมชาติ ที่ผสมผสานกับศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตของผู้คนได้อย่างลงตัว จึงไม่แปลกใจที่จะกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม


รูปภาพ


5.ฮาวาย : รัฐฮาวาย(Hawaii) เป็นรัฐในสหรัฐอเมริกาตั้งอยู่ในหมู่เกาะฮาวายในมหาสมุทรแปซิฟิก ฮาวายได้รวมเข้ากับสหรัฐอเมริกา เป็นลำดับสุดท้าย ลำดับที่ 50 ในวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2502 (ค.ศ. 1959) โดยฮาวายตั้งห่างจากชายฝั่งสหรัฐอเมริกาประมาณ 3,700 กม. (2,300 ไมล์) แต่เดิมฮาวายถูกเรียกว่า "หมู่เกาะแซนด์วิช"(Sandwich Islands) ตั้งโดย เจมส์ คุก เมื่อล่องเรือมาพบเกาะ ในปี พ.ศ. 2321 (ค.ศ. 1778) ฮาวายมีจำนวนประชากร 1,211,537 คน (พ.ศ. 2543) โดยมีโฮโนลูลู เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของรัฐ ภาษาทางการของรัฐคือ ภาษาอังกฤษ และ ภาษาฮาวาย ฮาวายได้มีชื่อเล่นของรัฐว่า "รัฐอะโลฮา" (Aloha State) ซึ่งคำว่า อโลฮา เป็นคำทักทายในภาษาฮาวาย มีความหมายถึง "สวัสดี" และ "ลาก่อน" เนื่องจากลักษณะทางภูมิศาสตร์ของฮาวาย ฮาวายได้เป็นจุดที่มีการถ่ายทำภาพยนตร์หรืออ้างอิงหลายแห่ง ปรากฏในภาพยนตร์ดังต่อไปนี้ ได้แก่ Sexy auquarium,Indiana johnes,Jurassic Park, Waterworld, From Here to Eternity, George of the Jungle, 50 First Dates, Pearl Harbor, Blue Crush และ Lilo & Stitch

รูปภาพ


- ฮอนโนลูลูเป็นเมืองแรก ๆ ที่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใคร ช่วงเช้าตรู่เหล่าบรรดานักวิ่งจ๊อกกิ้งและคนรักการปั่นจักรยานเรียบตามชายฝั่งทะเล จะได้ชื่นชมบรรยากาศอันงดงามที่Diamond Head Creater ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ระเบิดไปแล้ว และรูปร่างที่คงเหลืออยู่มีลักษณะคล้ายโคนหรือกรวยที่ถูกตัดบริเวณยอดออกไป นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นมาเยี่ยมชมทัศนียภาพบนภูเขาได้ นอกจากนี้ ยังสามารถรับชมทัศนียภาพบริเวณ เกาะโฮวาฮู (Oahu’) ซึ่งเป็นจุดที่สามารถรับชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุด โดยฮอนโนลูลู เป็นเมืองใหญ่ที่สุดและเป็นเมืองหลวงของรัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1845 จวบจนปัจจุบัน ฮอนโนลูลูเป็นภาษาฮาวายแปลว่า “สถานที่พักสำหรับคนเดินทาง” มีประชากรทั้งสิ้นประมาณ 390,000 คน และเลื่องลือมากในเรื่องวัฒนธรรมที่หลากหลาย เพราะว่าตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างตะวันตกกับตะวันออก จึงเป็นเมืองที่น่าสนใจและดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากทีเดียว
- The USS Arizona Memorial สถานที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งของซากเรือดำน้ำที่อับปางลงในอดีต และได้รับการยอมรับว่าเป็นสัญลักษณ์ของการรำลึกถึงสงครามโลกครั้งที่ 2 ตั้งอยู่ที่ Pacific National Monument ซึ่งไม่ใช่สถานที่ที่นักท่องเที่ยวจะมาเฮฮาสนุกสนานเหมือนกับที่อื่น เพราะว่าเป็นสถานที่รำลึกถึงโศกนาฏกรรมในอดีต ผู้คนที่ไปเยี่ยมชมจะได้เรียนรู้และพิจารณาใคร่ครวญประวัติศาสตร์ความเป็นมา โปรแกรมทัวร์การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่นี่ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 15 นาที เมื่อเข้าไปถึงจะได้ชมหนังสั้นเกี่ยวกับประวัติโดยย่อ ให้พอมีความรู้พื้นฐานก่อนประมาณ 23 นาที แล้วต่อด้วยนั่งเรือชมบรรยากาศโดยรอบ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เกิดความสูญเสียขึ้นกับเรือดำน้ำและทหารที่ถูกโจมตีจนเสียชีวิต การเข้าชมไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ถ้าหากจองตั๋วทางออนไลน์จะมีค่าจองประมาณ 40 บาท หรือ 1.25 ดอลลาร์สหรัฐ

รูปภาพ


- Haleakala national park เป็นอุทยานแห่งชาติที่อนุรักษ์ภูเขาไฟที่สวยงามเด่นตา ตั้งอยู่ที่ Haleakala บนเกาะ Maui นอกจากนั้นในหมู่บ้าน Kipahulu ซึ่งอยู่ในอุทยานฯ แห่งนี้เช่นกัน มีการอนุรักษ์พืชและสัตว์ไม่ให้สูญพันธ์ รวมถึงพยายามรักษาระบบนิเวศให้สมบูรณ์มากที่สุด
- The Diamond Head เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเกิดขึ้นตามธรรมชาติ ซึ่งก็คือ ภูเขาไฟนั้นเอง ขณะที่ภูเขาไฟลูกนี้ระเบิดออกได้ทำปฏิกิริยากับน้ำทะเล เพราะว่ามันตั้งอยู่ติดทะเลเลย ทำให้จากภูเขาที่มีรูปทรงธรรมดามีรูปร่างคล้ายโคน หรือตรงยอดเป็นหลุมลงไปนั่นเอง จึงเป็นสิ่งที่ดึงดูดความสนใจจากเหล่านักท่องเที่ยวรอบโลกได้เป็นอย่างดี และพากันเดินทางมาเป็นจำนวนมาก เพื่อเดินขึ้นไปบนยอดเขาและชมทัศนียภาพจากมุมสูง นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นเขาได้อย่างสะดวกสบาย เพราะว่าเขาทำทางขึ้นไปให้อย่างดี เพียงแต่เสียค่าผ่านทาง 5 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 155 บาทต่อรถหนึ่งคัน
- The Bishop Museum พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ถือว่าเป็นแห่งให้ความรู้ที่สมบูรณ์และครบถ้วนมากที่สุดแห่งหนึ่ง เพราะว่ารวมรวบวัตถุ สิ่งประดิษฐ์ ที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมของชาวฮาวายได้อย่างดี มีอาคารที่แสดงนิทรรศการด้านความรู้และงานวิจัยมากถึง 6 ตึก นอกจากนี้ ยังมีการนำลาวามาแสดงอีกด้วย

รูปภาพ


- The Iolani Palace ราชวังใหญ่โตตระการตาที่ฮาวายนี้ สร้างขึ้นเมือปี ค.ศ. 1883 เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของกษัตริย์ฮาวาย ส่วนกำแพงวังมีเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับชาวฮาวายมาช้านาน นักท่องเที่ยวสามารถเข้าเยี่ยมชมได้เฉพาะห้องหลัก ๆ ที่เปิดให้ชมเท่านั้น สำหรับค่าบริการเข้าชมโดยมีไกด์อธิบายประวัติศาสตร์ ถ้าเป็นผู้ใหญ่เสียค่าเข้า 20 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 620 บาท เด็กเสียค่าเข้า 5 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 155 บาท แต่ถ้านักท่องเที่ยวต้องการเดินชมด้วยตัวเองชำระเพียงคนละ 12 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 372 บาท
- The Hanauma Bay Nature Preserve ที่อ่าวแห่งนี้มีธรรมชาติที่ค่อนข้างสมบูรณ์และยังคงความสวยงามอยู่ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจะตื่นเต้นกับการดำน้ำดูปะการังบริเวณพื้นผิวน้ำ ไม่ต้องดำลงไปลึก ดังนั้น คนที่ดำน้ำไม่เป็นก็สามารถชมความงามเหล่านี้ได้ นอกจากนี้ ชายหาดที่ขาวสะอาด น้ำทะเลสีฟ้าครามใส คลื่นสงบ เหมาะกับการมาพักผ่อนมากทีเดียว
กล่าวได้ว่า ชายหาดสีขาว น้ำทะเลสีฟ้าใสที่สหรัฐอเมริกาแล้วล่ะก็ คงหนีไม่พ้น “เกาะฮาวาย” (Hawaii) ซึ่งเป็นแหล่งท่องยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ ที่เดินทางมาสัมผัสความงามทางธรรมชาติ วัฒนธรรม และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ด้วยตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เมืองฮอนโนลูลู (Honolulu) เพราะนอกจากจะเป็นเมืองที่มีชายหาดสวยแล้วยังเต็มไปด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรมระหว่างตะวันตก-ออก รวมถึงสถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย


รูปภาพ


6.อิตาลี : มีชื่ออย่างเป็นทางการคือ สาธารณรัฐอิตาลี (อังกฤษ: Italian Republic; อิตาลี: Repubblica italiana) เป็นประเทศในทวีปยุโรป บริเวณยุโรปใต้ ตั้งอยู่ในคาบสมุทรอิตาลีที่มีรูปทรงคล้ายรองเท้าบูต และมีเกาะ 2 เกาะใหญ่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน คือ เกาะซิซิลีและเกาะซาร์ดิเนีย และพรมแดนตอนเหนือแบ่งประเทศโดยเทือกเขาแอลป์ กับประเทศฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย และสโลวีเนีย และมีประเทศอิสระ 2 ประเทศ คือ ซานมารีโนและนครรัฐวาติกัน เป็นดินแดนที่ล้อมรอบไปด้วยพื้นที่ของอิตาลี ในขณะที่เมืองกัมปีโอเนดีตาเลีย เป็นดินแดนส่วนแยกของอิตาลีที่ถูกล้อมรอบด้วยพื้นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยเมืองบางเมืองของประเทศอิตาลี ถือว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวสุดสวย น่าไปที่สุดของอิตาลี บางเมืองเคยถูกจัดให้เป็นเมืองสวยที่สุดของยุโรปมาแล้ว หากคุณเป็นคนที่รักความคลาสสิคสไตล์ยุโรป แน่นอนว่าคุณต้องรักอิตาลี

รูปภาพ


- เมืองเจนัว (Genoa) ถูกบดบังรัศมีจากเมืองอื่นที่มีชื่อเสียงมากกว่าอย่างกรุงโรม หรือเวนิส แต่ยังไงก็ตาม เจนัว ก็เป็นที่เป็นดังไข่มุกของประเทศอิตาลี เมืองแห่งนี้เป็นเมืองสุดคลาสสิคของอิตาลี ที่ประดับประดาไปด้วยตึกราบ้านช่องตกแต่งด้วยสีสไตล์พาสเทล เต็มไปด้วยโบสถ์เก่าแก่ดูมีมนต์ขลัง สวนเล็กๆที่ถูกจัดอย่างสวยงาม และบางมุมยังซ่อนซากอารยธรรมเก่าแก่ยุคโรมันอีกด้วย เมืองแห่งนี้เป็นดั่งศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ซึ่งแต่ละมุมถนนจะสะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมจากยุคอดีตมาสู่ปัจจุบัน
-ปิซ่า (Pisa) ตั้งอยู่ในแนวเดียวกับแม่น้ำอาร์โนในทางตะวันตกเฉียงเหนือของแคว้นทัสกานี (Tuscany) ซึ่งเมืองปิซ่ายังคงมนต์เสน่ห์ของความสวยงามของเมืองยุคกลางไว้ได้อย่างเหนียวแน่น เมืองปิซ่านอกจากจะมีชื่อเสียงมาจาก หอเอนเมืองปิซ่า อันโด่งดังไปทั่วโลกแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆยังสวยงามน่าสนใจ คุ้มค่าแก่การไปเยี่ยมเยือนเป็นอย่างยิ่ง
- เนเปิลส์ (Naples) หนึ่งในเมืองเศรษฐกิจที่วุ่นวายที่สุดเมืองหนึ่งของประเทศอิตาลี เนเปิลส์เป็นเมืองหลวงของแคว้น กัมปาเนีย ในทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี
เมืองเนเปิลส์เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยสถานที่ทางศิลปะและประวัติศาสตร์ เช่นเดียวกับ บรรยากาศครึกครื่นแบบสังคมเมืองที่เต็มไปด้วย ร้านค้า ร้านอาหาร และสถานที่เที่ยวยามราตรี ที่สำคัญอาหารอิตาลีที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกอย่าง Pizza, Spaghetti และParmigiana . . . ที่เมืองนี้คุณภาพของอาหารเป็นที่ขึ้นชื่อมาก เพราะแต่ละร้านเอาใจใส่ในการทำเป็นอย่างดี และมักจะใช้ส่วนประกอบอาหารที่เป็นธรรมชาติ สดใหม่ และ made in italy เท่านั้น

รูปภาพ


- เซียนา (Siena) สร้างขึ้นใต้ร่มเงาของภูเขาสามลูกใจกลางของแคว้นทัสกานี เมืองนี้ให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปสู่ยุคกลาง ด้วยสิ่งปลูกสร้างต่างๆเป็นแบบดั้งเดิมแถมยังมีประเพณีการแข่งม้าโบราณที่เรียกกันว่า Il Palio (เอล พาลีโอ) ที่เซียนา สถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดก็คือ “ศูนย์ประวัติศาสตร์เซียนา” ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวอิตาลีที่น่าไปที่สุดของอิตาลีเลยก็ว่าได้ ซึ่งที่ศูนย์ประวัติศาสตร์เซียนา มีงานฝีมือ งานศิลปะ สิ่งปลูกสร้าง และอีกมากมาย ซึ่งแต่ละอย่างนั้นสวยงามและดูเก่าแก่มีมนต์ขลังสุดๆ
- Cinque Terre ความหมายของชื่อเมืองนั้นแปลว่า “Five Lands” แปลเป็นไทยกันเอาเองนะครับ ซึ่งเมือง Cinque Terre มี 5 หมู่บ้านด้วยกัน Riomaggiore, Manarola, Vernazza, Monterosso and Corniglia
เมืองนี้ตั้งอยู่ในแคว้นลีกูเรีย ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอิตาลี หมู่บ้านต่างๆของเมือง Cinque Terre นั้น มีภูมิศาสตร์ที่โดดเด่นสวยงามที่สุดของอิตาลีเลยก็ว่าได้ เช่นเทือกเขาลาดชันเป็นแนวยาว หรือ ระเบียงลมสวยๆ ที่มีมาตั้งแต่หลายร้อยปีที่แล้ว
- Amalfi Coast ตั้งอยู่ในแคว้น กัมปาเนีย เมืองชายทะเล Amalfi Coast มีชื่อเสียงเรื่องลือมากในเรื่องความสวยงามของตัวเมืองและภูมิศาสตร์ โดดเด่นมากจนทำให้กลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวระดับท็อปของอิตาลีไปเลย ความยาวของเมืองยาวประมาณ 30 ไมล์ ตามแนวหาด Sorrento Peninsula ซึ่งทำให้เมืองแห่งนี้ติดอันดับเมืองน่าเที่ยวของอิตาลี จากความงดงามของภูมิศาสตร์แสนสวยอย่างที่เห็นในรูป บ้านหลากสี และ ต้นไม้ที่ขึ้นสลับไปกับถนน

รูปภาพ


- มิลาน (Milan) ถูกทิ้งระเบิดจนเสียหายไปมากในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่หลังจากนั้นเมืองมิลานได้ถูกบูรณะเรื่อยมา จนในปัจจุบันได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ร่ำรวยที่สุดเมืองหนึ่งของทวีปยุโรป แถมที่มิลานผู้คนจากทั่วโลกยังยกให้เป็นเมืองยักษ์ใหญ่ในวงการแฟชั่นโลก เป็นศูนย์กลางของสินค้าแฟชั่นแบรนด์ดังหลากหลายยี่ห้อ นอกจากนั้นที่มิลานยังมีขุมทรัพย์ทางศิลปะอย่างภาพวาด The Last Supper ของ Leonardo Da Vinci, โรงละครโอเปร่า La Scala, the Castello Sforzesco และโบสถ์แบบ Gothic ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกก็อยู่ที่เมืองมิลานด้วย
- ฟลอเรนซ์ (Florence) เมืองหลวงแห่งแคว้น ทัสกานี “ฟลอเรนซ์” . . . เมืองนี้มักจะถูกขนานนามว่าเป็นพิพัธภัณฑ์ขนาดยักษ์ เพราะว่าความสวยงาม รูปทรง และส่วนประกอบอื่นๆของสิ่งปลูกสร้างของเมืองนี้ดูราวกับเทพนิยาย ซึ่งผลงานศิลปะล้ำค่า พิพิธภัณฑ์ และโบสถ์เก่าแก่ กระจัดกระจายอยู่ทั่วตัวเมือง ทำให้ยิ่งดูมีมนต์เสน่ห์ทางศิลปวัฒนธรรมแบบฉบับยุโรปมากขึ้นไปอีก

รูปภาพ


- เวนิส (Venice) เวนิสนั้นอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิตาลี เวนิสนั้นประกอบด้วยเกาะเล็กๆ (จะเรียกว่าเกาะดีไหมนะ) 118 เกาะ ซึ่งมีสะพานรูปทรงสวยงามเชื่อมระหว่างเกาะให้ผู้คนสามารถเดินข้ามฝากไปมาได้ การเดินทางภายในตัวเมืองนั้น ใช้เรือแจวไปตามคานาล (แม่น้ำที่ไหลผ่านตามเกาะต่างๆ) โดยมี Grand Canal ซึ่งเป็นคานาลใหญ่สุดผ่ากลางเมือง ทำให้แบ่งออกเป็นสองฝั่ง โดยเมืองนี้ส่วนตัวชอบเป็นพิเศษ ด้วยวิวสวยของคานาลและสถาปัตแบบดั้งเดิมของเวนิส จึงทำให้เมืองแห่งนี้เป็นหนึ่งในเมืองที่โรแมนติกที่สุดในโลก
- กรุงโรม (Rome) เมืองหลวงในอดีตของอาณาจักรโรมันที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งโรมในปัจจุบันเป็นเมืองหลวงของประเทศอิตาลี กรุงโรมตั้งอยู่ศูนย์กลางของแคว้นลาซีโอ
กรุงโรมนั้นเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ เป็นศูนย์รวมของศิลปวัฒนธรรมทั้งแบบคลาสสิคและโมเดิร์นได้อย่างลงตัว และเป็นที่รู้กันว่าที่กรุงโรมมีสถาปัตยกรรมโบราณของกรุงโรมอยู่มากมาย แถมกรุง Vatican ก็ยังอยู่ในโรมอีกด้วย กรุงโรมนั้นมีอายุยืนยาวมากกว่า 2,500 ปี ในฐานะของเมืองศูนย์กลางของวัฒนธรรม การเมือง และ ศาสนา มาหลายยุคหลายสมัย


รูปภาพ


7.หมู่เกาะแคริบเบียน : ทะเลแคริบเบียน (อังกฤษ: Caribbean Sea) เป็นทะเลเขตร้อนในซีกโลกตะวันตก ส่วนหนึ่งของมหาสมุทรแอตแลนติก ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของอ่าวเม็กซิโก ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของแผ่นเปลือกโลกแคริบเบียน โดยทางทิศใต้จดทวีปอเมริกาใต้ ทางทิศตะวันตกและทิศใต้จดประเทศเม็กซิโกและอเมริกากลาง และทางทิศเหนือและทิศตะวันออกจดหมู่เกาะแอนทิลลีส ได้แก่ เกาะคิวบา เกาะฮิสปันโยลา เกาะจาเมกา และเกาะเปอร์โตริโกในหมู่เกาะเกรตเตอร์แอนทิลลีสทางทิศเหนือ ส่วนหมู่เกาะเลสเซอร์แอนทิลลีส (เช่น เกาะแองกวิลลา เกาะดอมินีกา เกาะเซนต์ลูเซีย) อยู่ทางทิศตะวันออก พื้นที่ทั้งหมดของทะเลแคริบเบียน หมู่เกาะต่าง ๆ ในทะเลนี้ และชายฝั่งที่ติดต่อกัน รวมเรียกกันในชื่อภูมิภาคแคริบเบียน

รูปภาพ


- Antigua (แอนติกา) แอนติกา หมายความว่า โบราณ หรือของเก่าในสเปน และเป็นชื่อที่ Perfect มากสำหรับเกาะเขตร้อนและมีเสน่ห์ที่ในทะเลแคริบเบียน ตั้งอยู่ใน West Indies, แอนติกาเป็นอาณานิคมของสเปนในศตวรรษที่สิบห้า แอนติกานอกจากนี้ยังมีชื่อเสียงเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานที่ดีที่สุดในโลกแล้ว แอนติกายังมีเสน่ห์พิเศษและความงามที่จะทำให้สถานที่ท่องเที่ยวนี้เป็นที่ต้องการมากที่สุด

รูปภาพ


- British Virgin Islands (หมู่เกาะบริติชเวอร์จิ้น) เป็นส่วนหนึ่งของดินแดนของอังกฤษในทะเลแคริบเบียน ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกาหมู่เกาะเวอร์จินที่มุมตะวันออกเฉียงเหนือของทะเลแคริบเบียน ชายหาดที่ถือว่าดีที่สุดในหมู่เกาะแคริบเบียนและชายหาดที่มีชื่อเสียงสำหรับการตกปลาคาริเบียน, เรือใบ, ดำน้ำและดำน้ำชมปะการัง

รูปภาพ


- Curacao (คูราโซ) เกาะนี้ครองความเจริญรุ่งเรืองของเศรษฐกิจ ทางด้านน้ำมันและการเงินมากกว่าการท่องเที่ยว และที่นี่ในวันหยุด คุณสามารถว่ายน้ำไปกับปลาโลมา จูบสิงโตทะเล (หรือได้รับจูบจากพวกเขาจริงๆ) และดู Flamingos (นกฟลามิงโก) สวยงาม ได้อย่างใกล้ชิดกันเลยทีเดียว

รูปภาพ


- Dominican Republic (สาธารณรัฐโดมินิกัน) สาธารณรัฐโดมินิกันเป็นเกาะที่มีคุณสมบัติและประวัติที่น่าทึ่งมาก สาธารณรัฐโดมินิกันสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญได้รับความสนใจของนักท่องเที่ยวจำนวนมากกับสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ และ ประเทศที่มีพื้นที่มากเกินไปที่จะดูและสำรวจ หนึ่งในสถานที่ตั้งอยู่ในเมืองหลวงคือมหาวิหารซานตามาเรีย พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีจำนวนมากมีชีวิตใต้ทะเลที่สวยงามให้เห็นเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวยอดเยี่ยม ชายหาดมีสิ่งที่คุณไม่สามารถลืม มากกว่า 1,000 กิโลเมตร ชายหาดที่อยู่รอบ ๆ Punta Cana และ Cabarete เป็นที่รู้จักกันทั่วโลกมีชายหาดที่สวยงามอย่างไม่น่าเชื่อ นอกจากนี้คุณยังสามารถไปกับทัวร์ที่จะนำคุณไปยังเกาะ Saona และเกาะ Catalina เป็นที่สำหรับดำน้ำที่ดีที่สุดเท่าที่คุณจะเคยเห็น

รูปภาพ


- Grenada (เกรนเนดา) เกรเนดา เป็นเกาะที่สวยงามตระการตาที่มีหาด ทรายสีทอง; น้ำคริสตัลตรง, เฟื่องฟูภูเขาต้นไม้สีเขียวและมีกลิ่นหอมเครื่องเทศที่ให้ชื่อเล่นของเกาะ นี้เป็นเกาะเครื่องเทศ 46 มีชายหาดแช่รอบดวงอาทิตย์ Spice เกาะเกรเนดาเป็น เหตุผลหนึ่งที่สำคัญเพื่อเข้าชมเกรเนดาเป็นงานรื่นเริงที่มีชีวิตชีวาของป่า และจัดขึ้นทุกปีในช่วงไตรมาสที่สาม ดูเหมือนว่าทุกคนที่เข้าชมจะไม่ขาดในสิ่งที่ต้องทำและสถานที่ท่องเที่ยวที่ ไปดูเพราะหลายจุดที่สวยงามและพิธีเฉลิมฉลองตลอดทั้งปีเกรเนดาเป็นที่รู้จักกัน

รูปภาพ


- Jamaica (จาเมกา) ไม่เพียงแต่จะหมายถึงรีสอร์ทหรูหราพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหมดที่ปลายนิ้วของคุณ นอกจากชายหาดที่เก่าแก่ของ lapped โดยน้ำมีสีเขียวขุ่นอบอุ่นจาเมกาแห่งนี้ให้บริการพื้นที่ของสิ่งมหัศจรรย์ ทางธรรมชาติที่สวยงามที่มีความคุ้มค่าเดินทางไป ดีที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือ Dunn 's River Falls, ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถปีนขึ้นอยู่เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่ของมนุษย์และ สนุกกับผลธารน้ำวิ่งสถานอาบอบนวดในฐานะที่พวกเขาน้ำตกไปทะเล นอกจากนี้ยังมีเส้นทางธรรมชาติผ่านใบเขตร้อนอันเขียวชอุ่มของไผ่, เฟิร์น, lilies ขิง, กล้วยไม้, crotons, ต้นปาล์มและต้นสาเก ผู้ซื้อจะพอใจในงานฝีมือที่ทำจากฟาง, แกะสลักไม้และงานศิลปะอื่น ๆ ที่จอดเรือและมีโรงอาหารที่เชี่ยวชาญในการจาเมกาสุขเช่นไก่และแพะ curried jerked

รูปภาพ


- St. Lucia เซนต์ลูเซีย เป็นหนึ่งในหมู่เกาะขนาดเล็ก สบายมากขึ้นในคาริเบียน, โม้หาดทรายที่สวยงามกับสายลมแสงต้อนรับเช่นชายหาด Anse de นิยมสีน้ำตาลเข้ม หมู่เกาะแคริบเบียนเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีหาดทรายสีขาวทั่วไปที่คลื่นทะเลสงบเหมาะอย่างยิ่งสำหรับกีฬาทางน้ำ เช่นการแล่นเรือใบและ Para - ลื่น เกาะเป็นที่นิยมสำหรับการหยุดทั้งผู้เข้าชมและพักผ่อนล่องเรือมาสำหรับการ เข้าพักระยะยาวที่เกือบ 100 โรงแรมรีสอร์ทและโรงแรมแบบ

รูปภาพ


- St. Vincent and the Grenadines ก่อนที่จะทำหน้าที่เป็นเซนต์วินเซนต์การ ตั้งค่าสำหรับ"Pirates ของแคริบเบียน"นี้เกาะห่างไกลและโซ่นำ้เชื่อมทำจากผลทับทิมทั้งเป็นที่ รู้จักกันเป็นหลักเพียงเพื่อชาวเรือและการแสวงหาความสันโดษดาวหิน แท้จริง Mick Jagger และเดวิดโบวี่สุขุมบ่อย แต่เพียงผู้เดียวของเกาะนำ้เชื่อมทำจากผลทับทิม Mustique วันนี้ แต่ยังสวย, เกาะอันเงียบสงบของ Bequia เป็นที่ขึ้นต้องขอบคุณผู้ใช้ใหม่ Firefly ปากต่อปากเกี่ยวกับการเพาะปลูกและครึ่งหนึ่ง Bequia สมบูรณ์ Bequia Beach Hotel Canouan เกาะเหยียดยาวอยู่แล้วที่นี่มีรีสอร์ทราฟเฟิล superluxe ที่ evokes แปซิฟิกใต้ และเขียวชอุ่มเซนต์วินเซนต์สามารถสัมผัสถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่นิยมของชอบ พาโนรามา Belmont รักษาพันธุ์สัตว์ป่าและ canopied Vermont Nature Trail

รูปภาพ


- Vieques, Puerto Rico โดย Vieques, เปอร์โตริโกเป็นหนึ่งในหมู่เกาะที่สวยงามมากที่สุดของคาริเบียน มันเป็นสถานที่น่าจดจำและราคาไม่แพงมากสำหรับนักเดินทางใด ๆ ตั้งแต่กอดการท่องเที่ยวในปี 2003 หลังจากทศวรรษที่ผ่านมาเป็นฐานทัพเรือสหรัฐอเมริกา, เกาะเล็ก ๆ ของ Vieques ได้รับการเข้าถึงได้มากที่สุด"อาณาเขตจดที่แผนที่"ในทะเลแคริบเบียน ด้วย Vieques harboring กว่า 40 กิโลเมตรของหาดทรายที่สวยงามและคุ้มครองสัตว์ป่าคาริเบียนที่ใหญ่ที่สุดของ โรงแรมขนาดเล็กและร้านอาหารสบาย ๆ ไม่พิถีพิถันมีดึงดูดนักท่องเที่ยว

รูปภาพ


- Anguilla (แองกลิลล่า) แองกวิลลาจะเป็นเป็นหนึ่งในสถานที่โรแมนติกที่สุดในโลก ซุกอยู่ในที่เงียบสงบกลางทะเลแคริบเบียน, เป็นเกาะที่มีความมหัศจรรย์มาก เหมือนหายใจอยู่ท่ามกลางวัฒนธรรมแบบไดนามิกสวนเอเดนของหาดทรายสีขาวและน้ำทะเลสีฟ้าเป็นประกาย เต็มไปด้วยชีวิตทางทะเลบางส่วนที่น่าตื่นตาตืนใจ

รูปภาพ



8.ตาฮิติ : ตาฮิติ (Tahiti) เป็นเกาะที่อยู่กลางมหาสมุทรแปซิฟิคตอนใต้ เรียกว่าเป็น ดินแดน และเขตการปกครองโพ้นทะเลของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเกาะที่ไม่เหมือนใคร และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วโลกด้วยมนต์เสน่ห์ในแบบชาวหมู่เกาะ (Polynesian) วัฒนธรรมที่มีสีสันสดใส และบรรยากาศที่โรแมนติก การเต้นรำส่ายสะโพกและกระโปรงที่ทำจากหญ้าของชาวตาฮิติจะทำให้หัวใจคุณเต้นแรงขึ้นจนคุณต้องเคาะเท้าตาม ปล่อยให้จังหวะแห่งการเฉลิมฉลองของชาวพื้นเมืองที่น่าพิศวงนี้ทำให้คุณกลับเป็นเด็กอีกครั้ง (French Polynesia)

รูปภาพ


- บรรยากาศของ ตาฮิติ เย็นสบายด้วยลมทะเลที่โชยพัดอยู่ตลอดเวลา และเป็นสวรรค์ของ คู่รักที่นิยมเดินทางมาฮันนีมูนกันด้วย
- ลักษณะของภูิมิประเทศของเกาะ เป็นภูเขาไฟเรียงต่อกัน เป็นทะเลภูเขาซึ่งยอดเขาสูงเสียดเมฆ โดยรอบเกาะเป็นแนวปะการัง มี Lagoon (บึงขนาดใหญ่, ทะเลสาบ) น้ำใสสลับสีเขียวสีฟ้า นอกจากน้ำใสสลับสีแล้ว ยังมีหาดทรายสีดำ (Black sand) และขาวอีกด้วย

รูปภาพ


- กิจกรรมที่นี่ ก็จะเป็นกีฬาหลายประเภท เช่น กอล์ฟ ดำน้ำ เดิน ป่าหรือขี่ม้า ซึ่งผู้คนชาวตาฮิติมีอัธยาศัยไมตรี และยินดีต้อนรับทุกคนที่ไปเยือน
- การไปตาฮิติ ต้องไปช่วงเดือน พฤษภาคม - ตุลาคม เพราะเป็นช่วงที่ฝนตกน้อย


รูปภาพ


9.นิวซีแลนด์ : (อังกฤษ: New Zealand; มาวรี: Aotearoa หมายถึง "ดินแดนแห่งเมฆยาวสีขาว" หรือ Niu Tirenio ซึ่งเป็นการทับศัพท์จากภาษาอังกฤษ) เป็นประเทศที่ประกอบด้วยเกาะใหญ่ 2 เกาะ รวมถึงเกาะเล็ก ๆ จำนวนหนึ่ง ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนตะวันตกเฉียงใต้ - นิวซีแลนด์มีเมืองหลวงชื่อเวลลิงตัน นิวซีแลนด์ เป็นประเทศที่ห่างไกลจากประเทศอื่น ๆ มากที่สุด โดยประเทศที่อยู่ใกล้ที่สุดคือ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะใหญ่ 2,000 กิโลเมตร โดยที่มี ทะเลแทสมันกั้นกลาง ดินแดนเดียวที่อยู่ทางใต้ คือ ทวีปแอนตาร์กติกา และทางเหนือคือนิวแคลิโดเนีย ฟิจิ และตองกา

รูปภาพ


- พื้นที่ส่วนใหญ่ของนิวซีแลนด์มีภูมิอากาศเขตอบอุ่น และภูมิประเทศที่มีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรมและความสวยงามทางธรรมชาติ
- เหมาะมากสำหรับการขับรถเที่ยวตามเส้นทางต่างๆ ชมยอดเขา ทะเลสาบ แล ะแหล่งธรรมชาติมากมาย จะทำให้ได้ชื่นชมกับความสวยงามที่แลปกตาอีกทั้งทะเลสาบที่ใสราวกับกระจกอย่างทะเลสาบวาคาดิปู (Lake Wakatipu) ไปจนถึงเทือกเขา The Remarkablesซึ่งธรรมชาติของควีนส์ทาวน์นั้นสวยใสสะอาด
- อากาศที่นิวซีแลนด์จะมีทั้งหมด 4 ฤดู คือ ฤดูร้อน (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) อบอุ่นเหมาะสำหรับการเล่นกีฬาทางน้ำ ฤดูใบไม้ร่วง (มีนาคม-พฤษภาคม) เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง ฤดูหนาว (มิถุนายน-สิงหาคม) เหมาะกับการเล่นสกีและหิมะ และ ฤดูใบไม้ผลิ (กันยายน-พฤศจิกายน)

รูปภาพ

- อากาศดีเยี่ยมและน่าเที่ยวที่สุด ซึ่งเป็นดินแดน ที่ได้รับการขนานว่า "อังกฤษนอกเกาะอังกฤษ" ประเทศนิวซีแลนด์ ขึ้นชื่อว่ามีทิวทัศน์ที่สวยงามมากมายทั่วประเทศ สามารถชมวิวอันตระการตาของเมืองได้ ไม่ว่าจะเป็นร่องรอยของปล่องภูเขาไฟ อ่าวที่เต็มไปด้วย เกาะน้อยใหญ่ และเขตป่าที่อยู่ซานเมือง และการเข้าถึงธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
- ที่เกาะใต้ จะได้พบกับบรรยากาศสุดโรแมนติกของเมืองไครัสท์เชิร์ช (Christchurch) เมืองที่ขึ้นชื่อว่าคล้ายอังกฤษมากที่สุดในโลก ซึ่งไดรัสท์เชิร์ชในเกาะใต้แห่งนี้ สามารถสัมผัสความงดงามของสถาปัตยกรรมสมัยวิคตอเรียที่จัตุรัสกลางเมือง
- โอ๊คแลนด์ (Auckland) เป็นเมืองใหญ่ที่สุดในนิวซีแลนด์ มีประชากรประมาณ 2 ล้านคน ตั้งอยู่ระหว่างอ่าวไวเตมาตา และอ่าวมานูเกา เป็นศูนย์กลางธุรกิจและอุตสาหกรรม ของประเทศ เนื่องจากเป็นเมืองท่าที่สำคัญและเป็นเมืองแห่งการเล่นเรือใบ มีแม่น้ำไวกาโต ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ยาว ที่สุดในนิวซีแลนด์ไหลผ่าน เป็นเมืองที่เหมาะแก่การเรียน มีโรงเรียน และ มหาวิทยาลัยชื่อดังหลายแห่ง ในโอ๊คแลนด์
@สถานที่ท่องเที่ยว ที่น่าสนใจ โอ๊คแลนด์ เช่น NZ Auckland's Sky Tower, NZ Mount Eden, NZ Kelly Tarlton's, NZ Auckland Museum, NZ National Maritime Museum, NZ Auckland Zoo,
NZ Auckland Regional Botanical Garden, NZ Victoria Park Market, NZ Auckland Harbour Bridge

รูปภาพ


- เวลลิงตัน (Wellington) เมืองหลวงของนิวซีแลนด์ คือ เวลลิงตัน ตั้งอยู่บริเวณตอนปลายสุดของ เกาะเหนือ ซึ่งจะเป็นแหล่งที่ตั้งของที่ทำการรัฐบาลและเมืองนี้ได้รับสมญาว่าเป็น Windy city เวลลิงตันเป็นเมืองท่าที่เชื่อมระหว่าง เกาะเหนือ และเกาะใต้ ที่มีช่องแคบคุก (cook) คั่นกลาง ทำให้เกิดกระแสลมแรง เป็นแหล่งรวมสถานที่สำคัญ ผ่อนคลายกับบรรยากาศที่ไม่เร่งรีบ ตั้งอยู่บนอ่าวของทางตอนใต้สุดของเกาะเหนือ มีความสำคัญในด้านการปกครอง และเป็นจุดเชื่อมระหว่างเกาะเหนือ และเกาะใต้
@แหล่งท่องเที่ยว ที่น่าสนใจ อาทิ เช่น NZ Wellington Zoo, NZ Te PapaNZ National Opera, NZ Wellington Botanic, NZ National Art Gallery, NZ National Library,GardensNZ National War Memorial

รูปภาพ


- โรโตรัว เป็นเมืองของนิวซีแลนด์ที่เรียกได้ว่า “เมืองแห่งสปาและการท่องเที่ยว” เนื่องจาก เมืองนี้อุดมไปด้วย แหล่งกำเนิดของน้ำพุร้อน ป่า ทุ่งหญ้าและทะเลสาบ อุดมสมบูรณ์ ด้วยปลาเทราต์ นอกจากนี้ยังเป็นเมืองโบราณที่สั่งสมวัฒนธรรมของชาวเมารี ทำให้เมือง นี้เต็มไป ด้วยความสนุกสนาน สำหรับนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเยี่ยมชม
@แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจของเมืองโรโตรัวอาทิเช่น NZ Te Whakarewarewa, NZ Polynesian, NZ Lake Rotorua, NZ Rainbow Spring Farm Ohinemutu, NZ Waikite Valley Thermal Pool, NZ Skyline SkyrideNZ Whirinaki Forest Park
- ไคร้สท์เชิร์ช (Christchurch) เป็นเมืองเก่าแก่ และใหญ่ที่สุดทางเกาะใต้ของนิวซีแลนด์ เป็นเมืองที่ได้รับอิทธิพลจากประเทศอังกฤษอย่างแท้จริง มีสวนดอกไม้สวยงาม มีแม่น้ำเอวอนไหลผ่านกลางเมืองและประกอบด้วยสถาปัตยกรรมในรูปแบบของอังกฤษยุคบุกเบิก ไคร้สท์เชิร์ชถูกขนานนามว่าเป็นเมืองแห่งสวนดอกไม้ตระการตา (Garden City)
@แหล่งท่องเที่ยว ที่น่าสนใจของเมืองไคร้สท์เชิร์ชอาทิ เช่น NZCathedral Square Church of England, NZ Botanic Gardens and Hagley Park, NZCanterbury Museum, NZWillowbank Wildlife Reserve, NZSouthern Encounter Aquarium and Kiwi House, NZ The Roman Catholic Basilica NZChristchurch City Art Gallery

รูปภาพ


- ดูนิดิน (Dunedin) ดะเนดิน หรือสก๊อตแลนด์แห่งนิวซีแลนด์ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ในเขต Otago เป็นที่ตั้ง ของมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดของนิวซีแลนด์ คือ University of Otago ปัจจุบันเป็นจุดศูนย์กลางนักท่องเที่ยวทัวร์ธรรมชาติ (Eco-tour) เช่น ทัวร์ดูนกเพนกวิน, ทัวร์ดูแมวน้ำ, และการเดินป่าแบบธรรมชาติ
@แหล่งท่องเที่ยว ที่น่าสนใจของเมืองดะเนดิน อาทิเช่น NZTaieri Gorge Railway, NZRoyal Albatross Centre, NZCentre and Westpac Aquarium, NZDunedin’s Botanic Gardens NZOtago Museum and Discovery World NZUniversity of Otago, NZ New Zealand Sports Hall of Fame, NZNew Zealand Marine Studies


10.อิสตันบูล : อิสตันบูล (ตุรกี: İstanbul) เดิมชื่อ คอนสแตนติโนเปิล เป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศตุรกี ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งทำให้อิสตันบูลเป็นเมืองสำคัญเพียงเมืองเดียวในโลก ที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีป คือ ทวีปยุโรป (ฝั่ง Thrace ของบอสฟอรัส) และทวีปเอเชีย (ฝั่งอนาโตเลีย) ในอดีต อิสตันบูลเป็นเมืองสำคัญของชนเผ่าจำนวนมากในบริเวณนั้น จึงส่งผลให้อิสตันบูลมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป เช่น ไบแซนไทน์, คอนสแตนติโนเปิล, สแตมโบล, อิสลามบูล เป็นต้น โดยคำว่า อิสตันบูล มาจากภาษากรีก แปลว่า "ในเมือง" หรือ "ของเมือง"

รูปภาพ


- อิสตันบูล เป็นเมืองที่มีความสำคัญที่สุดและเป็นเมื่องที่มีประชากรหนาแน่นมากที่สุดในตุรกี อิสตันบูล ตั้งอยู่ริมช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus) เดิมชื่อว่า คอนสแตนติโนเปิล (Constantinople) อาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ ที่เป็นเมืองสำคัญของชนเผ่าจำนวนมากในบริเวณนั้ น จึงส่งผลให้อิสตันบลู มีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไปเช่น ไปแซนเทียม คอนสแตนติโนเปิล สแตมโบล เป็นต้น
- อาณาเขต : ทิศเหนือจรดทะเลดำ (Black Sea ) ทิศตะวันออกติดกับโคจาเอลลี (Kocaeli )และทะเลมาร์มารา (Marmara) ฝั่งตะวันตกติดกับ เทคีร์ดาค์ ( Tekirdag ) และคีร์คลาเรลี (Kirklareli ) มีพื่นที่รวมเกาะมาร์มารา (Marmara Island ซึ่งได้สมญานามว่าเป็นเกาะเจ้าชาย Princess’Island 5,712 ตารางกิโลเมตร
- อิสตันบลูเป็นเมืองเดียวของตุรกีที่มีพื้นที่อยู่ใน 2 ทวีปคือทวีปเอเชีย (ฝั่งอนาโตเลียน) และทวีปยุโรป (ฝั่ง Trace ของบอกฟอรัส) โดยทั้ง 2 ทวีป ถูกแบ่งออกจากกันโดยช่องแคบบอสฟอรัส ทะเลามาร์มารา และช่องแคบ ดาร์ดาแนลส์

รูปภาพ


- ส่วนในยุโรปแบ่งออกเป็นอิสตันบลูเก่า และอิสตันบลูใหม่ โดยมีโกลเดนฮอร์นคันอยู่ (Golden Hornเป็นทะเลชายฝั่งรูปร่างเว้าเหมือนเขาสัตว์ เมื่อยามอาทิตย์อุทัยและอัสดงแสงจะอาบลำน้ำเป็นประกายระยิบระยับราวทองคำ ) เมืองที่ถูกแบ่งแล้วคือสตัมบลู (Stambul )ทางด้านใต้ และทางกาลาตา (Galata )กับเบโยหลุ (Beyoglu) ทางด้านเหนือ
- วิหารเซนต์โซเฟีย หรือ อยา โซเฟีย (Aya Sofya)
คงเป็นตัวแทนที่คนทั่วโลกรู้จักมากที่สุด เพราะสถานที่แห่งนี้ ได้รับการยกให้เป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกของยุคกลาง ,มีความวิจิตรอลังการภายในมหาวิหารเซนต์โซเฟีย

รูปภาพ


- สถาปัตยกรรมอันวิจิตรของ Blue Mosque มัสยิดสีฟ้า หรือมัสยิดสุลต่านอาห์เมต เป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุด สวยที่สุด และท้าทายความวิจิตรของวิหารเซนต์ โซเฟีย ได้อย่างไม่เป็นรอง
- อุโมงค์ส่งน้ำเยเรบาทัน ซึ่งนับเป็นระบบชลประทานที่เก่าแก่อายุกว่าพันปี แต่ระบบนี้ กลับมีประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม ในการส่งน้ำเพื่อใช้ในภาวะสงคราม หรือในช่วงฤดูแล้งความล้ำสมัย จึงไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องของอนาคต
- จัสตุรัส Taksim เป็นพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจสำคัญ ในเขตเมืองใหม่ของอิสตันบูล ย่าน Taksim มีโรงแรม ห้างสรรพสินค้า สถานีรถโดยสาร เต็มไปด้วยผู้คน ทั้งยังเป็น จุดที่ประชาชนชาวอิสตันบูล มักใช้เป็นพื้นที่แสดงออกทางการเมือง


รูปภาพ


11.ริโอ เดอ จาเนโร : รีโอเดจาเนโร (โปรตุเกส: Rio de Janeiro) หรือ รีอูจีฌาเนย์รู มีความหมายว่า "แม่น้ำเดือนมกราคม" หรือมักเรียกโดยย่อว่า รีโอ (Rio) เป็นเมืองหลวงของรัฐรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล โดยเป็นเมืองที่กล่าวขานกันว่างดงามที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และเป็นที่รู้จักในด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะชายหาดโกปากาบานา (Copacabana) และอีปาเนมา (Ipanema) เทศกาลรื่นเริงประจำปีของบราซิล และรูปปั้นพระเยซูขนาดใหญ่ที่รู้จักในชื่อ กริชตูเรเดงโตร์ บนยอดเขากอร์โกวาดู

รูปภาพ


- ริโอ ซึ่งเป็นประตูสู่บราซิล ได้ชื่อว่า เป็นเมืองที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในโลก จนได้รับขนานนามว่า “เมืองที่ยอดเยี่ยม” โดยเฉพาะชายหาดชื่อดังอย่าง โคปาคาบานา และ อีปาเนมา ซึ่งว่ากันว่า เป็นชายหาดที่เซ็กซี่มากที่สุดในโลก ส่วนชื่อเสียงด้านวัฒนธรรมก็ไม่น้อยหน้าใคร อย่าง “คาร์นิวัล” เทศกาลรื่นเริงประจำปีของบราซิล ก็มีนักท่องเที่ยวไปร่วมงาน 5 แสนคนต่อปี ริโอ ยังเป็นเมืองที่ให้กำเนิดแนวเพลงบอสซาโนว่าด้วย
- แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ และโด่งดังมาก ก็คือ รูปปั้นของพระเยซู ชื่อ Christ of Redeemer ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และ ได้รับการโหวตให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ เมื่อ 2 ปีก่อน รูปปั้นที่สูงประมาณ 700 เมตรนี้ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาคอร์โควาโด เป็นจุดชมวิวที่มองเห็นเมืองและชายหาดที่สวยที่สุด นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นรถรางไปบนยอดเขา เพื่อมองรูปปั้นอันเป็นที่เคารพสักการะของชาวบราซิลและคริสต์ศาสนิกชนทั่วโลกอย่างใกล้ชิด ชาวบราซิลมักจะกล่าวอ้างว่า พระเจ้าเป็นชาวบราซิล ซึ่งอาจเป็นเพราะ รูปปั้นพระเยซู ที่ยืนเพ่งมองมายังเมือง ราวกับว่า ริโอ อยู่ในความคุ้มครองของพระองค์

รูปภาพ


- ภูเขาชูการ์ โลฟ ซึ่งเป็นภูเขาหินแกรนิต ที่ตั้งตรงขึ้นมาจากผิวน้ำ สูงประมาณ 400 เมตร ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของริโอ และเป็นจุดชมวิวของอ่าวกัวนาบาร่า
- สนามกีฬามารากาน่า ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเหมือนวิหาร ของฟุตบอลบราซิลก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับ 3 ของเมือง และเป็นสถานที่ที่ชาวเมืองภาคภูมิใจมาก มีเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ของฟุตบอลบราซิลเกิดขึ้นที่นี่มากมาย เช่น การยิงประตูที่ 1,000 ของเปเล่ ตำนานลูกหนังแซมบ้าเมื่อ 40 ปีก่อน และยังเป็นสนามที่เขาลงเล่นให้ทีมชาติเป็นนัดแรกด้วย ในอนาคตสนามนี้จะถูกใช้เป็นที่จัดพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิลเป็นเจ้าภาพรวมถึงใช้จัดพิธีเปิดและปิดกีฬาโอลิมปิก 2016 ด้วย


รูปภาพ

ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
โพสต์: 61
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 06 พ.ค. 2015 4:02 pm

Re: สุด "Exclusive" กับสถานที่ดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ ต่างแดน

โพสต์โดย admin » พฤหัสฯ. 28 พ.ค. 2015 3:35 pm

12.ญี่ปุ่น : เป็นประเทศหมู่เกาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ทางตะวันตกติดกับคาบสมุทรเกาหลี และสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีทะเลญี่ปุ่นกั้น ส่วนทางทิศเหนือ ติดกับประเทศรัสเซีย มีทะเลโอค็อตสค์ เป็นเส้นแบ่งแดน ตัวอักษรคันจิของชื่อญี่ปุ่นแปลว่าถิ่นกำเนิดของดวงอาทิตย์ จึงทำให้บางครั้งถูกเรียกว่าดินแดนแห่งอาทิตย์อุทัย หมู่เกาะญี่ปุ่นประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่กว่า 3,000 เกาะ เกาะที่ใหญ่ที่สุดก็คือเกาะฮนชู ฮกไกโด คีวชู และชิโกกุ ตามลำดับ เกาะของญี่ปุ่นส่วนมากจะเป็นหมู่เกาะภูเขา ซึ่งในนั้นมีจำนวนหนึ่งเป็นภูเขาไฟ เช่นภูเขาไฟฟูจิ ภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศ เมืองหลวงของญี่ปุ่นคือกรุงโตเกียว ซึ่งถ้ารวมบริเวณปริมณฑลเข้าไปด้วยแล้วจะกลายเป็นเขตเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่มีประชากรอยู่อาศัยมากกว่า 30 ล้านคน

รูปภาพ


- แอ่งน้ำฮัปโป จังหวัดนางาโนะ (Happo Pond)ณ แอ่งน้ำที่ใสดุจดังกระจกเงาจนมองเห็นเงาสะท้อนของเทือกเขาใหญ่ที่ตั้งอยู่เบื้องหลังได้อย่างชัดเจนประกอบกับลมอ่อนๆ ที่พัดโชยเรียกความสดชื่นให้กับคนที่มาเยือน แอ่งน้ำฮัปโปคือบ่อน้ำที่ถูกสร้างขึ้นจากธรรมชาติอย่างแท้จริง โดยเกิดขึ้นจากดินและทรายจากภูเขาที่ซ้อนกันขึ้นจนกลายเป็นบ่อน้ำขนาดใหญ่ที่มีน้ำใสแจ๋ว ทั้งนี้การจะขึ้นไปชมแอ่งน้ำฮัปโปนี้ใช่ว่าจะง่าย เพราะนักท่องเที่ยวจะต้องปีนภูเขาคารามัทสึที่สูงถึง 2,696 เมตรขึ้นไปเสียก่อน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเส้นทางนี้ถือเป็นเส้นทางปีนเขาศึกษาธรรมชาติยอดนิยมอีกที่หนึ่งของญี่ปุ่นเลยทีเดียว
@How to get there: จากเมืองนางาโนะ ให้นั่งรถไฟมายังสถานี JR Hakuba Station จากนั้นให้นั่งกระเช้ากอนโดล่าไปยังสถานี Happo Station โดยใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 10 นาที หรือมองหารถบัสที่มีสถานีปลายทางไปยังฮัปโป ซึ่งจะใช้เวลาในการเดินทางเพียง 5 นาทีเท่านั้น

รูปภาพ


- ซาโอะ ออนเซน สกีรีสอร์ทจังหวัดยามางาตะ (ZaoOnsenSki Resort)คือ หนึ่งในสกีรีสอร์ทที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดของญี่ปุ่น ตั้งอยู่บนภูเขายามางาตะบนความสูง 800 เมตร ซึ่งเป็นสถานที่เพียงไม่กี่แห่งในญี่ปุ่นที่มีต้นไม้น้ำแข็งหรือที่เรียกอีกอย่างว่ามอนสเตอร์หิมะที่เกิดจากหิมะที่ตกหนักและลมจนเกิดการแข็งตัวยืนต้นเรียงรายเต็มลานไปหมด โดยเฉพาะในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์จะเป็นช่วงที่ซาโอะมีมอนสเตอร์หิมะเยอะที่สุด งดงามที่สุด และน่าไปเยือนมากที่สุด
@How to get there: หากเดินทางมาจากกรุงโตเกียว ให้นักท่องเที่ยวนั่งรถไฟชินคันเซ็นสาย JR Yamagata มายังสถานี Yamagata (ใช้เวลาเดินทาง 2.5 ชั่วโมง ในราคาประมาณ 11,000 เยน) จากนั้นจึงเปลี่ยนสถานีเพื่อเดินทางไปยัง ZaoOnsen(ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที ในราคาประมาณ 1,000 เยน)
- ปราสาทมัทสึโมโตะ จังหวัดนางาโนะ (Matsumoto Castle) ปราสาทมัทสึโมโตะถือเป็นหนึ่งในปราสาทดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่สวยงามและสมบูรณ์แบบมากที่สุด และมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร โดยมีทั้งหอคอยรองและป้อมปืนภายในปราสาท นอกจากนั้นตัวของปราสาทยังกรุด้วยสีดำ ยิ่งเพิ่มความสง่างามและน่าเกรงขามให้แก่ปราสาทแห่งนี้มากขึ้นไปอีก ทั้งนี้หากนักท่องเที่ยวมีโอกาสมาเยือนปราสาทมัทสึโมโตะในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ก็จะพบกับดอกซากุระสีชมพูอ่อนที่กำลังผลิบานสะพรั่ง ซึ่งตัดกับสีดำของปราสาทที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลัง เนื่องจากที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งจุดยอดนิยมสำหรับการชมดอกซากุระเช่นกัน
@How to get there : จากสถานี JR Matsumoto Station สามารถเดินเท้ามายังปราสาทมัทสึโมโตะได้โดยใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 15 นาที หรือนั่งรถบัสประมาณ 5 นาที

รูปภาพ


- สวนดอกไม้ฮิตาชิ ซีไซด์จังหวัดอิบารากิ(Hitachi Seaside Park) ฮิตาชิ ซีไซด์เป็นสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่มากถึง190 เฮกเตอร์ หรือ1,900,000ตารางเมตร ทั้งบนพื้นที่ราบสลับกับเนินเขาสุดลูกหูลูกตาโดยจุดเด่นของที่นี่คือมีดอกไม้ผลัดเปลี่ยนสายพันธุ์และสีสันให้ชมอยู่ตลอดทั้งปี อย่างเช่นในช่วงฤดูใบไม้ผลิราวๆ ปลายเดือนเมษายนจนถึงช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ทั่วทั้งฮิตาชิ ซีไซด์แห่งนี้จะถูกปูพรมไปด้วยดอกไม้สีฟ้าที่มีชื่อว่า Nemophilaส่วนในช่วงปลายเดือนกันยายนจนถึงกลางเดือนตุลาคม ก็จะเป็นคิวของพุ่มไม้สีแดงอย่าง Kokia รวมทั้งดอกไม้อื่นๆ ด้วยค่ะ
@How to get there: จากสถานี Ueno ให้นั่งรถไฟสาย Joban ขบวนด่วนพิเศษมาลงที่สถานี Katsuta (ใช้เวลาประมาณ 70 นาที) จากนั้นเดินออกทางประตู East Exit เพื่อไปนั่งรถบัสชื่อ Ibaraki Kotsu bus ที่ป้ายรถหมายเลข 2เพื่อไปลงที่ป้าย Kaihinkoennishiguchi(ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที)
- ภูเขาไฟไดเซนจังหวัดต็อตโตริ (Mount Daisen) ไดเซนเป็นภูเขาไฟขนาดใหญ่ซึ่งครอบคลุมภูมิประเทศทางทิศตะวันตกของจังหวัดต็อตโตริ โดยที่นี่ถือเป็น 1 ใน 100 ภูเขาที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น ทั้งนี้ผู้ที่มาเยือนภูเขาไฟไดเซนส่วนใหญ่นิยมมาปีนเขากัน เนื่องจากภูเขาไฟไดเซนประกอบด้วยสันเขาที่มีหลายยอด โดยยอดเขาที่สูงที่สุดก็คือยอดเขาเคนกามิเนะ อย่างไรก็ดี นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่สามารถปีนขึ้นไปสูงสุดได้เพียงแค่ยอดเขามิเซนที่มีความสูง 1,790 เมตรเท่านั้น นอกจากนี้ภูเขาไฟไดเซนยังเป็นที่ตั้งของวัดไดเซนจิที่มีความสำคัญในทางพุทธศาสนา รวมทั้งศาลเจ้าโอกามิยามะที่มีชื่อเสียงอีกด้วย
@How to get there: นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปยังภูเขาไดเซนได้โดยผ่านทางเมืองโยนาโกะ โดยนั่งรถบัสจากสถานีโยนาโกะ (ใช้เวลาประมาณ1 ชั่วโมง)โดยเสียค่าใช้จ่ายจำนวน720 เยน หรือนั่งรถบัสจากสถานีไดเซนกูจิมาลงที่วัดไดเซนจิ(ใช้เวลาประมาณ30 นาที) ค่าใช้จ่าย 480 เยน

รูปภาพ


- หมู่บ้านโกคายามะ จังหวัดโทยามะ (Gokayama) โกคายามะคือหมู่บ้านโบราณแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ที่ตั้งอยู่ในหุบเขาลึกท่ามกลางภูเขาที่สูงชันในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดโทยามะ โดยบ้านทุกหลังภายในหมู่บ้านโกคายามะแห่งนี้จะถูกสร้างขึ้นในรูปแบบที่เรียกว่า Gassho-zukuriซึ่งจะเป็นบ้านที่มีสามถึงสี่ชั้น และมีหลังคาสูงชันที่ลาดเอียงถึง 60 องศา เพื่อป้องกันไม่ให้มีหิมะเกาะอยู่บนหลังคาในช่วงฤดูหนาวนั่นเอง ทั้งนี้หมู่บ้านโกคายามะได้ถูกรับรองโดยองค์การยูเนสโกให้เป็นหนึ่งในมรดกโลกทางวัฒนธรรมเมื่อปี 1995 เพื่ออนุรักษ์ที่นี่ไว้สำหรับเป็นมรดกอันทรงคุณค่าแก่ชาวญี่ปุ่นสืบไป
@How to get there:จากโอซาก้า ให้นั่งรถไฟสาย JR Hokuriku Line มายังสถานี Takaoka Station (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง 10 นาที)
- ทะเลสาบคุชชะโระจังหวัดฮอกไกโด (Lake Kussharo)
ทะเลสาบคุชชะโระเป็นทะเลสาบหลุมปล่องภูเขาไฟขนาดใหญ่ ซึ่งเกิดจากภูเขาไฟที่ระเบิดแล้วพ่นเถ้าลาวาออกมาเมื่อเย็นแล้วจึงยุบตัวลงกลายเป็นหลุมทะเลสาบขนาดใหญ่ที่มีเส้นรอบวงถึง 57 กิโลเมตร ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติอะกัง ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเมืองเทชิคางะ จังหวัดฮอกไกโด ซึ่งนอกจากนักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะได้ชมความงามของทะเลสาบแห่งนี้แล้ว ที่นี่ยังมีกิจกรรมกลางแจ้งที่หลากหลายให้ได้เพลิดเพลินกันด้วย เช่น การปั่นจักรยาน เดินป่า ตกปลา พายเรือคายัค เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีบ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้งให้ได้แช่กันฟรีๆ อีกด้วย
@How to get there:ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกรกฎาคมจนถึงต้นเดือนตุลาคม จะมีรถบัสวิ่งให้บริการระหว่างฝั่งตะวันตกของทะเลสาบคุชชะโระ และคาวะยูออนเซนให้บริการ รวมถึงสามารถนั่งรถไฟมายังสถานี JR KawayuOnsen Station ได้เลย


13.ลียง : เป็นเมืองอยู่ทางตะวันออกตอนกลางของประเทศฝรั่งเศส เป็นเมืองหลวงของจังหวัดโรน และเมืองหลวงของแคว้นโรนาลป์ ตั้งอยู่ระหว่างปารีสกับมาร์แซย์ โดยอยู่ห่างจากปารีส 470 กิโลเมตร, ห่างจากมาร์แซย์ 320 กิโลเมตร, ห่างจากเจนีวา 160 กิโลเมตร, ห่างจากตูริน 280 กิโลเมตร และห่างจากมิลาน 450 กิโลเมตร ลียง เป็นเมืองสำคัญทางธุรกิจ มีประชากร 472,305 คน เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของฝรั่งเศสรองจากปารีส มีชื่อเสียงด้านวิทยาการทำอาหาร อุตสาหกรรมเคมี อุตสาหกรรมยา และเทคโนโลยีชีวภาพ ลียง เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมเก่าแก่มีที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส ระหว่างแม่น้ำโซน (Saone) และแม่น้ำ Rhone (โรห์น) ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อ 43 ปีก่อนคริสตจักรราช ลียงเป็นเมืองหลวงของจังหวัดโรห์น (Rhone) และแคว้น โรห์นอาลพส์ (Rhone –Alpes)ในอดีตกาลลียงแห่งนี้เคยเป็นเมืองหลวงของภูมิภาคกอลและเมืองสำคัญของอาณาจักรโรมัน ลียงเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากปารีส เมืองลียงแห่งนี้ได้รับการประกาศให้เป็นเมืองมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ (Unesco) ในปี ค.ศ. 1998

รูปภาพ


- ลียง เป็นเมืองที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามมากอีกเมืองนึงในฝรั่งเศสและมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจอีกมากมาย เอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมของเมืองนี้คือหลังคาสีแดง มองจากมุมสูงจะเห็นหลังคาตึกรามบ้านช่องต่างๆเป็นสีแดงส้มสดใส
- มหาวิหารนอตเตอร์ดัม เดอ โฟร์วิเยร์ (Basilica Notre-Dame de Fouviere)เป็นมหาวิหารเก่าแก่ตั้งอยู่บนเนินภูเขาเตี้ยติดกับแม่น้ำโซนเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากขึ้นมาเยี่ยมชมความสวยงามของมหาวิหารแห่งนี้ และยังเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมืองลียงได้เกือบทั้งเมืองเลย
- สวนสาธารณะกลางเมือง บรรยากาศในสวนสาธารณะในเมืองลียง สวนในเมืองที่มีพื้นที่กว้างใหญ่มาก มีต้นไม่ใหญ่เยอะมาก ดอกไม้ออกดอกสวยงามสะพรั่งเต็มไปหมด ในสวนสาธารณะแห่งนี้มีสวนสัตว์อยู่ข้างในอีกด้วย
- กำแพงโบราณเก่าแก่ เห็นบริเวณใกล้ๆเขามีเขียนชื่อว่า Les Acqueducs Antiques de Lyon


รูปภาพ


14.ปราก : เป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดในสาธารณรัฐเช็ก มีประชากรอาศัยประมาณ 1.2 ล้านคน เมื่อ ค.ศ. 1992 องค์การยูเนสโก ได้ประกาศให้ปรากเป็นมรดกโลก

รูปภาพ


- สะพานชาร์ลส์ (Charles Bridge) เป็นสะพานเก่าแก่สไตล์โกธิกที่ทอดข้ามแม่น้ำวัลตาวาที่เชื่อมระหว่าง Old Town และ Little Town สะพานสร้างในปี 1357 ในสมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 4 มาเสร็จสมบูรณ์ในช่วงต้นศตวรรษที่ 15 มีความยาว 520 เมตร กว้าง 10 เมตร มีตอม่อค้ำยัน 16 ตอ จุดเด่นของสะพานนี้ ก็คือ รูปปั้นโลหะของเหล่านักบุญสไตล์บารอกที่ตั้งอยู่สองข้างสะพานราว 30 องค์ ซึ่งหนึ่งในจำนวนนี้มีรูปปั้นของเซนต์จอห์น เนโปมุก (St. John Nepomuk) เป็นรูปปั้นที่เก่าแก่ที่สุดบนสะพาน สร้างเมื่อปี ค.ศ. 1683 สะพานแห่งนี้เปรียบเสมือนเป็นอีกสัญลักษณ์หนึ่งของกรุงปราก
- ริมแม่น้ำวัลตาวา วิวด้านหลังไกล ๆ สามารถมองเห็นปราสาทปราก Prague Castle ได้
- Old Town Hall Tower : ทีเด็ดของที่นี่ คือ นาฬิกาดาราศาสตร์ (Astronomical Clock) โดยทุก ๆ ชั่วโมง นักท่องเที่ยวจะมาคอยดูนาฬิกาเรือนนี้ เพราะจะมี Activity เล็ก ๆ คือ ตุ๊กตาหุ่นอัครสาวกทั้ง 12 องค์ จะเริ่มออกมาเต้นรำ ว่ากันว่านาฬิกาเรือนนี้จะหยุดเดินทุกครั้งที่มีเหตุการณ์วุ่นวายในเมืองปราก เช่น การปฏิวัติครั้งใหญ่ของปราก เปิดให้ขึ้นไปชม 09.00-20.00 น. ค่าขึ้นไปชม 105 CZK

รูปภาพ


- ชมมุมสูงจัตุรัสเมืองเก่า Staromestske Namesti ที่นี่ถือเป็นสถานที่บังคับที่ใครมาปรากแล้วต้องมาเดินเที่ยวกันที่นี่ ไม่งั้นเรียกว่ายังมาไม่ถึงปราก ที่เห็นโดดเด่นกว่าใคร ก็คือ Church of Our Lady Before Tyn หรือโบสถ์แม่พระ
- โบสถ์เซ็นต์นิโคลัสแห่งที่ 2 มีรูปปั้นที่อยู่กลางจัตุรัส คือ ยาน ฮุส ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นวีรบุรุษของชาติ ซึ่งคำสลักด้านใต้ของอนุสาวรีย์ว่า “สัจธรรมจะยั่งยืน”
- Petrin Tower หอคอยลุ๊คเอาท์เปอร์ตริน เป็นหอคอยที่สร้างขึ้นด้วยเหล็กมีความสูง 60 เมตร สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1891 โดย เอ็ฟ. ปราซิล (F. Prášil) เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการครบรอบ 50 ปี ของการแสดงนิทรรศการ ซึ่งได้สร้างเลียนแบบหอคอยไอเฟิลในปารีส ด้วยการมีบันได 299 ขั้น สู่พื้นด้านบนสุดของหอคอย (ค่าขึ้นชม 180 CZK)
- ชมดอกซากุระยุโรปกันหน่อยที่สวนสาธารณะ Petřínské sady

รูปภาพ


- ปราสาทปราก Prague Castle ปราสาทแห่งกรุงปรากเป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่มีผู้คนเข้าเยี่ยมชมมากที่สุด และเป็นจุดสำคัญที่สุดของทั้งเมือง เปรียบดั่งว่าเป็นอัญมณีที่ล้ำค่าแห่งเมืองหลวงของเช็ก ปราสาทแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์อันเก่าแก่ของแผ่นดินเช็ก ส่วนประกอบต่าง ๆ ของตัวปราสาททั้งหมดตั้งอยู่บนยอดเนินเขาและลดหลั่นลงมาจนถึงชายฝั่งด้านซ้ายของแม่น้ำวัลตารา (Vltava River) ตัวปราสาทอาจดูไม่เหมือนปราสาทแบบดั้งเดิม เป็นเพราะจากกรสร้างที่ได้กระจายออกไปตามแนวราบมากกว่าแนวตั้ง (เวลาเปิด 06.00-23.00 น. หน้าร้อน 05.00-24.00 น.)
- มหาวิหารเซนต์วิตัส แคทเทอร์ดรอล (St Vitus cathedral) สิ่งที่ดึงดูดและสะดุดตาสำคัญ ๆ ต่อนักท่องเที่ยว คือ มหาวิหารเซนต์วิตัส แคทเทอร์ดรอล (St Vitus cathedral) มหาวิหารหลังนี้สร้างมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 14 เป็นการสร้างแบบสถาปัตยกรรมโกธีก (Gothic) ที่ได้ตกแต่งประดับประดาไปด้วยหัวสัตว์ประหลาดมากมาย ที่ทำด้วยหินตั้งอยู่บนหลังคาและปากท่อรางน้ำฝน

รูปภาพ


- Letenske Sady จุดชมวิวโค้งน้ำที่สวยที่สุดของเมืองปราก แต่ตอนนี้ขอนั่งพักทานสตรอว์เบอร์รีที่สวนสาธารณะปลายถนน
- สวนสาธารณะ Letenské Sady ตรงจุดนี้สามารถมองเห็นวิวเมืองผ่านโค้งแม่น้ำวัลตาวา วิวสวยสุด ๆ

:idea:
รูปภาพ


ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน