Pre-Wedding Location สุดฟิน! ใน กทม.

Wedding Articles เรื่องราวและบทความมากมาย ที่รวบรวมไว้ที่นี่ งานวิวาห์.com
ภาพประจำตัวสมาชิก
admin
โพสต์: 61
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 06 พ.ค. 2015 4:02 pm

Pre-Wedding Location สุดฟิน! ใน กทม.

โพสต์โดย admin » อังคาร 26 พ.ค. 2015 3:45 am

งานวิวาห์.Com ได้รวบรวม สถานที่ ถ่ายภาพ Pre-Wedding ที่ฮอตฮิต ติดลมบน ทั้งใน กรุงเทพฯ มาไว้ให้"ฟิน"
และเป็นอีกทางเลือกสำหรับว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวในอนาคต

:!:

1.พระราชวังพญาไท
พระราชวังพญาไท หรือ วังพญาไท ตั้งอยู่ที่ริมคลองสามเสน ถนนราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น พระราชทานนามให้ว่า "พระตำหนักพญาไท" หรือ "วังพญาไท" ต่อมาในรัชกาลที่ 6 ได้รับการสถาปนาเป็นพระราชวังพญาไท โดยมีพระที่นั่ง 5 องค์ มีชื่อคล้องจองกัน ได้แก่
- พระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน
- พระที่นั่งพิมานจักรี
- พระที่นั่งศรีสุทธาวาส
- พระที่นั่งเทวราชสภารมย์
- พระที่นั่งอุดมวนาภรณ์

นอกจากนี้ ยังมีพระตำหนักองค์น้อย เป็นเรือนไม้สักสองชั้น พระราชทานนามว่า "พระตำหนักเมขลารูจี" ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเป็นที่ประทับ ระหว่างการออกแบบก่อสร้างพระที่นั่งองค์อื่นๆ ซึ่งงดงามมากๆ

รูปภาพ


2.Asiatique The Riverfront สาทร
แหล่งท่องเที่ยวและช้อปปิ้งไลฟ์สไตล์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่าง เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ (ASIATIQUE, The Riverfront) ถือกำเนิดขึ้น ภายใต้แนวคิด Festival Market and Living Museum แหล่งท่องเที่ยวและไลฟไสตล์ช้อปปิงริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย เป็นพื้นที่ซึ่งได้ออกแบบให้พร้อมด้วยองค์ประกอบหลากหลาย เพื่อรองรับและเติมเต็มความต้องการของนักท่องเที่ยวและคนหลากหลายกลุ่มได้อย่างครบครัน ด้วยรูปลักษณ์ที่ตอบโจทย์ บวกกับบรรยากาศและทัศนