15 สถานที่ฮันนีมูน "ชวนฝัน" ในเมืองไทย ไม่ไป...ไม่ได้แล้ว

Wedding Articles เรื่องราวและบทความมากมาย ที่รวบรวมไว้ที่นี่ งานวิวาห์.com
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
โพสต์: 61
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 06 พ.ค. 2015 4:02 pm

15 สถานที่ฮันนีมูน "ชวนฝัน" ในเมืองไทย ไม่ไป...ไม่ได้แล้ว

โพสต์โดย admin » อังคาร 26 พ.ค. 2015 3:43 am

หลังจากที่คู่รัก เสร็จสิ้นภาระกิจการจัดงานแต่งงาน รวมถึงเคลียร์เรื่องต่างๆเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะได้ใช้เวลาพักผ่อนหลังแต่งงานกันสองคน ซึ่งสถานที่ฮันนีมูนในเมืองไทยนั้น รับรองได้ว่า ไม่แพ้ที่ใดในโลก ซึ่งจะทำให้คู่รักได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน "ฟินๆ" อย่างมิรู้ลืม

:D

1.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์
เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ชื่อว่าเขาค้อเป็นเพราะ ป่าบริเวณนี้มีต้นค้อขึ้นอยู่มาก เนื่องจากภูมิอากาศบนเขาค้อเย็นตลอดปี โดยค่อนข้างเย็นจัดในฤดูหนาว และมีทัศนียภาพสวยงาม จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่ง ของเพชรบูรณ์ สถานที่น่าสนใจบนเขาค้อ ได้แก่ อนุสาวรีย์จีนฮ่อ ฐานอิทธิเจดีย์ พระธาตุผาแก้วหรือวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว พระบรมสารีริกธาตุเขาค้อ หอสมุดนานาชาติเขาค้อ พระตำหนักเขาค้อ น้ำตกศรีดิษฐ์ สวนสัตว์เปิดเขาค้อ และเนินมหัศจรรย์ หมู่บ้านคุ้มจุดชมวิวกิ่วลม หมู่บ้านนอแล และหมู่บ้านขอบด้ง หมู่บ้านหลวง

รูปภาพ


พระตำหนักเขาค้อ ตั้งอยู่บนบริเวณเขาย่า ตำบลทุ่งสมอ อำเภอหล่มสัก จุดมุ่งหมายที่สร้างพระตำหนักเขาค้อขึ้นก็เนื่องมาจาก เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๗ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้เสด็จฯ มาทรงทำพิธีเปิดอนุสรณ์สถานผู้เสียสละที่เขาค้อ ทรงปรารภว่าในขณะนั้นว่าบริเวณเขาย่ามีพื้นที่สวยงาม น่าจะจัดทำโครงการอะไรสักอย่างเพื่ออนุรักษ์ป่า ดังนั้นพระตำหนักเขาค้อ จึงถูกสร้งขึ้น เพื่อนำน้อมเกล้าฯ ถวายแด่องค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ สำหรับใช้ประทับแรมในโอกาสที่พระองค์ท่านเสด็จ ฯ ตรวจเยี่ยมงานในโครงการพระราชดำริ และทรงเยี่ยมเยียนราษฎรในพื้นที่ และจังหวัดใกล้เคียง ลักษณะตัวอาคารเขาค้อ เป็น อาคารชั้นเดียวสร้างติดต่อกันเป็นรูปครึ่งวงกลม มีอาคารบางส่วนสร้างเป็นสองชั้นตรงห้องพระบรรทม ระยะทางขึ้นพระตำหนัก ประมาณ ๕ กิโลเมตร จากสามแยกรื่นฤดี ที่ตั้งพระตำหนักอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล ประมาณ ๑,๐๕๐ เมตร

รูปภาพ


พระบรมสารีริกธาตเขาค้อ โดยเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่ยอดเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ ที่ได้อัญเชิญมาจาก ประเทศศรีลังกา เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2536 สร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในวโรกาส ทรงครองราชย์ 50 ปี และเป็น ที่สักการะบูชาของพุทธศาสนิกชน ตลอดนักท่องเที่ยว ในวันสำคัญทางศาสนาจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมกัน ประกอบพิธี ทางศาสนาเป็นประจำ เช่น พิธีเวียนเทียน มีหลวงพ่อทบขนาดเท่าของจริงเกจิอาจารย์ ที่นับถือของชาว จังหวัดเพชรบูรณ์ ประดิษฐานใกล้กับเจดีย์ บริเวณโดยรอบพระบรมสารีริกธาตุยังเต็มไปด้วยดอกไม้ และพืชเมืองหนาว นา นา พันธุ์ สวยงามยิ่งนัก
ฐานอิทธิ (พิพิธภัณฑ์อาวุธ) เป็นจุดหนึ่งที่มองเห็นทิวทัศน์ เป็นฐานสำคัญฐานหนึ่งในการเข้ายึดพื้นที่ ปัจจุบันทางการได้จัดให้เป็นพิพิธภัณฑ์อาวุธ เปิดให้คน ได้เข้าชมทุกวัน โดยการนำอาวุธปืนใหญ่ ซากรถถัง และอาวุธที่ใช้สู้รบในการรบที่บนเขาค้อมากมาย รวมทั้งการจัดห้อง บรรยายส รุป แก่ผู้เข้าชมเป็นหมู่คณะด้วย คิดค่าชมคนละ10 บาท การเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 2196 เลยกม. 28 ไปเล็กน้อย แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 2323 ไปประมาณ 3 กม. รวมระยะทางประมาณ 31 กม.
อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ บนยอดสูงสุดของเขาค้อ สร้างขึ้นเพื่อเทอดทูนวีรกรรมของพลเรือน ตำรวจ ทหาร ที่ได้พลีชีพในการสู้รบเพื่อปกป้องพื้นที่ใน เขตรอยต่อ 3 จังหวัด คือ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย ตั้งแต่ปี พ.ศ.2511-2525โดยสร้างเป็นรูปสามเหลี่ยมเป็นหินอ่อนทั้งหมด หมายถึงการปฏิบัติการร่วมกันระหว่างพลเรือน ตำรวจ ทหาร ฐานอนุสรณ์กว้าง 11 เมตร หมายถึง ปี พ.ศ.2511 อันเป็นปีที่เริ่ม ปฏิบัติการรุนแรงของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์(ผกค.) ความสูงจากแท่นบูชาถึงยอดอนุสรณ์สถานสูง 24 เมตร หมายถึง ปี พ.ศ.2524 อันเป็นปีที่เริ่มยุทธการครั้งใหญ่ ความสูงจากฐานถึงยอดอนุสรณ์สถาน 25 เมตร หมายถึง ปี พ.ศ.2525 อันเป็นปีสิ้น สุดการรบ ความกว้างฐานสามเหลี่ยมด้านละ 2.6 เมตร หมายถึง ปี พ.ศ.2526 ซึ่งเป็นปีที่สร้างอนุสรณ์สถานแห่งนี้ ผนังภายในบันทึก ประวัติอนุสรณ์ผู้เสียสละ และรายชื่อวีรชนผู้เสียสละชีวิตเพื่อประเทศชาติ
พระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก ตั้งอยู่บริเวณบนยอดเขาค้อ ติดกับสำนักสงฆ์วิชมัยบุญญาราม อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ยอดเจดีย์ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ จากประเทศศรีลังกา ที่ได้รับพระราชทานจากพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย ส่วนราชการ พลเรือน และประชาชนชาวไทย ได้ร่วมจัดสร้างน้อมเกล้าถวาย เพื่อเป็นการ เฉลิมฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ในปี พ.ศ.2539 และเฉลิมพระเกียรติเนื่องใน วโรกาสมหามงคล เฉลิมพระชนพรรษา 6 รอบ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2542 โดยสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนิน และทรงประกอบพิธีเปิด เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2543 หากใครได้มาเที่ยว เขาค้อควรแวะสักการะพระพุทธรูปภายใน เพื่อเป็นสิริมงคลแต่ตัวเองและครอบครัว ตีระฆังที่เป็นราวแนวยาว บริเวณด้านข้าง พระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก อายุจะยืนยาวอีกหลายปี (ต้องตีให้ครบทุกใบ)

รูปภาพ


เนินมหัศจรรย์ อยู่ตรงกลางกม.ที่ 17.5 ถนนสายนางั่ว-สะเดาะพง (หมายเลข 2258) เมื่อขับรถ มาถึงตรงนี้แล้ว และดับเครื่องรถจะถอยหลังขึ้น เนินได้ ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดจากภาพลวงตา เนื่องจากวัดระดับความสูงของเนิน ช่วงที่มองเห็นเป็นยอดเนินจะมี ระดับต่ำ กว่าช่วงที่เป็นทางขึ้นเนิน
ไร่บีเอ็น จากบ้านแคมป์สน กม.ที่ 100 ( ทางหลวงหมายเลข 12 ) มีทางหลวงหมายเลข 2196 เข้าไปอีก 3 กม. จะเห็นป้ายชี้ทางเข้าไร่ อีก ประมาณ 3 กม. ในบริเวณไร่มีการเพาะปลูกพืชผัก และผลไม้เมืองหนาวนานาชนิด เช่น บรอคเคอรี่ หอมห่อ ฟักแม้ว ผักกาดแก้ว สตรอเบอรี่ ลิ้นจี่ ฯลฯ ดอกไม้ เช่น คาร์เนชัน แกลดิโอลัส แอสเตอร์ ฯลฯและมีการขายผลิตผลหลาก หลายประเภททั้งของ สดและ ของแปรรูป
น้ำตกศรีดิษฐ์ เป็นน้ำตกหินชั้น มีน้ำตกตลอดทั้งปี เคยเป็นที่อยู่ของผกค. มาก่อน มีครกตำข้าวที่ ผกค. สร้างขึ้นโดยใช้พลังน้ำตก และที่นี่เป็นที่ พักผ่อนรับประทานอาหารและเล่นน้ำได้ การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 2196 ถึงหลักกม.ที่ 17 แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข 2325 อีกประมาณ 10 กม.แล้วแยกขวาเข้าน้ำตก
พระธาตุผาแก้วหรือวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว แวะมาชมความงดงามของเจดีย์สีเหลืองทองอร่ามที่เห็นโดดเด่นจับตามาแต่ไกล พร้อมสักการะพระบรมสารีริกธาตุในองค์พระธาตุเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต พระธาตุผาแก้ว หรือวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2547 ในนาม “พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว” ก่อนได้รับการอนุมัติจัดตั้งเป็นวัดในมงคลนามว่า”วัดพระธาตุผาแก้ว” จากคณะกรรมการมหาเถรสมาคม บรรยายกาศภายรอบๆ วัดโอบรอบด้วยขุนเขา ภายในศาลาปฏิบัติธรรมบนยอดเขาสูงตระหง่านนั้น มีถ้ำอยู่ข้างบนด้วยซึ่งมีชาวบ้านทางแดงหลายคนเคยเห็นลูกแก้วลอยเหนือฟากฟ้า และลับหายเข้าไปในถ้ำบนยอดผา เชื่อว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุเสด็จมา และต่างถือว่าเป็นสถานที่มงคล มีความศักดิ์สิทธิ์ จึงมีผู้มีจิตศรัทธาจากทุกแห่งหนหลั่งไหลกันเข้ามาอบรมภาวนาในแนวสติปัฎฐานสี่ แห่งองค์พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้ากันอย่างต่อเนื่อง


รูปภาพ


2.ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์
ภูทับเบิก เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดเพชรบูรณ์ เพิ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปสำรวจท่องเที่ยวได้ไม่นานนัก แต่ก็สามารถสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ที่ไปเยือนได้เป็นอย่างมาก จนกลาย 1 ใน UNSEEN THAILAND ที่คุณไม่ควรพลาดการไปเยือน ด้วยระดับความสูง 1,768 จากระดับน้ำทะเลปานกลาง อุณหภูมิที่หนาวเย็นทั้งปีบนยอดภู และไร่กะหล่ำปลี ที่กว้างใหญ่สุดลูกตา กินบริเวณยอดภูหลายลูก

รูปภาพ


ปัจจุบัน ภูทับเบิก เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ซึ่งได้อพยพมาอาศัยอยู่ที่บ้านทับเบิก หมู่ที่ 14 และหมู่ที่ 16 โดยอยู่ในความดูแลของศูนย์พัฒนาสงเคราะห์ชาวเขาจังหวัดเพชรบูรณ์ ประกอบด้วยอาชีพทำการเกษตรแบบขั้นบันไดตามเชิงเขา ในช่วงปลายฝนต้นหนาว จะพบเห็นไร่กะหล่ำปลีอยู่สองข้างถนนสู่ทับเบิกสวยงาม ในราวเดือนธันวาคม-มกราคม จะมี ดอกซากุระ หรือ นางพญาเสือโครง สีชมพูบานสะพรั่งไปทั้งภูเขา
นอกจากนี้ ภูทับเบิก ยังเป็นสถานที่ที่สำคัญของจังหวัดเพชรบูรณ์ คือเป็นจุดรองรับน้ำฟ้ากลางหาว (เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2542) เพื่อนำไปรวมเป็นน้ำเพชรน้อมเกล้า ถวายเป็นน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2542
หมู่บ้านม้งทับเบิก ซึ่งอยู่ด้านในเลยจากจุดชมวิว ยังเป็นแหล่งศึกษาวัฒนธรรมที่น่าสนใจ ซึ่งยังคงรักษาวิถีชีวิตตามแบบฉบับม้งดั้งเดิมไว้ นอกจากนี้ยังมีวัดป่าบ้านทับเบิก เป็นจุดท่องเที่ยว และจุดชมวิวที่สำคัญภายในหมู่บ้าน เคยเป็นจุดที่ใช้รองน้ำค้างกลางหาว ที่นำไปทำน้ำพระพุทธมนต์ เพื่อประกอบพิธีแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระราชพิธีสำคัญต่างๆ โดยวัดตั้งอยู่บริเวณริมหน้าผา ติดกับอำเภอหล่มเก่า ทำให้มองเห็นวิวในมุมสูงได้กว้างไกลมาก

รูปภาพ


จุดเด่นที่สุดของภูทับเบิก คือ การชมวิวได้รอบทิศ 360 องศา เหนือบรรดาเมฆหมอกที่ลอยอยู่รอบๆ และมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี เนื่องจากเป็นยอดเขาสูงที่สุดของเพชรบูรณ์ และปลูกแต่กะหล่ำปลีทั่วทั้งหุบเขา ทำให้ไม่มีต้นไม้ใหญ่มาบดบังทัศนียภาพ และกระแสลมบน ขณะที่ในบางเช้าก็มีทะลหมอกขนาดใหญ่ กินบริเวณกว้างทางด้านทิศตะวันออกที่ติดกับ อำเภอหล่มเก่า ถือเป็นทะเลหมอกที่ใกล้กับผู้ชมมากที่สุด เพราะหมอกทั้งหมดมาออกันอยู่ด้านข้างจุดกางเต็นท์นั่นเอง
บริเวณ ภูทับเบิก มีรีสอร์ทที่พักจำนวนน้อย แต่มีที่สำหรับกางเต็นท์พักแรม แคมปิ้ง จำนวนมาก เต็นท์ที่พักให้เช่า สำหรับผู้ที่ต้องการค้างคืน เพื่อสัมผัสความหนาวเย็น หรือต้องการชมทะเลหมอกตอนเช้า มีร้านอาหาร และร้านจำหน่ายน้ำดื่มไว้รองรับนักท่องเที่ยว แต่หากเป็นช่วงเทศกาลสำคัญ ควรเตรียมอาหารและน้ำเอง จะสะดวกที่สุด เพราะนักท่องเที่ยวมีจำนวนมาก ขณะที่ร้านค้ามีไม่เพียงพอกับความต้องการ
สำหรับที่กางเต็นท์บนจุดชมวิว และบริเวณไร่กะหล่ำปลี ของวิสาหกิจชุมชนหมู่บ้านทับเบิก มีค่าบริการดังนี้
เต็นท์นอน 4 คน พร้อมเครื่องนอน ราคา 650 ต่อคืน
เต็นท์นอน 2 คน พร้อมเครื่องนอน ราคา 350 ต่อคืน
นำเต็นท์มาเองคิดค่าบำรุงสถานที่ คนละ 40 บาท ต่อคนต่อคืน

รูปภาพ


นอกจากนี้ ในยามค่ำคืนยังมองเห็นแสงไฟระยิบระยับจากบ้านเรือนในอำเภอหล่มสัก ที่อยู่เบื้องล่าง เปรียบได้กับ "ดาวบนดิน" จากสภาพดังกล่าว ทำให้ภูทับเบิกเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และดึงดูดนักท่องเที่ยวที่นิยมสัมผัสบรรยากาศที่หนาวเย็น วิถีชีวิตชาวเขา และแหล่งธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ภายใต้คำกล่าวที่ว่า "นอนทับเบิก สัมผัสความหนาว ดูดาวบนดิน"
ชมไร่กะหล่ำปลี ที่ยอดภูทับเบิกจะมีไร่กระหล่ำปลีเต็มไปหมดทุกภูเขา เราสามารถเดินไปดูการเก็บกระหล่ำปลี และอย่าลืมขับรถไปเที่ยวรอบภูทับเบิกซึ่ง เส้นทางสายนี้นับว่า วิวสวยมาก มองไปทางซ้ายก็กระหล่ำปลีขวา กระหล่ำปลี เป็นภูเขากระหล่ำปลี เหนือยอดกระหล่ำปีเป็นปุย หมอกจางๆ สวยมาก ***หากใครต้องการไปดูกะหล่ำยักษ์ที่ภูทับเบิกแบบเต็มภูเขา คือ ช่วงเดือนก.ค. และ พ.ย.

รูปภาพ


ชมทะเลหมอกภูทับเบิก ภูทับเบิกยังเป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามและอลังการอีกแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะหากมาในช่วงหน้าฝนประมาณ เดือนมิ.ย.- ต.ค.มักจะ พบเห็นทะเลหมอกได้ง่ายกว่าหน้าหนาว


3.เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา
เขาใหญ่ เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย มีอาณาเขตรอบคลุม 11 อำเภอ ของ 4 จังหวัด คือ อำเภอมวกเหล็ก อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี อำเภอปากช่อง อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา อำเภอนาดี อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอประจันตคาม อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี และอำเภอปากพลี อำเภอบ้านนาอำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ได้รับสมญานามว่าเป็นอุทยานมรดกของกลุ่มประเทศอาเซียน เป็นผืนใหญ่ตั้งอยู่ในเทือกเขาพนมดงรัก ในส่วนหนึ่งของดงพญาเย็น หรือดงพญาไฟในอดีตประกอบด้วยขุนเขาน้อยใหญ่สลับซับซ้อนหลายลูก เป็นแหล่งกำเนิดของ ต้นน้ำลำธารที่สำคัญหลายสาย เช่น แม่น้ำนครนายก และแม่น้ำมูล อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ไม้และสัตว์ป่านานาชนิด เช่น ช้างป่า กวางป่า เก้ง กระทิง เสือ ตลอดจนมีลักษณะทางธรรมชาติที่สวยงามมีเนื้อที่ 1,353,471.53 ไร่
หรือ 2,165.55 ตารางกิโลเมตร
ป่าเขาใหญ่มีไม้มีค่าและพืชสมุนไพรนานาชนิดที่สมควรได้รับการดูแลอนุรักษ์ไว้ พันธุ์ไม้ที่น่าสนใจ เช่น ไทร ซึ่งได้รับสมญานามว่า “นักบุญแห่งป่า นักฆ่าแห่งพงไพร” ผลของไทรเป็นอาหารให้สัตว์ป่าหลายชนิดรวมทั้งนกเงือก แต่ในขณะเดียวกันไทรก็เป็นต้นไม้ที่ต้องอิงอาศัยต้นไม้อื่นในการเจริญเติบโต จึงไปแย่งน้ำและอาหารทำให้ต้นไม้นั้นค่อย ๆ ตายไปในที่สุด เตยน้ำ เป็นไม้เลื้อยที่มีกลิ่นคล้ายตะไคร้ภายในมีท่อลำเลียงน้ำขนาดใหญ่สามารถนำมาดื่มได้ สุรามริด ใช้ดองเหล้าแก้ปวดหลังปวดเอว กะเพราต้น เป็นไม้ใหญ่ยืนต้น แก้เจ็บท้องขับลม เงาะป่า ผลมีขนแข็งสีเหลืองแต่รับประทานไม่ได้ และ กฤษณา ไม้ซึ่งสามารถสกัดเปลือกไปทำเครื่องหอมได้ เป็นต้น

รูปภาพ


สัตว์ป่าที่สามารถพบเห็นบ่อยได้แก่ เก้ง กวาง ตามทุ่งหญ้า นอกจากนี้ยังอาจพบช้างป่า หมีควาย หมูป่า ชะนี เม่น พญากระรอก หมาใน ชะมด อีเห็น กระต่ายป่า รวมทั้งเสือโคร่ง กระทิงและเลียงผาซึ่งก็มีถิ่นอาศัยอยู่ที่เขาใหญ่เช่นกัน
อุทยานฯ ได้สร้างหอสูงสำหรับส่องดูสัตว์อยู่สองจุด คือ บริเวณ มอสิงโต และ หนองผักชี อนุญาตให้ขึ้นไประหว่างเวลา 08.00-18.00 น. บริเวณที่ตั้งหอดูสัตว์เป็นทุ่งหญ้าซึ่งเจ้าหน้าที่อุทยานฯจะเผาทุกปีเพื่อให้เกิดหญ้าอ่อน หรือหญ้าระบัดขึ้นสำหรับเป็นอาหารสัตว์ และยังมีโป่งดินเค็มที่เป็นแหล่งเกลือแร่ของสัตว์ต่าง ๆ อยู่ด้วย นักท่องเที่ยวที่ต้องการนั่งรถส่องสัตว์ในเวลากลางคืนสามารถติดต่อที่ทำการอุทยานฯ ก่อนเวลา 18.00 น.
เขาใหญ่ยังเหมาะเป็นที่ดูนกและผีเสื้อ จากการสำรวจ พบนกจำนวนไม่น้อยกว่า 293 ชนิด และมีอยู่ 200 ชนิด ที่พบว่าอาศัยป่าเขาใหญ่เป็นแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยอย่างถาวร นกที่น่าสนใจได้แก่ นกเงือกซึ่งถือเป็นตัวบ่งชี้ว่าป่านั้นยังคงความอุดมสมบูรณ์ ที่พบบนเขาใหญ่มีอยู่ 4 ชนิด นอกจากนั้นยังมีนกที่พบเห็นได้บ่อย ได้แก่ นกขุนทอง นกขุนแผน นกพญาไฟ นกแต้วแล้ว นกโพระดก นกแซงแซว นกเขา นกกระปูด ไก่ฟ้า และนกกินแมลงชนิดต่างๆ ส่วนแมลงที่สวยงามและพบเห็นมากคือ ผีเสื้อซึ่งมีอยู่ประมาณ 5,000 ชนิด

รูปภาพ


การเดินป่าศึกษาธรรมชาติ มีเส้นทางให้เลือกกว่า 20 เส้นทาง ที่ต่างกันทั้งความงามของธรรมชาติ และระยะทาง ระยะเวลาที่ใช้ในการเดินป่า ซึ่งมีตั้งแต่ 1-2 ชั่วโมง เช่น เส้นทางศึกษาธรรมชาติกองแก้ว เส้นทาง กิโลเมตรที่ 33 (ถนนธนะรัชต์-หนองผักชี) หรือที่ต้องเข้าไปพักค้างแรมในป่า เช่น เส้นทางน้ำตกนางรอง-เขาใหญ่ เส้นทางเขาสมอปูน หรือเส้นทางหน่วยฯ ขญ.4-น้ำตกวังเหว เป็นต้น โดยสามารถติดต่อขอรายละเอียดและเจ้าหน้าที่นำทางได้ที่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
น้ำตกกองแก้ว เป็นน้ำตกเตี้ย ๆ ที่เกิดจากห้วยลำตะคองซึ่งเป็นแนวแบ่งเขตจังหวัดนครนายก และนครราชสีมา ในฤดูฝนดูสวยงามมาก เหมาะแก่การเล่นน้ำ สามารถเข้าถึงได้โดยการเดินเท้าจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวประมาณ 100 เมตร มีสะพานเชือกทอดข้ามลำน้ำให้บรรยากาศการพักผ่อนที่กลมกลืนและบริเวณใกล้ๆ ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเส้นสั้นๆ

รูปภาพ


น้ำตกผากล้วยไม้ เป็นน้ำตกขนาดกลางในห้วยลำตะคองเช่นเดียวกัน ห่างจากที่ทำการฯประมาณ 7 กิโลเมตร สามารถเข้าถึงโดยทางรถยนต์และทางเดินเท้า บริเวณน้ำตกมีกล้วยไม้หวายแดงขึ้นอยู่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของน้ำตกแห่งนี้และเป็นน้ำตกที่สายน้ำสองสายไหลผ่านชั้นหินทีละชั้นมาบรรจบกันจากน้ำตกผากล้วยไม้มีทางเดินไปน้ำตกเหวสุวัตได้
น้ำตกเหวสุวัต เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมากเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป ตั้งอยู่สุดถนนธนะรัชต์ รถเข้าถึง จากลานจอดรถเดินลงไปเพียง 100 เมตร หรือจะเดินเท้าต่อจากน้ำตกผากล้วยไม้ไปประมาณ 3 กิโลเมตร จะได้ เห็นสายน้ำตกลงมาจากหน้าผาสูงราว 20 เมตร มีจุดชมน้ำตกในระยะไกลที่สามารถมองผ่านแมกไม้เห็นภาพของน้ำตกทั้งหมดในมุม สูงได้สวยงาม หรือหากต้องการสัมผัสกับสายน้ำตกและแอ่งน้ำด้านล่าง ก็มีทางเดินลัดเลาะลงไปได้ แต่ในช่วงฤดูฝนน้ำจะมาก ไหลแรง และเย็นจัดควรระมัดระวังอันตราย
น้ำตกเหวไทร-เหวประทุน จากน้ำตกเหวสุวัตมีป้ายบอกทางเดินต่อไปยังน้ำตกสองแห่งนี้ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลกันนัก เป็นสายน้ำที่เชื่อมต่อกับน้ำตกเหวสุวัต ทางลงสู่น้ำตกชันมากและลื่นโดยเฉพาะหลังฝนตก บรรยากาศโดยรอบร่มรื่นมาก หากเดินไปอย่างเงียบ ๆ ระหว่างทาง อาจได้พบกับสัตว์เล็ก ๆ เช่น นก กระรอก

รูปภาพ


น้ำตกเหวนรก เป็นน้ำตกขนาดใหญ่และสูงที่สุดของอุทยานฯ อยู่ห่างจากที่ทำการฯลงมาทางทิศใต้ทางที่จะลงไปปราจีนบุรี โดยต้องเดินเท้าแยกจากทางสายหลักไปประมาณ 1 กิโลเมตร ถึงจุดชมวิวที่มีมุมมองเห็นน้ำตกได้สวยงาม น้ำตกมีทั้งหมด 3 ชั้น ชั้นแรกสูงประมาณ 60 เมตร เมื่อน้ำไหลผ่านหน้าผาชั้นนี้จะพุ่งลงสู่หน้าผาชั้นที่ 2 และ 3 ที่อยู่ถัดลงไปใกล้ ๆ กันในลักษณะชันดิ่ง 90 องศา รวมความสูงไม่ต่ำกว่า 150 เมตร ในฤดูฝนสายน้ำที่ไหลทะลักไปสู่หุบเหวเบื้องล่างจะแรงมากจนน่ากลัวและเมื่อกระทบหินเบื้องล่างจะแตกกระเซ็นสร้างความชุ่มชื้นไปทั่วบริเวณ บริเวณน้ำตกเหวนรกเป็นเขตหากินของช้างป่า ซึ่งช้างมักจะไม่เปลี่ยนเส้นทางหากิน จึงมักเกิดเหตุโศกนาฎกรรมช้างพลัดตกเหวอยู่เนืองๆ
น้ำตกไม้ปล้อง เป็นน้ำตกที่พบมานานแต่ได้รับการปรับปรุงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ มีทั้งหมด 5 ชั้น ลดหลั่นกันลงมา ชั้นสูงสุดไม่เกิน 12 เมตร มีลักษณะคล้ายคลึงกับ น้ำตกเหวนรก หรือ น้ำตกเหวสุวัต ตลอดเส้นทางเดินเท้าเรียงรายด้วยโขดหินเล็กใหญ่และลำธารที่สวยงาม การเดินทางไปน้ำตกนี้เริ่มต้นที่ วังตะไคร้ จังหวัดนครนายกโดยต้องเดินเท้าระยะทางประมาณ 24 กิโลเมตร ติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางได้ที่หน่วยพิทักษ์ฯ ขญ.9 (นางรอง)

รูปภาพ


จุดชมวิวผาเดียวดาย อยู่ระหว่างทางขึ้นยอดเขาเขียว ประมาณ กิโลเมตรที่ 9 จากปากทางเข้าผาเดียวดายเดินเข้าไปอีก 200 เมตร ระหว่างทางจะเห็นมอส เฟินขึ้นปกคลุมอยู่ทั่วข้อควรระวัง ทางไปผาเดียวเดียวถนนเป็นหลุมอยู่บ้างให้ใช้ความระวังในการขับรถโดยเฉพาะขาลงโปรดใช้เกียร์ต่ำห้ามใช้เกียร์ว่างลงเขา
จุดชมวิว กม. 30 ถ.ธนะรัชต์ สามารถมองเห็นทิวทัศน์ด้านทิศเหนือของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้เป็นบริเวณกว้าง
อ่างเก็บน้ำสายศร หรือที่เรียกกันว่าอ่างเก็บน้ำมอสิงโต เป็นอ่างเก็บน้ำไว้ใช้ในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และเป็นแหล่งน้ำของสัตว์ป่า สร้างขึ้นด้วยงบประมาณส่วนตัวของนายบุญเรือง สายศร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
หอดูสัตว์หนองผักชี เป็นจุดชมวิวดูสัตว์ สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้โดยรอบ ในบางเวลาจะเห็นสัตว์มากินดินที่โป่งเทียม และกินน้ำที่แหล่งน้ำ การเดินทางมาที่หอดูสัตว์หนองผักชี ให้จอดรถที่บริเวณกิโลเมตร 35 ถนนธนะรัชต์ แล้วเดินเข้ามาระหว่างทางจะเป็นป่าหญ้า ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร

รูปภาพ


กิจกรรมส่องสัตว์ เป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเพื่อศึกษาชีวิตความเป็นอยู่ ของสัตว์ป่าในเวลากลางคืน การส่องสัตว์นั้นจะใช้รถกระบะหรือรถ 6 ล้อของทางอุทยานเท่านั้น ถ้าจะใช้รถส่วนตัวจะต้องทำเรื่องขออนุญาตจากทางอุทยานเสียก่อน ในการส่องสัตว์นั้นจะมีเจ้าหน้าที่ประจำรถคอยถือไฟส่องและให้คำแนะนำ สัตว์ที่พบได้จะเป็นจำพวกเก้ง กวาง หมาป่า บ่าง หรือถ้าโชคดีอาจจะเจอฝูงช้างป่าออกหากิน การส่องสัตว์จะมีอยู่สองรอบ 19.00-20.00 และ 20.00-21.00 น. รถจะต้องเหมาเป็นคันสำหรับรถกระบะจะนั่งได้ 8-10 คน ถ้าคนไม่ครบอาจจะหารกับนักท่องเที่ยวด้วยกันตามแต่จะตกลง


4.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน
อำเภอเล็กๆ แห่งหนึ่งของแม่ฮ่องสอน ดินแดนแห่งหมอกสามฤดู มีเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งซ่อน ตัวอยู่ใน หุบเขา มีสายน้ำไหลพาดผ่านเป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงคนในชุมชนมาช้านาน ลำน้ำสายนั้นได้กลายมา เป็นชื่อที่ตั้ง ของเมืองแห่งนี้ อำเภอ ปาย นับตั้งแต่ฝรั่งตาน้ำข้าวคนหนึ่งได้เช่ามอเตอร์ไซค์วิบากจากจังหวัดเชียงใหม่ ลัดเลาะ เทือกเขานับพันโค้งมายังดินแดนปิดที่ยังไม่ค่อยมีใครรู้จักในเวลานั้น เขาตกหลุมรักเมืองเล็กๆแห่งนี้เข้าอย่างจัง ความประทับใจนั้นทำให้เขาต้องกลับมา เยือนที่นี่อีกหลายครั้งเพื่อเก็บข้อมูลไปเขียนหนังสือ จากนั้นชื่ออำเภอ เล็กๆ ของแม่ฮ่องสอนอย่าง ปาย ก็ติดปากติดหูนักเดินทางค่อนโลก จากคำแนะนำถึงเมืองเล็กๆ ที่มีเสน่ห์ของ ไกด์บุ๊คชื่อดัง "Lonely Planet"หลังจากที่นักท่องเที่ยวต่างชาติรู้จักปายได้ไม่นาน คนไทยก็เริ่มเดินทางมาท่อง เที่ยวที่ ปาย เพิ่มขึ้น คนกลุ่มแรกๆ เป็นนักเดินทางที่ใฝ่ฝันถึงธรรมชาติและอยากสัมผัสกับวิถีชีวิตแบบ ล้านนา ที่แทบหาจากเชียงใหม่ไม่ได้แล้วในเวลานั้นจึงอาจกล่าวได้ว่า ปาย และแม่ฮ่องสอน คือดินแดนใน อุดมคติของ นักเดินทางทั้งไทยและเทศ จนมีคำกล่าวว่าที่นี่คือ "ยูโทเปีย" ของเมืองไทยปาย ในวันนี้ถึงแม้ จะมีความ เจริญ ทางด้านวัตถุเริ่มเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตแห่งความเรียบง่ายของ แต่ถึงอย่างไร ปายก็ยังคง ความเป็นเมือง แห่งศิลปะ และ เมืองในสายหมอกที่ถูกโอบล้อมไปด้วยขุนเขาที่ใครๆ ก็ต่างใฝ่ฝันที่จะได้ มาเยือนสักครั้ง

รูปภาพ


วัดน้ำฮู เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองปายเป็นที่ประดิษฐานของเจ้าพ่ออุ่นเมือง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ทำ ด้วย โลหะทองสัมฤทธิ์ พระพุทธรูปองค์นี้พระเศียรกลวง ส่วนบนเปิดปิดได้และมีน้ำขังอยู่ เป็นพระพุทธรูปสิงห์สาม อายุประมาณ 500 ปี เมื่อ พ.ศ. 2515 มีพระธุดงค์จากจังหวัดเชียงใหม่ มานมัสการและสงสัยว่าข้างใน พระจะมีน้ำ จึงเปิด ดูพบว่ามีน้ำจริงๆ ข่าวนี้แพร่ออกไปก็มีผู้คนหลังไหลมาขอน้ำไปสักการะพอน้ำในพระเศียรหมดก็จะมีไหล ออกมาอีกในลักษณะซึมออกมาตลอดเวลา จึงมีผู้คนหลั่งไหลมาขอน้ำมนต์ไปสักการะอยู่เนืองๆ วัดน้ำฮูแห่งนี้มี พระเกษาของสมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยาซึ่งด้านหลังวิหารหรือโบสถ์ของวัดน้ำฮูเห็นพระเจดีย์สี์ีทองอยู่เรียกว่า เจดีย์อัฐิพระสุพรรณกัลยาและมองออกไปข้างกันนั้นก็มีศาลาประดิษฐานที่มีรูปพระพี่นางอยู่พระเจดีย์นี้ไม่มีบันทึก ประวัติการสร้างอย่างชัดเจน เชื่อกันว่าสร้างโดยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเพื่อบรรจุพระอัฐิิของสมเด็จ พระพี่นาง สุพรรณกัลยา ซึ่งได้เสด็จไปเป็นตัวประกันที่พม่าแทนสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แต่ต่อมาได้ถูกปลงพระชนมที่ พม่านั่นเองภายในพระเจดีย์นี้ยังบรรจุเส้นพระเกษาของสมเด็จพระพี่นางฯ ไว้

รูปภาพ


สะพานประวัติศาสตร์ปาย สะพานประวัิติศาสตร์เปรียบเสมือนประตูสู่อำเภอปาย สะพานแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดย กองทหารประเทศญี่ปุ่น เพื่อใช้ข้ามแม่น้ำปายและลำเลียงเสบียงและอาวุธเข้าไปยังประเทศพม่า หลังจาก สงครามโลกครั้ง ที่ 2 ยุติลง อำเภอปายจึงกลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้งหนึ่ง โดยหลงเหลือไว้เพียงแต่สะพาน แห่งนี้ว่า “สะพานประวัติศาสตร์” ในอดีตสะพานนี้เคยถูกใช้เป็นเส้นทางเดินทางของ ประชาชนที่สัญจรไปมา แม้ กระทั่งเราและชาวเขา จนกระทั่งได้มีการสร้างสะพานคอนกรีตที่มีมาตรฐานขึ้นมาแทนที่ เพราะเมืองปายแห่งนี้ กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของ ของเมืองไทย จึงทำให้มีทักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามามาก และด้วยตัว สะพานประวัติศาสตร์ปายแห่งนี้ก็เก่าแก่มากมิอาจรับน้ำหนักของรถที่วิ่งผ่านได้ไหว จึงทำให้สะพานคอนกรีตเกิด ขึ้นเพื่อใช้เป็นสะพานข้ามแม่น้ำแม้ในปัจจุบันจะมีีสะพานปูนแบบไม่สร้างอยู่เคียงข้าง แต่สะพานประวัติศาสตร์ เก่าแก่แห่งนี้ก็ยังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวที่มา เยือนอำเภอปายอยู่เป็นประจำ

รูปภาพ


ถนนคนเดินเมืองปาย ถนนคนเดิน เป็นการปิดถนนและมีการเปิดร้านขายของ ทั้งของฝากและของกิน เริ่มจากเวลาประมาณ 6 โมงเย็น เรื่อยไปจนเกือบเที่ยงคืน ฝู้คนนิยมออกมาหาซื้อของที่ระลึกและอาหารแบบชาวเหนือ เนื่องจากอากาศเย็น สบายเหมาะกับการ เลือกซื้อของ ร้านต่างๆ สิ่งที่น่าสนใจมากมาย
หมู่บ้านสันติชล เป็นหมู่บ้านที่ชาวจีนฮ่อ หรือ จีนยูนาน ที่อพยพมาจากมณฑลยูนานทางใต้ของประเทศจีน ได้เข้ามาจับจองเป็น ที่พักอาศัยกันมายาวนาน ซึ่งเมื่อก่อนพื้นที่บริเวณนี้ เคยมีความมั่งคั่งจากการเพาะปลูกฝิ่น แต่หลังจากที่พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระราชทานแนวพระราชดำริในการพัฒนาถิ่นฐานในการพึ่งพา ตนเองโดยไม่เพาะ ปลูกพืชเสพติด จึงทำให้ชาวบ้านหันมาดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ให้เกิดรายได้ เช่น การพัฒนาพื้นที่ของ หมู่บ้านให้ เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่พักค้างแรมสำหรับนักท่องเที่ยว ตลอดจนกิจกรรมต่าง ๆ หรือ ของเล่นของชาวจีนยูนาน ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถติดต่อ ขอเล่นได้โดยมีค่าธรรมเนียมราคา ท่านละ 50 บาท / 3 รอบ และขี่ม้าชมหมู่บ้านวิถี ความเป็นอยู่ รอบใหญ่ราคาท่านละ50 บาทเช่นกัน นอกจากนี้ที่พักค้างแรมซึ่งเป็นบ้านที่สร้างจาก ดินเหนียวผสม กับฟางข้าวหรือแกลบ ปั้นและก่อเป็นหลังขึ้นมาเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ตู้เย็น(มินิบาร์) โทรทัศน์ ห้องน้ำ เตียงอุปกรณ์ในการนอนในสไตล์จีนยูนาน ราคาที่พักประมาณ 1,000 บาท/คืน และด้วยการที่ชาวจีนยูนานไม่นิยมที่จะมีตู้ไว้ใน ที่พักอาศัย จึงมีบริการซัก/รีดเสื้อผ้าให้กับแขกที่เข้ามาพัก อาศัยฟรี เป็นจำนวน 1 ชุด หากสนใจเข้าพักอาศัยบ้านดินในหมู่บ้านสันติชลสามารถติดต่อได้ที่ โทร.053-699581 หรือ 081-0243982
บริเวณใกล้ ๆ ม่อนแจ่ม จะมีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจ คือ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอยภายในมีแปลงผักและงานวิจัย ผักเมืองหนาว เช่น อาติโช๊ค, แปลงสมุนไพร เลมอนทาร์ม มิ้น คาร์โมมายด์ โรสแมรี่, ไม้ผล เช่น พลัม องุ่นไร้เมล็ด สตรอเบอรี่หวานฉ่ำ, แปลงผักไฮโดรโพนิค เป็นเทคโนโลยีการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน เช่น โอ้คลีฟแดง และผักตระกูลสลัด มะเขือเทศดอยคำ ให้ได้ชื่นชม หรือจะไปเดินศึกษาธรรมชาติ ณ ดอยม่อนล่อง ซึ่งเป็นจุดชมวิว ชมทะเลหมอก บนหน้าผา 1,460 เมตร มองเห็นทิวทัศน์ได้กว้าง ชมพรรณไม้และดอกไม้ป่าหลากหลาย แต่ถ้าใครกลัวหลง ที่นี่ก็มีไกด์ท้องถิ่น และมัคคุเทศก์น้อย ของหมู่บ้านชาวเขา บริการนำเยี่ยมชมวิถีชีวิตชาวเขา ติดต่อสอบถามรายละเอียด โทรศัพท์ 053- 939173 , 081-9509767
หรือจะไปเดินศึกษาธรรมชาติ ณ ดอยม่อนล่อง ซึ่งเป็นจุดชมวิว ชมทะเลหมอก บนหน้าผา 1,460 เมตร มองเห็นทิวทัศน์ได้กว้าง ชมพรรณไม้และดอกไม้ป่าหลากหลาย แต่ถ้าใครกลัวหลง ที่นี่ก็มีไกด์ท้องถิ่น และมัคคุเทศก์น้อยของหมู่บ้านชาวเขา บริการนำเยี่ยมชมวิถีชีวิตชาวเขา ติดต่อสอบถามรายละเอียด โทรศัพท์ 053- 939173 , 081-9509767


รูปภาพ


ปายแคนยอน รู้จักกันในชื่อกองแลน อยู่ห่างจากอำเภอประมาณ 7 กม. มีลักษณะผืนดินที่ถูกกัดเซาะเป็นร่องลึกคล้ายหน้าผา ติดต่อกันเป็นบริเวณกว้าง 5 ไร่เศษเป็นสถานที่ธรรมชาติ แนวแพะเมืองผี ที่จังหวัดแพร่ เป็นสถานที่เที่ยวที่อยู่ไม่ ห่างจากเส้นทางหลวง แม่ฮ่องสอน-ปาย-เชียงใหม่ ถ้ามาจากเชียงใหม่จะอยู่ทางซ้ายมือ ก่อนถึงตัวอำเภอปาย หาขึ้นไปถึงจะสามารถเห็นวิว ทิวทัศน์ของอำเภอปายได้รอบเมือง
ล่องแพ แม่น้ำปาย
วัดหลวงปาย เจดีย์ศิลปะไทยใหญ่ที่งดงามอีกแห่งหนึ่งของเมืองปาย
เจดีย์พระธาตุแม่เย็น อยู่ที่บ้านแม่เย็น ตำบลแม่ฮี้ ตามเส้นทางสายแม่ฮ่องสอน-ปาย เป็นเจดีย์ที่สร้างสมัยใด ไม่ปรากฎ ตั้งอยู่บนเนิน สูง และเมื่อขึ้นไปนมัสการ องค์พระธาตุแม่เย็น จะมองเห็นทิวทัศน์ ของอำเภอปายโดยทั่วถึง เป็นจุดสังเกตของ ผู้โดยสารเครื่องบิน ว่าเข้าเขตอำเภอปายแล้ว
วัดกลาง อ.ปาย ตั้งอยู่ที่ตำบลเวียงใต้ ภายในวัดมีพระเจดีย์องค์ใหญ่ ศิลปไทยใหญ่แท้ประดิษฐานอยู่กลางลานวัด มีเจดีย์ทรง มอญรายล้อมโดยรอบใต้เจดีย์ทำเป็นซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปประจำวัน เหนือฐานเจดีย์องค์ใหญ่ทำเป็น มณฑปยอดมงกุฎ

รูปภาพ


โป่งน้ำร้อนท่าปาย เป็นบ่อน้ำร้อนกำลังเดือดเป็นฟอง และมีหมอกควันปกคลุมตลอด พร้อมทั้งมีน้ำร้อนไหลรินมี บ่อใหญ่สองบ่อ นอกนั้นมีลักษณะ
ร้านกาแฟ Coffee in love


5.ม่อนแจ่ม จ.เชียงใหม่
ม่อนแจ่ม ตั้งอยู่ในอำเภอแม่ริม ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่เพียงแค่ 40 นาทีเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ตั้งอยู่บริเวณหมู่บ้านม้ง หนองหอย อ.แม่ริม ม่อนแจ่ม มีอากาศเย็นสบายตลอดปี มีหมอกยามเช้า สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ โดยรอบ มองเห็นทิวเขาสลับกันไปไกลสุดลูกหูลูกตา อีกด้านก็จะเป็นไร่ปลูกพืชต่างๆของโครงการหลวง บนยอดม่อนแจ่มมีพื้นที่ ไม่มากนักสามารถเดินชมได้จนทั่วได้อย่างสบาย ม่อนแจ่ม"อยู่บนสันเขาบริเวณหมู่บ้านม้งหนองหอย เดิมที่บริเวณนี้ชาวบ้าน เรียกว่ากิ่วเสือเป็นป่ารกร้าง ต่อมาชาวบ้านเข้ามาแผ้วถางและปลูกผิ่น จนในท้ายที่สุดโครงการหลวงมาขอซื้อพื้นที่เข้า โครงการหลวงหนองหอย เมื่อเข้าเป็นส่วนหนึ่งของโครงการหลวง คุณแจ่ม-แจ่มจรัส สุชีวะ หลานของ ม.จ. ภีศเดช รัชนี ประธานมูลนิธิโครงการหลวงได้เข้ามาพัฒนาและปรับปรุงบริเวณม่อนแจ่มให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะในลักษณะ ของแค้มปิ้งรีสอร์ท

รูปภาพ


บน ม่อนแจ่ม สามารถชมได้ทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและตก ด้านหนึ่งมองลงไปจะเห็นทิวทัศน์ทิวทัศน์ของ อ.แม่แตง และอ.แม่ริม เป็นอย่างดี ในวันที่ฟ้าเปิดเป็นใจมาก สามารถมองเห็นไกลถึงดอยหลวงเชียงดาวและขุนเขาเขตในจังหวัดเชียงรายเลยที เดียว แต่ที่พิเศษยิ่งกว่านั่นก็คือ ย่ำยามราตรีในคืนเดือนมืด เมื่อแหงนหน้ามองฟ้าที่นี่จะงดงามไปด้วยทะเลดาว เต็มฟาก ฟ้า ส่วนเมื่อก้ม มองลงไปยังเบื้องล่างจะเห็นแสงไฟที่ส่องสว่างจากทั้งสองอำเภอ
ม่อนแจ่ม ปรากฏโฉมในรูปแบบ "แคมปิ้ง รีสอร์ท" ที่กลมกลืนกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว พร้อมชูความเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบาย เช่น ในเต้นท์มีบริเวณส่วนตัว มีห้องน้ำส่วนตัว น้ำร้อน ไฟฟ้า และเครื่องใช้ครบครัน ประหนึ่งอยู่ในห้องพักโรงแรม แต่พิเศษกว่าตรงที่ได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด เพราะเพียงแค่คุณเปิดหน้าต่าง สายลมเย็น ๆ วิวขุนเขา สายหมอก ก็โผล่รอต้อนรับ แถมยามค่ำคืนดาวน้อยใหญ่จะค่อย ๆ ส่องประกายแวววับให้มองเพลิน ๆ
จุดชมวิวหลักๆ ของ ดอยม่อนแจ่ม มีอยู่สองด้าน ด้านหนึ่งเป็นทิวเขาสลับกันไปไกลสุดลูกหูลูกตา อีกด้านก็จะเป็นไร่ปลูกพืชต่างๆของโครงการหลวง ซึ่งจะเปลี่ยนพืชพรรณไปตามฤดูกาล และสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งของทริปนี้ คือ “การพักแรม“ ในกระท่อม ซึ่งทำจากไม้ไผ่ หลังคามุงด้วยหญ้าคา มีลายร้อมอยู่โดยรอบ ห้องน้ำก็มีอยู่ในบ้านพร้อมสรรพ หรือใครอยากกางเต๊นท์ตามคอนเซ็ปต์เที่ยวดอย เค้าก็มีเต๊นท์ไว้สปอยล์พวกขาลุย อยากทำอาหารกินเองก็พกไป อยากกินแบบทันใจก็พกตังค์ เอาใจทั้งคนง่าย คนยาก

รูปภาพ


- ม่อนอิงดาว : เป็นลานกางเต็นท์ เล่นระดับสวยๆ รับลมกันทุกหลัง ใกล้ๆ มีร้านอาหารอยู่ด้วย
- ม่อนวิวงาม : เป็นที่พักหลายแบบ แต่ไม่เน้นดีไซน์ เน้นการนอนมากกว่า แต่จะมีร้านอาหารอยู่ใกล้ๆ คนชอบทำกิจกรรมจะชอบที่นี่
- ม่อนม้ง : สวยกว่าที่อื่นๆ มีดีไซน์ ที่เหมือนกับมีการคิดไว้ก่อนแล้ว สวย อยู่ท่ามกลางแปลงผัก กลางหุบเขา น้ำอุ่น ไฟ ห้องนอน ดีแม้จะเป็นกระท่อม แต่ติดอยู่ตรงที่ ถ้าเข้าที่พักแล้ว ก็คือพักเลย เพราะเป็นพื้นที่ส่วนตัว ต้องเอารถไปจอด ณ สถานีม่อนม้ง แล้วให้พนักงานมารับลงไปนอนที่บ้านพัก ทำให้ไปเที่ยวต่อลำบาก และ อาหารก็ต้องสั่งมาจากสถานีม่อนม้ง ที่อาจจะรอนานนิดนึง
- บ้านม่อนม่วน : ที่พัก ที่อาจจะไม่ได้อยู่ใกล้ม่อนแจ่มเท่าที่อื่นๆ แต่ความสะดวกสบายจะใกล้เคียงรีสอร์ท มีความสวยงามลงตัว และมักจะเต็มเร็วพอสมควร
- ปางช้างแม่สา : คนเยอะมากๆ ใช้เวลามากกว่า 1 ชั่วโมง ถ้าขี่มอเตอร์ไซค์ ผ่านช่วงนี้ จะคลาสสิกมาก เพราะว่ากลิ่นขี้ช้างจะลอยมาเตะจมูก แม้หลับตาก็รู้ทันที ว่านี่แหละ ปางช้างแม่สา
- ไร่สตรอเบอรี่ : มีหลายไร่ให้ชม บางไร่ให้เก็บเอง ชั่งเอง ซื้อกลับบ้านไปเลย บางไร่มีไว้โชว์ ให้ถ่ายภาพ กับสตรอเบอรี่ยักษ์ แล้วขายสตรอเบอรี่ เป็นถุงๆ แต่ว่าลูกค้าเยอะ บางครั้งอาจจะเหนื่อย จนไม่อยากเสวนากับคนซื้อ ขอไม่บอกว่าที่ไหน / บางที่จัดพื้นที่ไว้สวยที่เดียว แถมยังบริการดี แม้คนจะเยอะ แค่ไหนก็ตาม อันนี้ อยากให้ไปเยือนจริงๆ ชื่อว่า สตรอเบอรี่แลนด์ ขายน้ำปั่น กาแฟ และ มีไหลสตรอเบอรี่ขายด้วย ประมาณไหลละ 80 บาท
- ร้านกาแฟ ติตาแกลเลอรี่ : ร้านกาแฟที่มีแกลเลอรี่แสดงผลงานสวยๆ มีเค้ก สโคน บริการ มีพื้นที่ทั้งด้านนอก และ ด้านใน แล้วแต่ว่าใครจะชอบแบบไหน

รูปภาพ


- สวนเอเดน : มีสวนองุ่นให้เข้าชม และ มีสินค้าไว้ขาย ทั้งน้ำองุ่นแปรรูป หรือขนมที่ทำจากองุ่น และบริการที่พักด้วย
- น้ำตกแม่สา : เหมาะสำหรับคนที่อยากใช้เวลากับธรรมชาติ เพราะมีน้ำตกให้ชมถึง 11 ชั้น จอดรถแล้วเดินเข้าไป มีอาหารให้สั่งประเภท ส้มตำ ไก่ย่าง ข้าวเหนียว ไข่ปิ้ง เหมาะจริงๆ กับการมาน้ำตก พร้อมเครื่องดื่ม น้ำแข็ง รวมทั้งให้ยืมเสื่อจานชามช้อนส้่อมฟรี (แต่ต้องเอามาคืนนะครับ) กินข้าวพร้อมฟังเสียงน้ำตกนี่สนุกดีจริงๆ อยากให้ลองไปกัน
- โป่งแยงแอ่งดอย : ร้านอาหารและที่พัก ที่มีวิวสวยๆ และ คงคุณภาพมายาวนาน ถ้าจะไปกินที่นี่ อยากให้จองก่อน เนื่องจากคนเยอะมากๆ เลยทีเดียว ที่เด่นๆ คือ อาหารไทย และ อาหารยุโรป
- สวนผีเสื้อ ใบออร์คิด : ถ้าชอบผีเสื้อ กล้วยไม้ อะไรที่เย็นๆ สบายๆ แนะนำ ให้เข้ามาชมกัน
- ฟาร์มแสดงจระเข้
- สวนเสือแม่ริม : มีโชว์แสดงเสือ ที่ถือว่าแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ อยู่ใกล้เลยแยกสะเมิงมาเล็กน้อย


6.ภูชี้ฟ้า จ.เชียงราย
ภูชี้ฟ้า เป็นส่วนหนึ่งของเทือกดอยผาหม่น ที่เป็นพรมแดนไทย-ลาว ด้าน จ.เชียงราย-พะเยา ลักษณะเป็นหน้าผาหินตั้ง อยู่บนเส้นกั้นพรมแดนพอดี ในอดีต เป็นพื้นที่เคลื่อนไหวของ พคท. ด้วยสภาพภูมิประเทศที่สูงชัน จึงเป็นฐานที่มั่นที่สำคัญ ชาวลาวและชาวไทย ในพื้นที่เรียกผาหินที่ชี้เหยียดตรงขึ้นไปบนฟ้าว่าภูฟ้า เมื่อปัญหาด้านความมั่นคงคลี่คลาย มีการตัดถนนขนานแนวชายแดน ไทย-ลาว จากบ้านผาตั้ง ภูชี้ฟ้า ไปถึง อ.เชียงคำ ภูชี้ฟ้าจึงเริ่มเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว ตั้งแต่ปี พ.ศ.2534 เป็นต้นมา อย่างไรก็ตาม บนยอดภูชี้ฟ้า เป็นจุดที่ยื่นจากแนวเขตพรมแดน จึงไม่สามารถระบุชัดได้ว่า อยู่ในเขตไทยหรือลาว แต่ทางขึ้นสู่ยอดภูชี้ฟ้านั้นอยู่ในเขตไทย เคยมีการปักธงชาติไทยบนปลายสุดของหน้าผา แต่ในวันถัดมา ทหารลาวก็จะนำธงลาวมาปักเคียงคู่กันด้วย ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย จึงห้ามนักท่องเที่ยวพักแรมบนภูชี้ฟ้า

รูปภาพ


วนอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า ตั้งอยู่ที่ตำบลตับเต่า อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในจังหวัดเชียงรายเพราะได้มีสามเณรผู้หนึ่งในวัดครึ้งใต้ชื่อว่าสามเณรบอสได้เป็นคนค้นพบจัดตั้งขึ้นมาให้อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่อิงฝั่งขวาและป่าแม่งาว ฟ้าทอง มีพื้นที่ประมาณ 2,500 ไร่ โดยกรมป่าไม้ได้มีคำสั่งจัดตั้งเป็นวนอุทยาน เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2541 พื้นที่วนอุทยานเป็นยอดเขาสูงในเทือกเขาดอยผาหม่น ติดชายแดนไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
สำหรับภูมิอากาศบนภูเขา จะค่อนข้างเย็นแต่ฤดูกาลจะเป็นแบบมรสุมเมืองร้อน โดยได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในช่วงฤดูฝน และลมตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงฤดูหนาว แบ่งเป็น 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม และฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์
ไฮไลท์สำคัญของ ภูชี้ฟ้า ต้องยกให้จุดชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงาม อีกทั้งทิวทัศน์ของภูเขาสลับซับซ้อนดูกว้างไกล โดยในตอนเช้าจะมีทะเลหมอกปกคลุมในหุบเขาเบื้องล่าง มีพระอาทิตย์ขึ้นผ่านพ้นทะเลหมอก ท่ามกลางทุ่งหญ้า แซมด้วยทุ่งดอกโคลงเคลง (ในช่วงฤดูฝนไปจนถึงฤดูหนาว) นอกจากการเดินทางขึ้นไปชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกในยามเช้าแล้ว ในระหว่างทางยังมีหมู่บ้านชาวม้งที่มีเอกลักษณ์ในการแต่งตัวและวิถีชีวิตที่น่าสนใจ

รูปภาพ


ไม่ไกลจากภูชี้ฟ้าคุณยังสามารถขับรถย้อนกลับไปเที่ยวชมดอกทิวลิปที่ศูนย์ส่งเสริมเกษตรที่สูงดอยผาหม่น หรือจะเลยไปชมวิวที่ผาตั้งระยะทาง 25 กิโลเมตร ในเขตบ้านผาตั้ง อำเภอเวียงแก่น เมื่อชมทะเลหมอกยามเช้าที่ ภูชี้ฟ้า แล้ว ช่วงบ่ายจึงเหมาะที่จะไปเที่ยว ดอยผาตั้ง สิ่งที่น่าดูของ ดอยผาตั้ง คือ ทิวทัศน์ที่มองเห็นแม่น้ำโขงที่กั้นพรมแดนไทย-ลาว ทิวทัศน์สุดสายตากับป่าเขียว ๆ บริเวณทางขึ้นสู่ผาตั้งยังมีผาบ่องลักษณะเป็นช่องหินขนาดใหญ่ ขนาดคนเดินผ่านได้ มองเห็นทิวทัศน์ของลาวได้สวยงามเช่นกัน


7.เชียงคาน จ.เลย
เชียงคาน เมืองเล็กๆ ริมแม่น้ำโขงสุดชายแดนไทย เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดเลย ที่คงยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรม ขนบประเพณี การใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย พอเพียง วิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ซึ่งหาดูยากในปัจจุบัน เมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบ แห่งนี้ กำลังเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ภาพบ้านเก่าๆที่เรียงรายติดกันอยู่ริมถนนชายโขง ดึงดูดใจ ให้นักท่องเที่ยวหลายต่อหลายรุ่นต่างหลั่งไหลเดินทางกันมาที่นี่ บ้านเรือนที่เมืองเชียงคานจะแบ่งออกเป็นซอย เล็กๆ เรียกว่า ถนนศรีเชียงคาน ขนานคู่กันไปไปกับถนนใหญ่ซึ่งเป็นถนนสายหลัก เริ่มตั้งแต่ถนนศรีเชียงคาน ซอยที่ 1- 24 แบ่งเป็นถนนศรีเชียงคานฝั่งบนกับฝั่งล่างซึ่งชื่อซอยเหมือนกัน

รูปภาพ


ชียงคาน เมืองเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ มีกิจกรรมให้ทำตั้งแต่เช้าไปถึงดึก เหมาะอย่างยิ่งกับวันสบายๆ หนึ่งวันที่เราจะแวะมาเติมพลังพักผ่อนในวันหยุด
เริ่มต้นเช้าวันใหม่ที่เชียงคานด้วยการ ตักบาตรข้าวเหนียว ท่ามกลางบ้านเก่าริมโขงร่วมกับผู้เฒ่าผู้แก่ ซึ่งเป็นการเริ่มต้นเช้าวันใหม่แบบวิถีพุทธ ที่เชียงคาน การตักบาตรเช้าจะเอาข้าวเหนียวใส่กระติ๊บแล้วหยิบเป็นก้อนใส่บาตร บ้างก็ใส่กับผลไม้ บ้างก็ใส่แต่ข้าวเหนียว โดยตอนที่ตักบาตรนั้น จะนั่งคุกเข่ากับพื้นเพื่อใส่บาตร ซึ่งหากเป็นที่อื่น ส่วนใหญ่จะยืนเสมอพระตอนตักบาตร นี่แหละครับ เป็นอีกหนึ่งเสน่เล็กๆในเมืองเล็กๆที่ชื่อว่า เชียงคาน
ถนนศรีเชียงคานฝั่งล่าง คือ ถนนเส้นที่เต็มไปด้วยบ้านไม้เก่าแก่ ที่พัก โฮมสเตย์ ร้านอาหาร และร้านค้าเก๋ มากมายซึ่งถนนในเส้นนี้จะเรียกว่า "ถนนชายโขง" ซึ่ง ระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร เป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยว นิยมมาปั่นจักรยานชมบรรยากาศถ่ายรูปเล่น ชมบ้านไม้สมัยเก่า แต่ก็มีบางส่วนเป็นตึกแถวสร้างใหม่ ซึ่งทาง เทศบาลไม่อนุญาตให้ปลูกสร้าง เพราะต้องการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมบริเวณถนนสายนี้ให้เป็นบ้านไม้ทั้งหมดเป็น การรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวเชียงคาน แต่ถึงแม้บ้านไม้เก่าๆ ถึงแม้ถูกดัดแปลงให้เป็นร้านขายของ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ บ้านพักโฮมสเตย์ไปแล้วส่วนหนึ่ง แต่ถึงอย่างไรความ สงบเรียบง่ายของวิถีชีวิต รอยยิ้มที่ แสนจะจริง ของผู้คนในเมืองนี้ ยังคงเป็นเสน่ห์ที่ทำให้เมืองเชียงคานแตกต่างจากเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ
ดังนั้นเมื่อเดินทางเข้าไปในย่านนี้จึงเป็นเสน่ห์ของเชียงคานที่ให้บรรยากาศแบบสมัยก่อน นักท่องเที่ยวที่ขี่ จักรยานเลียบริมโขง ก็ได้ยินเสียงเพลงลาวดังมาแว่วๆ เป็นความสุข สงบ ชนิดหาที่ไหนได้ยากมาก หลายคนมอง ว่าซักวันหนึ่งเชียงคานจะเหมือนกับปาย แต่ถึงกระนั้น มีสิ่งหนึ่งที่ยังคงเป็นเสน่ห์ของเมืองเชียงคานที่ไม่เหมือน กับที่ไหน นั่นคือ รอยยิ้ม และความจริงใจของเจ้าของบ้าน มาอยู่ที่นี่ไม่มีเหงา เหมือนรู้สึกว่าเราเป็นลูกเป็นหลาน ของผู้คนที่นี่ มาที่นี่ทุกคนจะได้รุ้จักกับคำว่า สุข สงบ และมิตรภาพ อย่างแท้จริง โดยที่ไม่ต้องมีการเสริมแต่ง

รูปภาพ


เนื่องจากเป็นชุมชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำโขง ชาวเชียงคานหลายคนก็ทำอาชีพประมงจับปลาในแม่น้ำโขงมาหลายชั่วอายุคน แม้แต่ในปัจจุบันก็ยังคงมีคนประกอบอาชีพนี้ให้เราเห็นได้ทั่วไปตามริมแม่น้ำ ปลาหลายชนิดที่จับได้ที่นี่จะพบได้ที่บริเวณเชียงคานมากที่สุด
อันดับแรกๆ เมื่อมาถึงเชียงคานคือการเข้าไปเช็คอินห้องพักที่เราจองไว้ ถ้าไม่ได้จองไว้ก็ต้องหากันนานหน่อย ในบางฤดูการท่องเที่ยวเชียงคานได้รับความนิยมมากที่พักจะหายากมากไปด้วย หากได้ที่พักแล้วถ้าหิวก็หาของกินซึ่งในเชียงคานก็มีร้านอาหารไม่มากไม่น้อย เพียงพอต่อนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาได้อย่างไม่ขัดสน ถ้าไม่หิวก็ออกตระเวนเที่ยวเชียงคาน ซึ่งสถานที่น่าสนใจก็มีทั้งใกล้และไกล อย่างวิวสวยๆ สำหรับพระอาทิตย์ตกก็เพียงแต่เดินทะลุซอยที่พักร้านอาหารทั้งหลายมาที่ริมแม่น้ำโขงหลังจากนั้นก็ลองสำรวจมุมที่ต้องการถ้าอยากให้เร็วก็ลองหาเช่าจักรยานมาปั่นช่วยได้เยอะ แต่ถ้าอยากเดินกินลมชมวิวไปเรื่อยๆ พระอาทิตย์ตกตรงไหนก็ตั้งขาตั้งตรงนั้นก็ง่ายดีเหมือนกัน
ตลาดเชียงคาน ขึ้นชื่อว่าตลาดย่อมเป็นสถานที่ที่มีสินค้ามากมายหลายชนิดวางขายอยู่ แต่ที่เราได้เห็นและแปลกกว่าตลาดที่อื่นคือการนึ่งข้าวเหนียวขาย มีอยู่หลายร้านด้วยกันแต่ละร้านจะมานึ่งข้าวเหนียวกันแต่เช้ามืด และนึ่งกันเป็นจำนวนมาก เพื่อรอการตักบาตรพระที่จะออกมาบิณฑบาตรในตอนเช้า มีด้วยกัน 6 สาย แต่ละสายมีพระภิกษุสามเณรจำนวนมาก เดินเป็นแถวเรียงยาวต่อกันแล้วแต่ว่าเป็นพระวัดไหน การใส่บาตรของชาวเชียงคานที่ยึดถือปฏิบัติกันมาคือการตักบาตรด้วยข้าวเหนียว ทำให้ร้านขายข้าวเหนียวในตอนเช้าจะต้องนึ่งข้าวเหนียวจำนวนมากๆ เพราะจะมีลูกค้ามาซื้ออย่างต่อเนื่องจนสายหน่อย พระกลับเข้าวัดหมดแล้ว ข้าวเหนียวเหล่านี้ก็จะหมดแบบพอดีๆ ตักบาตรข้าวเหนียวจะใส่ข้าวเหนียวลงไปในบาตรเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ส่วนกับข้าวอาหารอื่นๆ จะใส่ตระกร้าบ้าง ปิ่นโตบ้างเดินไปถวายที่วัด ดังนั้นหากได้ไปเที่ยวเชียงคานก็ควรทำตามอย่างธรรมเนียมของชาวเชียงคานนี้ด้วย เพื่อศึกษาวัฒนธรรมอีกอย่างหนึ่งของชาวไทยอิสานและร่วมกันสืบทอดต่อไป

รูปภาพ


วัดศรีคุนเมือง สร้างเมื่อ พ.ศ. 2485 ตั้งอยู่ที่ ถนนชายโขง ซอย 6-7 วัดนี้เป็นแหล่งรวมงานศิลปะทั้งแบบล้านนาและล้านช้างดังจะเห็นได้จากโบสถ์ ซึ่งหลังคาลดหลั่นอย่างศิลปะล้านนาและพระประธานมีลักษณะคล้ายวัดเชียงทอง (หลวงพระบาง-สปป.ลาว) ศิลปวัตถุที่สำคัญมีหลายชิ้น เช่นพระพุทธรูปไม้จำหลัก ลงรักปิดทองปางประทานอภัยแบบล้านช้าง พระพุทธรูปดังกล่าวมีพระเกศาเป็นปุ่มแหลมเล็ก พระกรรณค่อนข้างแหลมและยาว สันนิษฐานว่ามีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ 24-25 นอกจากนี้ในวัดยังมีธรรมาสน์แกะสลักไม้ลงรักปิดทองทุกด้านที่พนักหลังมียอดคล้ายปราสาทและฮางฮดหรือรางรดในลักษณะเดียวกันซึ่งเป็นเครื่องใช้แบบล้านนาที่ทำเป็นรางคล้ายรูปเรือสุพรรณหงส์เพื่อใช้ในพิธีรอน้ำพระสงฆ์ ส่วนด้านหน้าโบสถ์มีภาพจิตรกรรฝาผนังอยู่เต็มหน้าบัน ภาพทั้งหมดเป็นภาพนิทานชาดกชุดพระเจ้าสิบชาติซึ่งวาดขึ้นใหม่แทนของเดิม
วัดมหาธาตุ สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2197 ตั้งอยู่ที่ ถนนศรีเชียงคาน ซอย 14-15 เดิมเป็นศาลาว่าการเมืองเก่า อุโบสถมีภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังโบราณ ซึ่งยังคงหลงเหลืออยู่ มีพระพุทธรูปปางมารวิชัย พระพุทธรูปไม้ศิลปะล้านช้าง เจดีย์เก่าแก่ นอกจากนี้ยังมีห้องน้ำที่ได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมฝรั่งเศสดูแล้วแปลกตาดี
วัดท่าคก สร้างเมื่อ พ.ศ. 2395 ตั้งอยู่ที่ ถนนชายโขง ซอย 20-21 อุโบสถเป็นศิลปะล้านช้าง เดิมวัดตั้งอยู่ริมแม่น้ำเป็นคุ้งน้ำวน ภาษาท้องถิ่น เรียกว่า "คก" จึงใช้ตั้งชื่อว่า "วัดท่าคก" จากศิลาจารึกกล่าวว่า พระศรีอรรคฮาต และชาวบ้านช่วยกันสร้างวัดขึ้น มีพระประธานปูนปั้นพระพุทธรูปทองเหลือง พระเขี้ยวแก้ว พระพุทธรูปแกะด้วยไม้ และศิลาจารึกรูปใบพายเป็นหินทราย
วัดท่าแขก สร้างเมื่อ พ.ศ. 2208 โดยพระสุวรรณ แผ่นแผ้ว (กษัตริย์แห่งอาณาจักรหลวงพระบาง) เป็นวัดเก่าแก่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ห่างจากอำเภอเชียงคาน 2 กิโลเมตร ก่อนถึงหมู่บ้านน้อยและแก่งคุดคู้ ปัจจุบันเป็นวัดธรรมยุติ ภายในโบสถ์มีพระพุทธรูป 3 องค์สกัดจากหินทรายทั้งก้อน หน้าตักกว้าง 2 ศอก เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ มีอายุประมาณ 300 กว่าปี

รูปภาพ


พระใหญ่ เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า พระพุทธนวมินทรมงคลลีลาทวินคราภิรักษ์ ประดิษฐานอยู่ ณ ภูฟ้า บ้านท่าดีหมี ห่างจากเชียงคาน 20 กม. เป็นพระพุทธรูปปางลีลา สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสพระชนมายุครบ 72 พรรษา เป็นบริเวณที่มีแม่น้ำสองสายคือ แม่น้ำเหือง และแม่น้ำโขงมาบรรจบกันเป็นจุดต่อระหว่างชายแดน 2 ประเทศ และถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่แม่น้ำโขงไหลเข้ามาในประเทศไทย ณ บริเวณบ้านท่าดีหมี อ.เชียงคาน จ.เลย จึงเป็นจุดที่มีทัศนียภาพสวยงามของไทย-ลาว และสามารถชมแม่น้ำโขงในมุมสูงที่มีความสวยงามไม่ยิ่งหย่อนกว่าจุดใด โดยเฉพาะในยามที่อาทิตย์อัสดง ตลอดระยะทางจากอำเภอเชียงคานมาถึงที่นี่ คุณจะได้ชมวิถีชีวิตของชาวบ้าน การทำเกษตรกรรม และชมวิวทิวทัศน์เทือกสวนไร่นาที่อุดมสมบูรณ์
ถ้ำผาแบ่น อยู่ห่างจากเชียงคาน 12 กม. เป็นถ้ำหินปูนขนาดเล็ก สามารถมองเห็นจากแก่งคุดคู้ได้สวยงามสุดสายตา
แก่งคุดคู้ ห่างจากเชียงคาน 5 กม. เป็นแก่งหินใหญ่ขวางอยู่กลางลำน้ำโขง ช่วงโค้งของลำน้ำโขงพอดี ทำให้เกิดกระแสน้ำเชี่ยวไหลผ่านแก่ง ในหน้าน้ำ น้ำจะท่วมจนมองไม่เห็นแก่ง เวลาที่เหมาะจะชมแก่งคุดคู้คือ ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นเวลาที่น้ำแห้งมองเห็นเกาะแก่งชัดเจนมีโค้งสันทรายริมแม่น้ำ สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสสายน้ำโขงและธรรมชาติสองฝั่งอย่างใกล้ชิด ที่บริเวณแก่งคุดคู้มีบริการเช่าเรือยนต์ล่องแม่น้ำโขง ใช้เวลาไป-กลับประมาณ 1 ชั่วโมง ราคาแล้วแต่จะตกลง นอกจากนี้ยังมีร้านขายอาหาร เช่น ไก่ย่าง ส้มตำ ลาบ โดยเฉพาะพล่า กุ้งเต้น ต้มยำปลาจากลำน้ำโขงเป็นอาหารแนะนำในราคาไม่แพง
ภูทอก เป็นจุดชมวิวอำเภอเชียงคานและลำน้ำโขงที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะช่วงเช้าจะมีทะเลหมอกขาวปกคลุมเกือบทั้งเทือกเขา ได้สูดอากาศที่บริสุทธิ์อย่างเต็มปอด พร้อมดื่มด่ำกับบรรยากาศที่แสนสดชื่น และยังสามารถชมพระอาทิตย์ตกได้ในยามเย็น

รูปภาพ


หมู่บ้านวัฒนธรรมไทดำ บ้านนาป่าหนาด ห่างจากเชียงคาน 17 กม. เป็นหมู่บ้านชาวไทดำกลุ่มสุดท้ายที่อพยพมาจากเมืองเชียงขวาง สปป.ลาว ช่วงสงครามปราบจีนฮ่อ ชาวบ้านยังคงสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีแบบไทดำไว้ได้เป็นอย่างดี นับถือผี นับถือแถน นอกจากนี้ยังมีภาษาพูดและภาษาเขียนเป็นของตัวเอง จะใส่เสื้อผ้าสีดำในวันสำคัญ เช่น วันโฮมไทดำ (ช่วง เม.ย. ของทุกปี)
ท่องเที่ยวทางการเกษตรบ้านบุฮม (แหล่งส่งมะม่วงรายใหญ่) แหล่งเรียนรู้ สวนผลไม้ปลอดสารพิษหลากหลายชนิด ทุกฤดูกาล (สวนลุงเยื้อน) บ้านบุฮม หมู่ที่ 1 อยู่ห่างจากเชียงคาน 14 กม.


8.ภูเรือ จ.เลย
ยอดภูเรือ จุดสูงสุดในอุทยานฯ บริเวณโดยรอบเป็นลานหินมีทุ่งหญ้าสลับกับป่าสนทั้งสนสองใบ สนสามใบ ในวันที่ท้องฟ้าโปร่ง แจ่มใสสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล แต่จากที่ผ่านมาด้วยอากาศหนาวหมอกหนาปกคลุมตอนเช้า แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับการเฝ้าชมพระอาทิตย์ขึ้นพ้นขอบฟ้าและนอกจากบริเวณ ยอดภูที่ราบกว้างในเขตอุทยานแห่งชาติภูเรือยังมีอีกหลายสถานที่ที่นักท่อง เที่ยวไม่พลาดไป อย่าง น้ำตกห้วยไผ่ หรือแม้แต่การเดินชมความงามของหินแปลกตาที่ธรรมชาติสร้าง ฯลฯ เสียงหนึ่งของคนในพื้นที่บอกเล่าว่า ภูเรือเป็นเมืองดอกไม้งามสามฤดูไม่ว่าจะเป็นฤดูร้อน ฝน หรือหนาว จะมีดอกไม้ให้ชมต่อเนื่องทั้งไม้ดอกไม้ประดับที่ปลูกเป็นอาชีพ พันธุ์ไม้งามตามธรรมชาติซึ่งแต่ละฤดูจะมีหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนมาให้ชม อย่างช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์เป็นช่วงที่กุหลาบป่าหรือกุหลาบพันปีบาน สะพรั่งในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ภูหลวง หลังจากนั้นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ต่อเดือนเมษายน กุหลาบขาวจะบานออกดอกสวยให้เห็น ส่วนในช่วงฤดูร้อนจะเห็นสีสันไม้ป่านานาชนิด กล้วยไม้ต่าง ๆ และในความหนาวเย็นจุดเด่นของอุทยานแห่งชาติภูเรือ แต่ละช่วงเวลาทั้งก่อนพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้านักท่องเที่ยวจะเดินทางมาชมความ งามของทะเลหมอก เช่นเดียวกับช่วงเวลาเย็นก่อนพระอาทิตย์ลาลับฟ้า

รูปภาพ


เริ่มกันที่ "จุดชมทิวทัศน์เดโช" เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น ในวันที่อากาศดี นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นภูต่างๆ ของเมืองเลยได้ (ว้าว...) หรือจะเลือกไปจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ขอบอกว่าสวยงามมากๆ ที่ "ผาโหล่นน้อย" อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูเรือ ประมาณ 3 กิโลเมตร จากจุดนี้จะมองเห็นภูหลวง ภูผาสาด ภูครั่ง และทะเลภูเขาสลับซับซ้อน
ต่อกันที่ "ผาซำทอง" อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูเรือ ประมาณ 2.5 กิโลเมตร เป็นหน้าผาสูงชัน และแหล่งน้ำซับที่มีพืชน้ำไลเคนสีเหลืองคล้ายสีทองขึ้นเต็มไปทั่ว จึงเรียกว่า "ผาซำทอง" เปลี่ยนแนวไปเที่ยวน้ำตกกันบ้างที่ "น้ำตกห้วยไผ่" ตั้งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูเรือ ประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่ไหลลงมาจากหน้าผาสูงชัน มีความสูงประมาณ 30 เมตร อย่างไรก็ตาม น้ำตกแห่งนี้นำไปใช้ทำน้ำประปาในอำเภอภูเรือด้วย
นอกจากนี้ยังมีจุดที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่นถ้ำหินแตก หินค้างหม้อ หินวัวนอน หินพานขันหมาก หินพระศิวะ สวนหินเต่า ทุ่งหินเหล็กไฟ ซิ่งหินเหล่านี้มีรูปร่างตามชื่อเรียก ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้า ช่วงปลายฝนต้นหนาวมีดอกไม้เล็กๆ ขึ้นอยู่ทั่วไปน่าชมมาก

รูปภาพ


อุทยานแห่งชาติภูเรือ มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอภูเรือและอำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย อาณาเขตด้านทิศเหนืออยู่ติดกับประเทศลาว รูปพรรณสันฐานของภูเรือมีรูปร่างลักษณะเหมือนเรือใหญ่บนยอดดอยสูงเป็นภูผาสีสันสะดุดตาหินบางก้อนมีลักษณะเหมือนถูกปั้นแต่งไว้ ชาวบ้านเรียกว่า “กว้านสมอ” โดยรอบๆ จะเห็นยอดดอยเป็นขุนเขาน้อยใหญ่ใกล้เคียงเป็นฝ้าขาวด้วยละอองน้ำ หมอก ปกคลุมไว้ท่ามกลางป่าอันอุดมสมบูรณ์ มีเนื้อที่ประมาณ 120.84 ตารางกิโลเมตร
อุทยานแห่งชาติภูเรือ มีลักษณะภูมิประเทศเป็นทิวเขาสูงสลับซับซ้อนประกอบด้วย เขาหินทรายเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนั้นเป็นหินแกรนิตสลับกันไป ลักษณะเช่นนี้จึงทำให้มีที่ราบสูงสลับกับ ยอดเขาสูงทั่วไป มียอดเขาสูง ที่สุดคือ ยอดภูเรือ มีความสูงถึง 1,365 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ยังมียอดเขาที่สำคัญ คือ ยอดเขาภูสัน มีความสูง 1,035 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง และยอดภูกุ มีความสูง 1,000 เมตรจากระดับ น้ำทะเล ปานกลาง ลักษณะเช่นนี้เองจึงเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญก่อให้เกิดลำธารหลายสาย เช่น ห้วยน้ำด่าน ห้วยบง ห้วยเกียงนา ห้วยทรายขาว ห้วยติ้ว และห้วยไผ่ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของน้ำตกห้วยไผ่ที่สวยงามแห่งหนึ่ง
พื้นที่ป่าภูเรือประกอบด้วยทิวเขาสูง สลับซับซ้อนเรียงรายเป็นรูปต่างๆ น่าพิศวงสลับกับที่ราบเป็นบางส่วน สาเหตุที่ขนานนามว่า “ภูเรือ” เพราะมีภูเขาลูกหนึ่งมีชะโงกผายื่นออกมาดูคล้ายสำเภาใหญ่ และที่ราบบนยอดเขามีลักษณะคล้ายท้องเรือตลอดจนมีธรรมชาติและทิวทัศน์ที่สวยงาม เหมาะสมที่จะจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ

รูปภาพ


ด้วยอุทยานแห่งชาติภูเรืออยู่ที่จังหวัดเลย ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีอากาศหนาวเย็นที่สุดของประเทศไทย และอยู่บน ยอดเขาสูง จึงทำให้มีอากาศเย็นตลอดปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวจะหนาวเย็นมาก จนกระทั่งน้ำค้างบนยอดหญ้า จะแข็งตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ซึ่งมีภาษาพื้นเมืองเรียกว่า "แม่คะนิ้ง" ผู้ที่จะไปพักผ่อนควร เตรียมตัวให้พร้อม ที่จะผจญกับความหนาวเย็น
ภูเรือ มีสภาพป่าหลายชนิดปะปนกันอย่างสวยงาม ทั้งป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดงดิบ ป่าสนเขา โดยเฉพาะ ยอดภูเรือ ประกอบด้วยป่าสนเขา สลับกับสวนหินธรรมชาติแซมด้วยพุ่มไม้เตี้ย สลับด้วยทุ่งหญ้าเป็นระยะ ที่พบ โดยทั่วไป ได้แก่ กุหลาบป่า มอส เฟิน และกล้วยไม้ที่สวยงาม เช่น ม้าวิ่ง สามปอย ไอยเรศ เอื้องคำ เอื้องผึ้ง เอื้องเงิน ซึ่งขึ้นตามต้นไม้และโขดหิน กล้วยไม้เหล่านี้จะออกดอกบานสะพรั่งให้ชมสลับกันไปตลอดทั้งปี นอกจากนี้ ป่าภูเรือยังมีสัตว์ป่าที่ชุกชุมพอสมควร ที่พบบ่อย เช่น หมี เก้ง กวางป่า หมูป่า หมาไน ลิง พญากระรอกดำ ไก่ฟ้าพญาลอ ไก่ป่า และชุกชุมไปด้วยกระต่ายป่า เต่าเดือย เต่าปูลูและนกชนิดต่างๆ ที่สวยงาม อีกมากมาย โดยเฉพาะในฤดูหนาวจะอพยพมาจากประเทศจีนเป็นจำนวนมาก


9.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
สวนผึ้ง เป็นอำเภอหนึ่งของ จังหวัดราชบุรี ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เพราะมีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ทั้งป่าไม้ ภูเขา และน้ำตก พื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นที่ราบสูง ภูมิประเทศของสวนผึ้งนั้นขนาบด้วยเทือกเขาตะนาวศรี ซึ่งเป็นพรมแดนทางตะวันตกกั้นระหว่างประเทศไทยกับพม่า การเดินทางสะดวก ใช้เวลาเดินทางเพียง 2 ชั่วโมงกว่า ๆ จากกรุงเทพฯ ก็ถึงแล้ว
สถานที่ท่องเที่ยวมีความหลากหลาย ทั้งจากธรรมชาติสร้างและฝีมือมนุษย์รังสรรค์ ที่สำคัญมาเที่ยวกันได้ตลอดทั้งปีโดยเฉพาะหน้าหนาวอากาศจะดีมาก ๆ บ้างก็ว่าเหมือนกับอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน บ้างก็ว่าเหมือนประเทศนิวซีแลนด์ ก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน โดยมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจก็มีอยู่มากมายหลายแห่ง
สวนผึ้ง ราชบุรี นับเป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวมากมายหลากหลายแนว ทั้งน้ำตก ภูเขา รวมถึงมีที่พักสวย ๆ ตกแต่งอย่างมีสไตล์ และนอกจากที่พักสวนผึ้งเก๋ ๆ แล้ว บรรดารีสอร์ทต่าง ๆ ก็ยังสอดแทรกเอาเอกลักษณ์เฉพาะตัวออกมาดึงดูดนักเดินทางให้ไปเยี่ยมเยือนซะด้วย
นอกจากความสวยงามและอากาศที่บริสุทธิ์เย็นสบาย ได้ไปท่องเที่ยวไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามใน อำเภอสวนผึ้ง อย่างเช่น ธารน้ำร้อนบ่อคลึง ไร้กุหลาบอุษาวดี เขากระโจม แก่งส้มแมว แล้ว การได้มาพักผ่อน แล ะถ่ายรูปในรีสอร์ทและสถานที่ฮิบๆ อย่างเช่นเดอะ ซีนเนอรี่ ,นากายา หรือ La Toscana บ้านหอมเทียน ที่เป็นที่นิยมที่สุดก็คงเป็นการได้มาถ่ายรูปกับน้องแกะ ที่ซีนเนอรี่ ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่และสร้างชื่อเสียงให้สวนผึ้ง และยิ่งดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยว ต้องหาโอหาสมาเยือนดินแดนแห่งนี้ให้ได้ซักครั้ง
บ้านหอมเทียน ถือเป็นอีกหนึ่งแลนมาร์คของอำเภอสวนผึ้งก็ว่าได้ สำหรับ “บ้านหอมเทียน” ประมาณว่าใครไปสวนผึ้งแล้วไม่ได้ไปที่นี่ถือว่าไปไม่ถึงนะจ๊ะ เพราะนอกจากจะมีเทียนหอมรูปร่างแปลกตาน่ารักน่าชัง ของฝาก และของทำมือดีไซน์เก๋ให้เลือกช้อป เลือกดูกันแล้ว ยังมีกิจกรรมทำเทียน, ร้านอาหาร, ร้านกาแฟ, มุมศิลปะอย่าง, วาดภาพเหมือน และบริการนวดแผนไทย ฯลฯ แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือมุมโพสท่าถ่ายภาพเก๋ ๆ แจ่ม ๆ ที่มีให้เลือกสรรกันตามใจกันเพียบ

รูปภาพ


อัลปาก้าฮิลล์ สวนผึ้ง ฟาร์มอัลปาก้าแห่งแรกและแห่งเดียวที่ใหญ่ที่สุดของไทย ดินแดนอันแสนสวยงามซึ่งเต็มไปด้วยอัลปาก้าขนปุย วิ่งเล่นอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าสีเขียวกว่า 250 ไร่ โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น ป้อน กอด และหยอกล้อกับสัตว์ที่เป็นมิตรอันหลากหลาย ทั้งอัลปาก้า จิงโจ้แคระ กระต่ายยักษ์ หนูตะเภา และอื่น ๆ อีกมากมาย อ๊ะ ๆ แต่เนื่องจากมีผู้ให้ความสนใจเข้าชมน้องอัลปาก้าเป็นจำนวนมาก เกินกว่าที่กำหนดไว้ต่อวัน (เพียง 200 ท่าน/วัน) อัลปาก้าฮิลล์จึงจะรับลูกค้าผ่านระบบทางการจองออนไลน์ผ่านเว็บไซต์เท่านั้น (สอบถามรายละเอียดได้ที่ 08 0821 2108/08 1145 9565)
เดอะ ซีเนอรี่รีสอร์ท แอนด์ ฟาร์ม เป็นจุดแวะพักผ่อนเที่ยวชมหมู่บ้านชาวฟาร์มสไตล์อังกฤษและซื้อของฝากแบบ One Day Trip อย่างเต็มรูปแบบแล้ว มีกิจกรรมสนุกสุดมันส์ไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมฮอตฮิตติดลมบน อย่างการป้อนอาหารแกะกับมือ ขี่ม้า ยิงธนู นั่งรถชมบรรยากาศฟาร์ม ขี่มาแคระสำหรับคุณหนู นั่งชิงช้าสวรรค์แบบโบราณ กิจกรรมและเกมสไตล์อังกฤษ เป็นต้น

รูปภาพ


New Land (นิวแลนด์) เป็นสถานที่ท่องเทียวที่เหมาะกับทุกเพศทุกวับ ที่นี่มีกิจกรรมกลางแจ้งหลากหลายทั้งเลี้ยงแกะ ยิงธนู ขี่เอทีวี พร้อมด้วยร้านอาหารและร้านจำหน่ายของที่ระลึกในบริเวณเดียวกัย แถมยังมีรถไฟไว้ให้นั่งเล่นรอบๆ บริเวณ New Land ไม่คิดค่าเข้าชม แต่คิดค่าบริการตามกิจกรรมแต่ละอย่างหรืออาจซื้อบัตรแบบแพ็กเกจ 300 บาท สามารถเล่นกับทุกกิจกรรมได้ในนิวแลนด์
ร้านกาแฟโมอาย (Moai Coffee) จะอยู่ทางฝั่งขวามือ โดดเด่นด้วยตัวโมอาย แท่งหินหน้าคนขนาดใหญ่ ที่โมอายไม่เพียงแต่ขายกาแฟอย่างเดียว ยังมีฟาร์มแกะขนาดเล็กไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาให้อาหารหรือถ่ายรูปกันด้วย
ตลาดน้ำสวนผึ้ง Veneto ตลาดน้ำที่กำลังจะเปิดใหม่ล่าสุดของสวนผึ้งโดยจำลองบรรยากาศของเมืองเวนิส (Venice) และสถาปัตยกรรมแบบซานโตรินี่มาผสมผสานเข้าไว้ด้วยกัน บนเนื้อที่ 20 ไร่ของตลาดน้ำสวนผึ้ง Veneto จะมีทะเลสาบขนาดใหญ่กว้างกว่า 20 ไร่ และถูกโอบล้อมด้วยสีน้ำเงินตัดกับสีขาวสะอาดอ้าน ดูสวยโรแมนติกไม่เบาเลย

รูปภาพ


Feraza Farm จะได้สัมผัสกับทุ่งหญ้าและเนินเขาที่สวยงาม อากาศเย็นสบาย พบบรรยากาศแห่งทิวเขาตะนาวศรีที่ทอดยาวกั้นเส้นขอบฟ้า พร้อมกับฟาร์มแกะนับร้อยตัวได้ ณ Feraza Farm ฟาร์มที่เข้าใจถึงความต้องการที่จะสัมผัสกับความสงบและผ่อนคลายที่เจือไปด้วยความสนุกสนาน ที่ทุกคนในครอบครัวสามารถร่วมสนุกด้วยกันได้ เพราะคุณจะได้คุณเพลิดเพลินอย่างเต็มที่กับวันพักผ่อน เช่น การขับรถ ATV ในทุ่งกว้าง, เยี่ยมชมฟาร์มแกะ (สัมผัสกับแกะได้อย่างใกล้ชิด), กิจกรรมตามฤดูกาล และลิ้มรสอาหารที่ FERAZA RESTAURANT
สวนผึ้ง รีสอร์ท ตั้งอยู่บนพื้นที่ซึ่งโอบล้อมด้วยทิวทัศน์อันงดงามแห่งขุนเขาอันเขียวขจี ท้องฟ้าสีครามใส และอากาศอันบริสุทธิ์ อีกทั้งยังเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และกิจกรรมต่าง ๆ สำหรับทุกคนในครอบครัว เช่น ชิงช้าสวรรค์, ATV, เรือถีบยุคหิน และ Zorb ball & WaterBall เป็นต้น สำหรับที่พักก็ดีไซน์เก๋ไก๋และมีหลากหลายแบบให้เลือกเข้าพักตามความชอบ โดยความน่ารักน่าชังของตัวรีสอร์ทยังทำให้ใครที่ผ่านไปผ่านมาอยากไปยืนโพสท่าถ่ายภาพสวย ๆ กับดินแดนโลกการ์ตูนมนุษย์หินอีกด้วย

รูปภาพ


เบลลิสซิโม่ Bellissimo Cafe & Resort ที่นี่เป็นอีกมุมโปรดของหลายๆคนที่จะต้องแวะเข้ามาถ่ายรูป เพราะมีมุมถ่ายเยอะมาก ทั้งบ้านในส่วนรีสอร์ท ที่มีสีสันสดใส หรือบริเวณฟาร์มแกะ หลังจากถ่ายรูปกันเสร็จแล้วเข้ามานั่งจิบกาแฟรสชาติดีๆ หรือเบเกอรี่ที่แสนอร่อยจากฝีมือเจ้าของ Bellissimo
ภูผาผึ้ง รีสอร์ท รีสอร์ทที่อยู่ตรงหัวมุมสามแยกพอดี เป็นรีสอร์ทขนาดใหญ่พอสมควร ราคาไม่แพงมาก วิวทิวทัศน์จะเป็นป่าเขา บรรยากาศสดชื่นมากๆ
สวิสวัลเลย์ ฮิพ รีสอร์ท เป็นเนินเขาที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ต่างประเทศ แต่ที่นี่ไม่ให้คนนอกเข้า เฉพาะแขกที่มาพักในรีสอร์ทเท่านั้น แต่ว่าใครอยากถ่ายรูปก็ถ่ายจากด้านนอ กได้ค่ะ แล้วอย่าลืมแวะร้าน Swiss Shop ร้านขายของที่ระลึกที่ตั้งอยู่หน้าสวิส วัลเล่ย์ มีตุ๊กตาแกะน่ารักๆ และของอื่นๆให้ซื้อเป็นของฝากกัน แต่ราคาอาจจะสูงสักหน่อย แต่หากอยากได้ของที่ระลึกที่ราคาไม่แพง ลองแวะดูที่ร้านฝั่งตรงข้ามรีสอร์ทมีให้เลือกอยู่หลายร้านเลย

รูปภาพ


เดอะ นากายา รีสอร์ท อยู่ติดกับ เซนเนอรี่ รีสอร์ทแบบรั๋วติดกันเลย รีสอร์ทสีขาวๆ น่ารักๆ ที่หลายๆคนชื่นชอบ
พาโนซ่า แอท พนาลี รีสอร์ท พาโนซา เป็นร้านกาแฟเบเกอรี่ และของที่ระลึกน่ารักๆ พาโนซา ตั้งอยู่ที่ พนาลี รีสอร์ท ที่นี่ถือเป็นสถานที่ที่เพิ่งเปิดใหม่ล่าสุดของสวนผึ้งเลย ออกแบบในแนวแอฟฟริกัน ชิค มีโทนสีเหลืองเป็นหลัก มีมุมถ่ายรูปอยู่เยอะมากมาย ส่วนรสชาติของกาแฟและเบอเกอรี่ที่นี่ก็ไม่แพ้ใคร อร่อยอีกแล้ว แถมยังมีไอศครีมโฮมเมดอีกด้วย
ไร่องุ่นปัญญาสวรรค์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรในรูปแบบที่ไม่เหมือนใครในอำเภอสวนผึ้ง ที่ทุกท่านต้องมาสัมผัสด้วยตัวท่านเอง (ไม่เสียค่าเข้าชม) และทางไร่ยังได้มีบริการสถานที่กางเต็นท์ที่ให้ความเป็นส่วนตัวและมีความเป็นธรรมชาติอีกด้วย สำหรับการเดินทางจากหน้าอำเภอสวนผึ้งตรงมาตามเส้นทางหลัก 14 กิโลเมตร จะเจอสามแยกที่มีป้อมตำรวจ ให้เลี้ยวขวาและตรงเข้ามาอีก 4 กิโลเมตร ไร่อยู่ซ้ายมือ
สวนผึ้งออร์คิด ศูนย์รวมแวนด้า แอสโดเซนด้า ลูกผสมหลากสีสวยงาม มีให้เลือกกันอย่างมากมาย ชอบต้นไหนก็ซื้อกลับบ้านได้เลย ราคาเริ่มต้นตั้งแต่หลักร้อยยันหลักพัน สถานที่สะอาด บรรยากาศสบาย โดยมีเจ้าของร้านใจดีอย่าง พี่เล็ก อนุโพธิ์ พรายมณี ที่ให้การต้อนรับพร้อมแนะนำให้ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับต้นกล้วยไม้เป็นอย่างดี พร้อมจำหน่ายทั้งปลีกและส่ง ทั้งนี้ ตอนนี้ทางสวนได้มีการปรับปรุงเพิ่มเติมสร้างทางเดินเป็นแพในบ่อเลี้ยงปลา

รูปภาพ


จุดชมวิวห้วยคอกหมู สุดเขตดินแดนสยาม สูงจากระดับน้ำทะเล 800 เมตร เป็นพื้นที่ของฐานปฏิบัติการห้วยคอกหมูร้อย ตชด.137 แต่เดิมเป็นช่องทางการค้าไม้ที่รับการสัมปทานการค้าระหว่างไทย-พม่า ปัจจุบันนี้การค้าระหว่างไทย-พม่าได้ถูกยกเลิกไปแล้ว เส้นทางนี้จึงได้มีการพัฒนาปรับปรุงเป็นเส้นทางการท่องเที่ยวชมวิวภูเขาและชายแดนไทย-พม่า อีกทั้งบนจุดชมวิวห้วยคอกหมูนักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นภูมิประเทศอันสวยงามของเทือกเขาตะนาวศรีและชายแดนพม่า พร้อมกับสัมผัสกับอากาศที่หนาวเย็นและนกนานาชนิด
ธารน้ำร้อนบ่อคลึง เดินทางจากตัวอำเภอสวนผึ้งไปประมาณ 5 กิโลเมตร จะพบแยกเข้าสู่ธารน้ำร้อนบ่อคลึงตรงไปอีก 10 กิโลเมตร บ่อคลึงเป็นธารน้ำร้อนธรรมชาติที่มีต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาตะนาวศรี จะมีน้ำไหลอยู่ตลอดปี เป็นน้ำร้อนบริสุทธิ์ อุณหภูมิของน้ำประมาณ 120-136 องศาฟาเรนไฮต์ ในช่วงฤดูหนาวยามเช้าไอน้ำร้อนจะลอยกรุ่นเป็นหมอกสวยงาม มีบ่อน้ำร้อนธรรมชาติและสระน้ำกระเบื้องสำหรับอาบน้ำร้อนธรรมชาติ
บ้านไร่พรสวรรค์ มีที่พักบริการ และยังมีทุ่งทานตะวันกว่า 50 ไร่ ให้ได้ไปถ่ายรูปเก๋ ๆ กัน อ๊ะ ๆ แต่ดอกทานตะวันจะบานตั้งแต่กลางเดือนธันวาคมจนถึงปลายเดือนมกราคม รวมถึงจะมีความแตกต่างจากที่อื่น ๆ คือจะมีการทำเกษตรควบคู่ไปกับรีสอร์ทด้วย ถ้าคุณเดินทางมาพักก็จะได้ชมวิธีการทำเกษตรและทุ่งทานตะวันไปด้วย หรือจะไปเล่น Zorb Ball เครื่องเล่นนี้ทางจะพาคุณกลิ้งลงจากเนินในความยาวระยะทางประมาณ 70 เมตร ด้วยความยาวระยะนี้จะทำให้สนุกและตื่นเต้น และปิดท้ายด้วยสนุกสนานกับการโหนสลิงในระยะทางกว่า 150 เมตร

รูปภาพ


โป่งยุบ ตั้งอยู่ในพื้นที่ของชาวบ้าน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีลักษณะแปลกตา ในเนื้อที่ประมาณ 60 ไร่ เกิดจากการยุบตัวของแผ่นดินทำให้เกิดลักษณะโตรกผาคล้ายกับแพะเมืองผีจังหวัดแพร่ เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่หาชมได้ยาก การเกิดขึ้นของโป่งยุบสันนิษฐานว่าเกิดจากการกัดเซาะของน้ำ ทำให้แผ่นดินยุบตัวลงแล้วกลายเป็นหน้าผาสูงชัน
น้ำตกเก้าชั้น หรือเก้าโจน (เก้ากระโจน) ตั้งอยู่ที่บ้านห้วยผาก หมู่ 7 ตำบลผาผึ้ง เลยจากธารน้ำร้อนบ่อคลึงไปประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดกลาง มีความสูง 9 ชั้น ตกจากหน้าผาสูงกลางหุบเขา มีน้ำตลอดปีปริมาณน้ำจะมากในชั้นบน ๆ หินบริเวณน้ำตกเป็นหินแกรนิต แต่เดิมน้ำตกนี้รู้จักกันเฉพาะในกลุ่มชาวกะเหรี่ยง ต่อมาบริษัทต่างชาติเข้ามารับสัมปทานเหมืองแร่เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2484 จากนั้นเมื่อหมดสัมปทานทางอำเภอและกลุ่มองค์กรท้องถิ่นจึงได้เข้ามาดูแลพื้นที่ ซึ่งการเดินไปชมน้ำตกจากลานจอดรถเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 500 เมตร จะถึงบริเวณน้ำตกชั้นล่าง ซึ่งสามารถเดินเท้าขึ้นไปถึงชั้นสุดท้ายได้ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง
เขากระโจม ห่างจากอำเภอสวนผึ้งประมาณ 40 กิโลเมตร และห่างจากจังหวัดราชบุรีประมาณ 100 เป็นยอดเขาสูงสุดในเทือกเขาตะนาวศรี อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,045 เมตร มีลักษณะรูปร่างของภูเขาคล้ายกระโจม ซึ่งเป็นคำพูดติดปากของชาวบ้านที่เมื่อก่อนบริเวณนี้มีการทำเหมือง เวลาใครเห็นเขาลูกนี้ก็มักเรียกว่า "เขากระโจม" (จากคำบอกเล่าของชาวบ้าน) โดยนับเป็นจุดชมทะเลหมอกที่ได้รับความนิยมมาก เพราะใกล้กรุงเทพฯ อีกทั้งยังเป็นภูเขาแบ่งเขตแดนระหว่างไทยและพม่า เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวผู้ชื่นชอบธรรมชาติป่าเขาและรักการผจญภัย เป็นขุดชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้น-ตกที่สวยงามของสวนผึ้ง หากวันไหนฟ้าฝนเป็นใจในยามเช้าก็จะได้เห็นทะเลหมอกงดงามมาก

รูปภาพ


พิพิธภัณฑ์ภโวทัย หรือสวนภูมิปัญญาชาวบ้าน จากหน้าสถานีตำรวจสวนผึ้งแยกซ้ายไปประมาณ 2 กิโลเมตร ผ่านวัดสวนผึ้งแล้วแยกขวาข้ามสะพานไปก็จะถึงพิพิธภัณฑ์ภโวทัย หรือสวนภูมิปัญญาชาวบ้าน ซึ่งอยู่ทางซ้ายมือ มีลักษณะเป็นเรือนไทยประยุกต์ รวบรวมวัตถุโบราณในอดีต รถม้า รวมทั้งพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับของไทยชนิดต่าง ๆ ทั้งนี้ มีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยว

ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
โพสต์: 61
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 06 พ.ค. 2015 4:02 pm

Re: 15 สถานที่ฮันนีมูน "ชวนฝัน" ในเมืองไทย ไม่ไป...ไม่ได้แล้ว

โพสต์โดย admin » พฤหัสฯ. 13 ส.ค. 2015 12:50 am

10.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา
วังน้ำเขียว เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดนครราชสีมา รู้จักกันดีในฐานะเป็นสถานที่ที่มีโอโซนติดอันดับ 1 ใน 7 ของโลก จนมีสมญานามว่า "สวิตเซอร์แลนด์แดนอีสาน" วังน้ำเขียวอยู่อีกด้านของเทือกเขาใหญ่ อากาศเย็นจากประเทศจีนจะพัดมาช่วงปลายฝน ผ่านมาทางที่ราบอีสานกระทบกับเทือกเขาใหญ่ ทำให้บริเวณ วังน้ำเขียวแห่งนี้เย็นตลอดทั้งปี

รูปภาพ


ภูมิประเทศ โดยทั่วไปเป็นภูเขาสูงลักษณะพื้นที่เป็นลูกคลื่นสลับกับพื้นที่ราบเนินเขาความสูงเฉลี่ย 200 -700 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง สามารถแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะพื้นที่ลอนหรือลูกคลื่นลอดลาด ระดับความสูงตั้งแต่ 300 - 400 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง พื้นที่ประมาณร้อยละ 45 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ องค์การบริหารส่วนตำบลวังน้ำเขียวพื้นที่เนินเขาและภูเขา ระดับความสูง 400-700 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง มีพื้นที่ประมาณร้อยละ 55 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลวังน้ำเขียว
วังน้ำเขียว มี 5 ตำบล ตำบลต่างๆ ประกอบด้วย ตำบลวังน้ำเขียว ตำบลไทยสามัคคี ตำบลอุดมทรัพย์ ตำบลวังหมี และตำบลระเริง และมีพื้นที่ติดต่อกับ อำเภอนาดี อำเภอปักธงชัย อำเภอปากช่อง อำเภอเสิงสาง และอำเภอครบุรี
น้ำตกม่านฟ้า เป็นน้ำตกที่อยู่ในเขต อช. ทับลาน มีความสวยงามมากเพราะเป็นสายน้ำไหลลงมาจากแผ่นหินที่อยู่บนหน้าผาสูง มองดูคล้ายม่านน้ำ ยิ่งหากกระทบกับแสงแดดจะทำให้เกิดประกายรุ้งที่สวยงาม บริเวณของน้ำตกมีแอ่งน้ำให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำได้ และมีมุมพักผ่อนให้นักปิคนิกได้หลายมุมด้วย

รูปภาพ


ชมกระทิงเขาแผงม้า เป็นภูเขาสูงที่เมื่อมองจากที่ไกลๆ จะเห็นได้ว่าเหมือนสันคอม้า จึงเรียกกันว่าเขาแผงม้า ที่นี่เป็นจุดเฝ้าดูกระทิงและสัตว์ป่านานาชนิด ซึ่งจุดที่สามารถเฝ้าดูกระทิงได้นั้นมีอยู่หลายจุดด้วยกัน แต่จุดที่เหมาะในการซุ่มดูกระทิงนั้นอยู่ห่างจากสำนักงานประมาณ 200 ม. เพราะเป็นจุดที่อยู่บนเนินเขาขนาดเล็ก เมื่อมองลงไปแล้วก็จะเห็นเป็นหุบเขาอยู่เบื้องล่าง ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการมาดูกระทิงนั้นคือ 06.00-08.00 น. และ 16.00-18.00 น.
ยิงหนังสติ๊ก ปลูกป่า ผาเก็บตะวัน เป็นจุดชมทิวทัศน์ยามพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามของ อ. วังน้ำเขียว ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของ อช. ทับลาน บนเขาสันกำแพง ด้านล่างเป็นผืนป่าดงดิบ มาที่นี่นักท่องเที่ยวจะได้พบกับกิจกรรมการปลูกป่ามะค่าโมงด้วยหนังสติ๊กกับไม้กอล์ฟ เพื่อให้เมล็ดมะค่าโมงลอยไปตกยังผืนป่าด้านล่าง นอกจากคุณจะช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับธรรมชาติแล้ว ยังเป็นการออกกำลังเบาๆ อีกด้วย
วังน้ำเขียวฟาร์ม เป็นฟาร์มเห็ดติดแอร์ที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน มีเห็ดมากมายหลากหลายพันธุ์ ทั้งเห็ดหอม เห็ดหลินจือ เห็ดหัวลิง เห็ดออรินจิ เห็ดแชมปิยอง เห็ดโคนญี่ปุ่น ทางฟาร์มมีบริการพาเที่ยวชม พร้อมกับอธิบายการปลูกเห็ดให้ฟังทุกขั้นตอน อีกทั้งยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปแบบเห็ดๆ ให้คุณเลือกซื้อด้วย ทั้งเห็ดโคนญี่ปุ่นดองสามรส เห็ดหัวลองดองซีอิ๊ว เห็ดแชมปิยองดองเหลือ เห็ดหอมดองสามรส น้ำพริกกะปิเห็ดหอม น้ำพริกตาแดงเห็ดหอม น้ำสลัดเห็ด น้ำเห็ดเพื่อสุขภาพ ข้าวเกรียบเห็ด เป็นต้น
สวนสุชาดา เป็นสวนดอกหน้าวัวที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน นักท่องเที่ยวจะได้พบดอกหน้าวัวหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งดอกขาวเปียงโก อโก ซันเต้สวิส และฮาร์ดเชอร์รี่ ส่วนดอกแดงมีพันธุ์ท็อบปิคอล และแดงอลิสซิส หากอยากซื้อกลับทางสวนก็มีตัดขายหรือจะซื้อยกกระถางกลับไปปลูกให้เป็นเรื่องเป็นราวเขาก็มีขายอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีสวนองุ่นไร้เมล็ดให้ได้ชิมกันสดๆ จากต้น หรือจะเป็นผักปลอดสารพิษก็มีให้เลือกซื้อได้

รูปภาพ


วิลเลจฟาร์ม แอนด์ ไวน์เนอรี่ ฟาร์มแห่งตั้งอยู่บนเขาลูกเล็กๆ ภายในฟาร์มสร้างเลียนแบบโรงนาของชาวตะวันตก มาที่นี่นักท่องเที่ยวจะได้ทำกิจกรรมการเก็บองุ่นสดจากต้นด้วยตัวเอง อีกทั้งยังมีเจ้าหน้าที่พาเยี่ยชมโรงบ่มไวน์ พร้อมบรรยายกระบวนการผลิตไวน์ทุกขั้นตอน รวมทั้งมีจักรยานให้คุณปั่นชมฟาร์มกันเพลินๆ ใครอยากชิมไวน์รสชาติชั้นดี ก็มีร้านอาหารสไตล์ยุโรปให้บริการ ทั้งสเต็ก สปาเก็ตตี้ พร้อมจิบไวน์ไปด้วยท่ามกลางบรรยากาศที่แสนเย็นสบาย
สวนลุงไกร ที่นี่เป็นแหล่งปลูกผักเมืองหนาวปลอดสารพิษที่โด่งดังของ อ. วังน้ำเขียว บนพื้นที่ 15 ไร่ มีแปลงผักทอดตัวยาวปลูกสลับกันหลากหลายพันธุ์ ทั้งคอส บัตเตอร์เฮด เรดโอ๊ก กรีนโอ๊ก เรดลีฟ ผักกาดแก้ว มะเขือเทศ กะหล่ำปลีม่วง เบบี้แครอท เป็นต้น เมื่อมาถึงสวน ลุงไกร ชมน้อย เจ้าของสวนจะเป็นวิทยากรบรรยายเรื่องราว เกี่ยวกับการเพาะปลูกผักปลอดสารพิษ และโชว์ลูกคอและฝีมือการเล่นกีตาร์สไตล์คันทรี สร้างความครื้นเครงให้กับนักท่องเที่ยวอีกด้วย
สวนเบญมาศผู้ใหญ่สมประสงค์ ที่นี่มีดอกเบญมาศบานสะพรั่งให้คุณเดินชมมากกว่า 40 สายพันธุ์ เพราะเป็นที่ตั้งของกลุ่มผู้ปลูกดอกเบญจมาศ ต. ไทยสามัคคี โดยมีผู้ใหญ่สมประสงค์ ประดับมุข เป็นประธานกลุ่ม แต่ละวันเกษตรกรจะนำดอกเบญจมาศที่ตัดแต่งดอกพร้อมส่งขายมารวมกันไว้ที่สวนแห่งนี้ แถมยังจะได้ข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับการปลูกดอกเบญมาศของ อ. วังน้ำเขียว ที่มีคุณภาพเทียบเท่าระดับต่างประเทศด้วย

รูปภาพ


จิบกาแฟร้าน a cup of love เป็นร้านกาแฟที่น่ารักและน่านั่งที่สุดบนถนนสายที่จะไปเขาแผงม้า เพราะมีการตกแต่งร้านได้มีไอเดียและลงตัวมากๆ นอกจากกาแฟสดและเค้กรสชาติแสนอร่อย ที่นี่ยังมีมุมให้นักท่องเที่ยวได้แวะเก็บภาพประทับใจหลากหลายมุม อีกทั้งยังมีฝูงแกะให้ได้ชมอย่างใกล้ชิด หรือถ้าใครอยากแวะพักก็มีที่พักให้บริการท่ามกลางบรรยากาศของขุนเขาและสายหมอก


11.เกาะช้าง จ.ตราด
เกาะช้าง เป็นเกาะที่ใหญ่สมชื่อจริงๆ เกาะช้างมีพื้นที่กว่า 268,125 ไร่ เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะทะเลอ่าวไทยและใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศไทยรองจากภูเก็ต ตั้งอยู่ในเขตแหลมงอบ จ.ตราด ประกอบด้วย 8 หมู่บ้าน คือ สลักเพชร สลักคอก เจ้กแบ้ บ้านด่านใหม่ คลองสน คลองพร้าว คลองนนทรี และบ้านบางเบ้า มีสถาที่ราชการ อำเภอ สถานีตำรวจ โรงพยาบาล และเป็นที่ตั้งอุทยานฯหมู่เกาะช้างอีกด้วย ภายในเกาะจะเป็นสวนยางพารา และผลไม้
ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเขาสูงมีผาหินสลับซับซ้อน ยอดเขาที่สูงที่สุด ได้แก่เขาสลักเพชร มีสภาพป่าอันอุดมสมบูรณ์ ส่วนใหญ่เป็นป่าดิบเขา ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้เกิดน้ำตก ลำธารหลายสาย ชายหาดสวย มีอยู่มากมาย ตามชายฝั่งตะวันตก ที่ดังๆ หน่อยก็ได้แก่ หาดทรายขาว หาดคลองพร้าว หาดไก่แบ้ ทั้งสามหาดมี รีสอร์ทตั้งอยู่เรียงรายริมหาดมากมาย ตั้งแต่ ราคา หลังละ 200 กว่า บาท ถึง 5,000 บาท ขึ้นไป

รูปภาพ


บริเวณอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ยังมีเกาะเล็กๆ รายล้อม อันได้แก่ เกาะคลุ้ม เกาะเหลายา เกาะง่าม เกาะไม้ชี้ใหญ่ เกาะหวาย เกาะกระ เการัง เกาะมันนอก เกาะมันใน เกาะกระดาด เกาะหมาก เกาะขาม ฯลฯ ส่วนใหญ่ช่วงเทศกาล เกาะเล็กเกาะน้อยเหล่านี้มัก เสนอแต่แพคเก็จทัวร์ ปัจจุบันมีทัวร์รูปแบบต่างๆ มากมายนอกจากการเล่นน้ำทะเลเที่ยวเกาะ เช่น ท่องเที่ยวเชิงเกษตร ขี่ช้างท่องไพร ล่องเรือ ตกปลา ไดหมึก หรือพักโฮมสเตย์กับหมู่บ้านชาวประมง
หาดทรายขาว ชายหาดที่แสนจะยาว แถมยังขาวสะอาดสมชื่อ อยู่ทางตอนใต้ของ เกาะช้าง ใกล้กับอ่าวสลักเพชร มีลักษณะเป็นอ่าวที่มีหาดทรายทอดยาว นักท่องเที่ยวสามารถลงเล่นน้ำได้ตลอดทั้งแนว หรือจะเช่ารถจักรยาน มอร์เตอร์ไซด์ ขี่เล่นก็ไม่ว่ากัน เพราะที่นี่มีถนนราดยางอย่างดี ขนานยาวไปกับชายหาด เชื่อมถึงหาดอื่นๆ มีบังกะโลตั้งอยู่หลายแห่ง มีถนนรอบเกาะตัดชิดหาดมากที่สุด
หาดคลองพร้าว เป็นหาดทรายที่มีความยาวมาก ติดต่อกับหาดไก่แบ้หาดทราย บริเวณนี้มีความลาดมากสามารถเล่นน้ำได้ มีบังกะโลให้เช่าพักหลายแห่ง ห้องพักที่ได้มาตรฐาน และมีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม ไม่แพ้หาดทรายขาว หาดแห่งนี้นักท่องเที่ยวให้ความนิยมมาเล่นกิฬาทางน้ำ กิจกรรมชาตหาดเป็นจำนวนมาก ตอนเหนือสุดของอ่าวคลองพร้าว ติดต่อกับอ่าวไชยเชษฐ์ และแหลมไชยเชษฐ์ ซึ่งมีแหลมหิน มีทัศนียภาพสวยงาม แต่ไม่สามารถเล่นน้ำได้
สำหรับแหลมไชยเชษฐ์เป็นแหล่งที่ชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง

รูปภาพ


หาดไก่แบ้ เป็นหาดทรายที่มีความลาดพอสมควร สามารถเล่นน้ำได้โดยไม่เป็นอันตราย ชายหาดมีลักษณะลาดลงทะเลทีละน้อย เกาะที่เห็นคือ เกาะจระเข้วางตัวเหนือท้องน้ำสีคราม นักท่องเที่ยวสามารถพายเรือคายัคไปได้ หาดไก่เบ้ มีบังกะโล ราคาประหยัดให้เช่าหลายแห่ง เป็นที่นิยมอาบแดดของชาวต่างชาติ โรงแรงระดับหรูที่นิยมคือ ซีวิวรีสอร์ทอยู่บนเนินปลายสุดของหาด
หาดบางเบ้า เป็นหมู่บ้านประมงที่น่าสนใจ บ้านพักอาศัยปลูกโดยการปักเสาลงในทะเล มีสะพานเชื่อมติดต่อถึงกันตลอดแนว บรรพบุรุษของคนที่นี่ส่วนใหญ่สืบเชื้อสายจากชาวสลักเพชร ดำรงชีวิตเรียบง่ายด้วยการทำประมงขนาดเล็กชายฝั่ง เป็นแหล่งปลาหมึกหอมชุกชุม นอกจากนั้นที่นี่ยังเป็นจุดที่อยู่ปลายเกาะช้าง มีแหล่งปะการังใต้น้ำ
อ่าวคลองสน เป็นอ่าวขนาดใหญ่ อยู่ทางเหนือของ เกาะช้าง ฝั่งตะวันตก มีหาดทรายขาวละเอียด ชายหาดกว้างยาวดูสวยงามมากๆ เหมาะแก่การเล่นน้ำ มีความเป็นส่วนตัว ใกล้บริเวณอ่าวมีแนวปะการังใต้น้ำ
อ่าวใบลาน อยู่ถัดขึ้นไปจากหาดไก่แบ้มีทางเท้าตัดผ่านภูเขาใช้เวลาเดินเท้าจากหาดไก่แบ้ประมาณ 1 ชั่วโมง ระหว่างทางสามารถมองเห็นทัศนียภาพที่สวยงามของทิวเขา อ่าวใบลานมีลักษณะเป็นหาดทรายยาวเงียบสงบเหมาะแก่การเล่นน้ำ และพักผ่อนมากๆ เพราะเงียบสงบ

รูปภาพ


น้ำตกธารมะยม อยู่หลังที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กช.1 (ธารมะยม) ไปประมาณ 400 เมตร ปากทางเข้าอยู่ฝั่งตรงข้ามกับที่ทำการหน่วยฯ ทางเดินเข้าเป็นทางปูน ผ่านสวนผลไม้ของชาวบ้าน เดินผ่านสวนเข้าไปประมาณ 500 เมตร เป็นน้ำตกขนาดกลาง มี 4 ชั้น ลักษณะเป็นธารน้ำไหลผ่านมาเป็นชั้นๆ ตามร่องหินแกรนิตสีดำ มีหน้าผาสูงชันจนเกือบตั้งฉากบริเวณโดยรอบเป็นป่าดงดิบ อากาศร่มเย็นสบาย เหมาะแก่การตั้งแคมป์และเล่นน้ำตก


12.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี
เดิมเกาะสมุยมีชื่อเสียงในฐานะเป็นแหล่งปลูกมะพร้าว ปัจจุบันเป็นสถานที่พักผ่อนตากอากาศที่ชาวต่างประเทศนิยมเดินทางมาท่องเที่ยว มีร้านค้า โรงแรม และสถานบันเทิงต่าง ๆ มากมาย หาดที่เป็นที่เชิดหน้าชูตาของคนเกาะสมุย คือ หาดเฉวง บริเวณชายหาดยาวประมาณ 7 กิโลเมตร ถ้าได้ลงมือเดินตั้งแต่ต้นหาดจนกระทั่งถึงปลายหาดจะใช้เวลาประมาณถึง 2 ชั่วโมง เพราะการเดินบนผืนทรายไม่เหมือนการเดินบนพื้นดินปรกติ หาดที่มีความสวยงามเป็นอันดับรองลงมา คือ หาดละไม หาดเชิงมนต์ แหลมโจรคร่ำ หาดท้องยาง หาดหน้าทอน หาดพังกา และหาดตลิ่งงาม

รูปภาพ


อำเภอเกาะสมุย เป็นอำเภอที่มีสภาพเป็นหมู่เกาะในอ่าวไทยอยู่ในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี พื้นที่ 1 ใน 3 เป็นที่ราบซึ่งล้อมรอบด้วยภูเขา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งทางฝั่งทะเลอ่าวไทย อำเภอเกาะสมุยมีพื้นที่ของเกาะต่าง ๆ รวมกันรวมประมาณ 252 ตารางกิโลเมตร เฉพาะตัวเกาะสมุยเองมีพื้นที่ประมาณ 228 ตารางกิโลเมตร เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสามของประเทศไทยรองจากเกาะภูเก็ตและเกาะช้าง
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับท่องเที่ยวเกาะสมุยคือ ช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงคลื่นลมสงบ แต่ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดจริงๆ คือ เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน เพราะเป็นช่วงที่ฝนตกน้อยที่สุด ส่วนช่วงเวลาระหว่างเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม เป็นช่วงฤดูมรสุม ทะเลมีคลื่นลมแรง นักท่องเที่ยวจึงควรตรวจสอบสภาพอากาศและคลื่นลมในทะเลก่อนเดินทาง
หาดเฉวง เป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงที่สุดและยาวที่สุดของเกาะ มีความยาวถึง 7 กิโลเมตร อยู่ทางด้านตะวันออกของเกาะสมุย หาดเฉวงเป็นหาดโค้งยาว มีน้ำทะเลใส หาดทรายขาวสวย ตลอดแนวหาดจึงเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มานอนอาบแดด เล่นน้ำ เล่นเจ็ตสกี และทำกิจกรรมอื่น ๆ มากมาย หาดเฉวง แบ่งออกเป็นสี่ช่วงคือ หาดเฉวงเหนือ หาดเฉวงกลาง หาดเฉวงใต้ และหาดเฉวงน้อย บริเวณหาดเฉวงเหนือและหาดเฉวงกลางมีบรรยากาศที่คึกคัก มีโรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร ร้านขายเสื้อผ้าเครื่องประดับและอื่น ๆ มากมาย
หินตาหินยาย ตั้งอยู่บริเวณอ่าวละไม เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติของหินแกรนิตที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำทะเล จนเกิดเป็นโขดหินรูปร่างประหลาดมีลักษณะคล้ายอวัยวะเพศของชายและหญิง นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังเกาะสมุยจะต้องแวะเวียนเข้ามาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ซึ่งถือว่าเป็นไฮไลท์ของเกาะสมุยเลยก็ว่าได้ ใกล้ ๆ กันมีจุดชมวิวจากมุมสูงค่าบริการคนละ 10 บาท ตลอดแนวทางเดินไปชมหินตาหินยาย จะมีร้านขายของฝากและของที่ระลึกเรียงราย อาทิ ผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าว น้ำมันมะพร้าว แต่ที่ขึ้นชื่อที่สุดเห็นจะเป็น "กาละแม" ที่หวาน มัน หอม กลมกล่อม ราคาไม่แพง

รูปภาพ


หาดละไม อยู่ถัดมาจากหาดเฉวงเป็นหาดที่มีชื่อเสียงอีกหาดหนึ่ง ด้วยความโค้งของอ่าวที่สวยงามและทิวต้นมะพร้าวที่ปลูกเป็นแนว บริเวณชายหาดเป็นทั้งหาดทรายและหาดหิน บางช่วงของหาดมีระดับน้ำลึกและมีคลื่นแรง กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบคือการเล่นน้ำทะเลและเล่นกีฬาทางน้ำ ทั้งเรือใบ เจ็ตสกี ส่วนทางตอนใต้ของหาดละไมมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่นักท่องเที่ยวนิยม ไปคือ หินตา หินยาย และศูนย์วัฒนธรรมวัดละไม
จุดชมวิวลาดเกาะ เป็นจุดชมวิวที่ตั้งอยู่บนเชิงเขา สามารถมองออกไปเห็นน้ำทะเลสีฟ้าครามสุดลูกหูลูกตา และวิวทิวทัศน์ของภูเขาน้อยใหญ่ของเกาะสมุย จากจุดนี้ยังสามารถมองเห็นอ่าวเฉวงได้อีกด้วย
วัดพระใหญ่ ตั้งอยู่ที่ตำบลบ่อผุดซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน "พระพุทธโคดม" พระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 5 วา 9 นิ้ว สูง 12 เมตร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2515 เป็นที่เคารพสักการะของบรรดาพุทธศาสนิกชนทั่วไป เมื่อขึ้นไปกราบนมัสการองค์พระแล้ว ยังสามารถมองเห็นวิวเกาะพงันและทัศนียภาพของหาดต่าง ๆ ได้อย่างจัดเจน

รูปภาพ


เจดีย์ศรีสุคตคีรี เขาหัวจุก เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าและรอยพระพุทธบาทจำลอง เพื่อเป็นที่เคารพสักการบูชาของบรรดาพุทธศาสนิกชนในท้องถิ่นและผู้ที่เดิน ทางมายังเกาะสมุย บริเวณโดยรอบองค์เจดีย์ยังสามารถชมทิวทัศน์ธรรมชาติอันสวยงามของเกาะ สมุยได้ทั้ง 360 องศา


13.เขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี
เขื่อนรัชชประภา มีชื่อเรียกดั้งเดิมว่า เขื่อนเชี่ยวหลาน เป็นเขื่อนอเนกประสงค์แห่งที่สองของภาคใต้ อยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อก่อนสร้างแล้วเสร็จได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามให้ใหม่ว่า “เขื่อนรัชชประภา” มีความหมายว่า “แสงสว่างแห่งราชอาณาจักร”

รูปภาพ


เขื่อนรัชชประภา สร้างปิดกั้นลำน้ำคลองแสง ที่บ้านเชี่ยวหลาน ตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานีโดยพื้นทีส่นใหญ่ติดอุทยานแห่งชาติเขาสกเกือบทั้งหมด เป็น เขื่อนหินถมแกนดินเหนียว สูง 94 เมตร ความยาวสันเขื่อน 761 เมตร และมีเขื่อนปิดกั้นช่องเขาขาดอีก 5 แห่ง มีความจุ 5,638.8 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่อ่างเก็บน้ำ 185 ตารางกิโลเมตร ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเฉลี่ยปีละ 3,057 ล้านลูกบาศก์เมตร ติดตั้งเครื่องผลิตไฟฟ้า เครื่องละ 80,000 กิโลวัตต์ จำนวน 3 เครื่อง รวมกำลัง การผลิต 240,000 กิโลวัตต์ ให้พลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยปีละประมาณ 554 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง
การชลประทานเพื่อการเพาะปลูก ปริมาณน้ำที่ปล่อยจากเขื่อนให้ประโยชน์ต่อการเพาะปลูกพืช บริเวณสองฝั่งแม่น้ำในตอนล่าง เป็นผลให้พื้นที่ประมาณ 100,000 ไร่ ในเขตท้องที่ตำบลตาขุน อำเภอคีรีรัฐนิคม และอำเภอพุนพิน สามารถทำนาปรัง และปลูกพืชในฤดูแล้งได้ผลดี
การประมง อ่างเก็บน้ำของเขื่อนรัชชประภาเป็นแหล่งประมงน้ำจืดที่สำคัญ ทุกๆ ปี การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้ปล่อยพันธุ์ปลาและกุ้งเป็นจำนวนมากลงไปในอ่างเก็บน้ำ สามารถให้ผลผลิตทางด้านการประมงเฉลี่ยปีละ 300 ตัน ซึ่งเป็นการส่งเสริมรายได้ให้กับราษฎรในพื้นที่ได้อีกทางหนึ่ง

รูปภาพ


การผลิตไฟฟ้า พลังน้ำจากเขื่อนสามารถนำมาผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ปีละ 315 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง ช่วยเสริมระบบไฟฟ้าในภาคใต้ให้มั่นคงยิ่งขึ้น นอกจากนี้น้ำที่ปล่อยผ่านเครื่องผลิตไฟฟ้า ยังส่งต่อเพื่อใช้ประโยชน์ในด้านเกษตรกรรม บริเวณพื้นที่ท้ายน้ำอีกด้วย
บรรเทาอุทกภัย การกักเก็บน้ำของเขื่อนในฤดูฝน จะช่วยลดความรุนแรงของสภาวะน้ำท่วมในพื้นที่ตอนล่างได้เป็นอย่างดี
แก้ไขน้ำเสียและผลักดันน้ำเค็ม สภาพน้ำที่มีบปริมาณน้อยของลำน้ำพุมดวง-ตาปี ในฤดูแล้ง ทำให้เกิดภาวะน้ำเน่าเสียได้ง่าย ขณะเดียวกันบริเวณปากแม่น้ำจะมีน้ำเค็มรุมล้ำเข้ามาตามลำน้ำ น้ำที่ปล่อยจากเขื่อนรัชชประภาจะช่วยเจือจางน้ำเสียในลำน้ำ และต้านทานการรุกล้ำของน้ำเค็มที่ปากแม่น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รูปภาพ


การท่องเที่ยว ทัศนียภาพโดยรอบบริเวณเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ สวยสดงดงาม และสงบร่มรื่น เหมาะแก่การไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ และสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวปีละกว่า 70,000 คน ให้เดินทางมาเยี่ยมชมเขื่อนรัชชประภา พื้นที่อ่างเก็บน้ำมีทัศนียภาพอันงดงาม ประกอบด้วยยอดเขาหินปูนที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมามากมาย จนได้รับฉายาว่า "กุ้ยหลินเมืองไทย" ซึ่งพื้นที่น้ำเกือบทั้งหมด อยู่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติเขาสก (เว้นเพียงพื้นที่น้ำในเขตทุ่นลอย อันได้แก่ รอบพระตำหนักเรือนรับรองที่ประทับ หน้าช่องระบายน้ำ และตลอดแนวสันเขื่อน อยู่ในความรับผิดชอบของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย)


14.เกาะพีพี จ.กระบี่
อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ในทะเลอันดามันด้านทิศตะวันตกของภาคใต้ เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่มีลักษณะสวยงามตามธรรมชาติ รอบ ๆ เกาะมีปะการัง กัลปังหา ทิวทัศน์ใต้ทะเลที่งดงาม และเอกลักษณ์ทางธรรมชาติคือภูเขาหินปูนที่มีหน้าผาเป็นชั้น ๆ ถ้ำที่สวยงาม ตลอดจนชายหาดยาวสะอาด สุสานหอย 40 ล้านปี ซึ่งมีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 389.96 ตารางกิโลเมตร หรือ 243,725 ไร่

รูปภาพ


บริเวณ หมู่เกาะพีพี ส่วนใหญ่เป็นเกาะ ที่เป็นภูเขาหิน และหน้าผาสูงชัน มีต้นไม้ปกคลุมขึ้นตามซอกหิน ไม้ที่ขึ้นเป็นไม้ขนาดเล็กและ บริเวณสุสานหอย 75 ล้านปี ส่วนที่สำคัญอยู่ริมฝั่งทางตะวันตก มีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร กว้าง 50 เมตร เป็นแผ่นหอยที่เกาะตัวกันจนแข็งเป็นแผ่นหินสลับกับชั้นของถ่านลิกไนต์ หนาประมาณชั้นละ 10 นิ้ว
เกาะพีพี เป็นหมู่เกาะกลางทะเลอันดามันของไทย ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองฯ จังหวัดกระบี่ อยู่ห่างจากอำเภอเมืองฯ 42 กิโลเมตร เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ประกอบด้วย 2 เกาะใหญ่ คือ เกาะพีพีดอนและเกาะพีพีเล และมีเกาะขนาดเล็กอยู่ใกล้เคียงอีก 4 เกาะ คือ เกาะยูง เกาะไม้ไผ่ เกาะบิดะนอก และเกาะบิดะในเล่ากันว่าแต่เดิมนั้น ชาวเลเรียกหมู่เกาะนี้ว่า “ปูเลาปิอาปี” คำว่า “ปูเลา” แปลว่าเกาะ คำว่า “ปิอาปี” แปลว่าต้นไม้ทะเลชนิดหนึ่ง จำพวกแสมและโกงกาง ซึ่งต่อมาเรียกสั้นๆ ว่า “ต้นปีปี” แล้วจึงเพี้ยนเสียงเป็น “พีพี” ในที่สุดศูนย์กลางของหมู่เกาะพีพีอยู่ที่เกาะพีพีดอน โดยมีอ่าวต้นไทรเป็นที่ตั้งของท่าเรือเกาะพีพี มีที่พักและร้านค้าต่างๆ ตั้งอยู่หนาแน่น และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน นักท่องเที่ยวสามารถเดินเท้าจากอ่าวต้นไทรขึ้นไปยังจุดชมวิวบนยอดเขาความสูง 180 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ที่มองเห็นเวิ้งอ่าวคู่ของอ่าวต้นไทรและอ่าวโละดาลัมอันสวยงามและโด่งดังไปทั่วโลกได้นอกจากเวิ้งอ่าวคู่แล้ว ที่เกาะพีพีเลยังมีทะเลในสีมรกตและอ่าวมาหยาที่งดงามโดดเด่นอยู่ในอ้อมกอดของเขาหินปูน และมีชื่อเสียงไปทั่วโลกจากภาพยนตร์เรื่องเดอะบีช ที่มาใช้อ่าวมาหยาเป็นสถานที่ถ่ายทำ นอกจากนี้บริเวณเกาะพีพีเลยังเป็นจุดดำน้ำตื้นและน้ำลึกที่สวยงามและเป็นที่นิยมแห่งหนึ่งด้วย

รูปภาพ


เกาะพีพีดอน มีเนื้อที่ประมาณ 28 ตารางกิโลเมตร ทางเหนือของเกาะพีพีคือ แหลมตง เป็นที่ตั้งของ หมู่บ้านชาวเล ประมาณ 15-20 ครอบครัว ส่วนใหญ่อพยพมาจากเกาะลิเป๊ะ จังหวัดสตูล บริเวณแหลมตงนี้ธรรมชาติใต้ทะเลสวยงามมาก เกาะพีพีเหมาะแก่การดำน้ำเช่นเดียวกันกับที่บริเวณปลายแหลมหัวระเกด หาดยาว และหินแพ นอกจากนี้ยังมีเวิ้งอ่าวคู่ที่มีความสวยงาม เกาะพีพีติดอันดับโลกของอ่าวต้นไทร และอ่าวโละดาลัม ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานที่พักจำนวนมาก บริการแก่นักท่องเที่ยวทั่วไป
เกาะพีพีเล มีพื้นที่เพียง 6.6 ตารางกิโลเมตร เกาะพีพีเลไม่มีสิง่อำนวยความสะดวกจากที่พักและร้านอาหาร เพราะ เป็นเกาะเขาหินปูนมีหน้าผาสูงชันตั้งฉากกับพื้นผิวทะเลโดยรอบเกือบทั้งเกาะ ทั้งเกาะมีชายหาดเพียงเล็กน้อย แต่มีจุดเด่นทางธรรมชาติคือ การเป็นจุดดำน้ำตื้นและดำน้ำลุกที่สวยงาม สามารถดำชมได้บริเวณอ่าวปิเล๊ะ และอ่าวโลซะมะ
แหลมตง เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวเลประมาณ 15 - 20 ครอบครัว ส่วนใหญ่อพยพมาจากเกาะลิเป๊ะ ในอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ที่จังหวัดสตูล บริเวณแหลมตงมีธรรมชาติใต้ทะเลที่สวยงาม และบนหาดยังมีที่พักไว้ให้บริการ แก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย
ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือยังมี "ถ้ำไวกิ้ง" เมื่อปี พ.ศ. 2515 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จประพาสถ้ำแห่งนี้ และทรงพระราชทานนามใหม่ว่า "ถ้ำพญานาค" ตามรูปร่างหินก้อนหนึ่งที่คล้ายเศียรพญานาค อันเป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านที่มาเก็บรังนกนางแอ่นบนเกาะแห่งนี้ ภายในถ้ำทางทิศตะวันออกและทิศใต้ พบภาพเขียนสีสมัยประวัติศาสตร์ เป็นรูปช้างและรูปเรือชนิดต่าง ๆ เช่น เรือใบยุโรป เรือใบอาหรับ เรือสำเภา เรือกำปั่น เรือใบใช้กังหัน และเรือกลไฟ เป็นต้น สันนิษฐานว่าภาพเขียนเหล่านี้เป็นฝีมือของนักเดินเรือหรือพวกโจรสลัด เพราะจากการศึกษาเส้นทางเดินเรือจากฝั่งตะวันตกไปยังฝั่งตะวันออก บริเวณนี้อาจเป็นจุดที่เรือสามารถแวะพักหลบลมมรสุมขนถ่ายสินค้าหรือซ่อมแซม เรือได้

รูปภาพ


"เกาะยูง" ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะพีพีดอน มีชายหาดเป็นหาดหินอยู่ทางด้านทิศตะวันออก และมีหาดทรายเล็กน้อยตามหลืบเขา นอกจากนี้ ยังมีแนวปะการังสวยงามชนิดต่าง ๆ และ "เกาะไม้ไผ่" ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะพีพีดอน ไม่ไกลจากเกาะยูงเท่าใดนัก ด้านทิศเหนือและทิศตะวันออกมีหาดทรายสวยงาม และแนวปะการัง ซึ่งส่วนมากเป็นแนวปะการังเขากวางทอดยาวไปถึงทางทิศใต้ของเกาะ นอกจากนี้ บนเกาะยังมีสถานที่กางเต็นท์ไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย


15.หาดป่าตอง จ.ภูเก็ต
เป็นชายหาดที่มีชื้อเสียงมากที่สุดของเกาะภูเก็ต และยังเป็นสถานที่ผักผ่อนที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาผักผ่อนตลอดทั้งปีอีกด้วย ภายในบริเวณมี่บ้านพัก โรงแรม บริษัทนำเที่ยว ร้านค้า ร้านอาหาร แหล่งบันเทิงยามค่ำคืนไว้สำหรับบริการนักท่องเที่ยว ที่อาจจะเรียกได้ว่า เป็นสถานที่ท่องเที่ยว 24 ชม. เลยก็ว่าได้ ณ บริเวณชายหาดยังมีหาดทรายขาวละเอียด เหมาะสำหรับเล่นน้ำทะเล และยังมีกิจกรรมทางทะเล ไม่ว่าจะเป็น เจสกี สปีดโบท และอื่นๆอีกมากมาย ไว้สำหรับรองรับนักท่องเที่ยว อย่างครบครัน

รูปภาพ

จุดเด่น
- เป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมากที่สุดของภูเก็ต
- บริเวณหาดมีเม็ดทรายสีขาวละเอียด
- มีแหล่งช๊อปปิ้ง ร้านอาหาร แพ็คเกจทัวร์ สปา ทั้งขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่เป็นจำนวนมาก
- มีโรงแรมรองรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่เป็นจำนวนมาก
- มีกิจกรรมท่องเที่ยวตามชายหาดทุกรูปแบบ
- สามารถเดินทางข้ามไปยัง หาดพาราไดส์ ภูเก็ต ได้ เพียงไม่กี่นาที เนื่องจากเป็นหาดที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน
- มีแหล่งท่องเที่ยวยามราตรีสำหรับนักท่องเที่ยวทุกรูปแบบและเป็นจำนวนมาก
- มีจุดรับส่งนักท่องเที่ยวหรือแท็กซี่บริการนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก
จุดด้อย
- ที่จอดรถมีจำนวนมากแต่ก็ยังไม่ยังไม่พอสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนมาก
- ช่วงเทศกาลพิเศษจะมีนักท่องเที่ยวหนาแน่นมาก

รูปภาพ

การเดินทาง
การเดินทางมายังหาดป่าตองสามารถมาถึงได้จากสามทางหลัก หากเดินทางมาจากตัวเมืองโดยนับจาก"สนามกีฬาสุระกุลภูเก็ต" จะใช้เวลา ประมาณ 25 นาที หรืออีกเส้นทางที่สองสามารถเดินทางจากหาดกะรนจะใช้เวลาประมาณ 20 นาที และอีกเส้นทางที่สามสามารถเดินทาง มาจากหาดกมลาโดยจะใช้เวลาประมาณ 20 นาทีเช่นกัน โดยทั้งสามทางสามารถเดินทางไปถึงหาดได้ทั้งรถยนต์และ รถจักรยานยนต์


รูปภาพ


:o
รูปภาพ


ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน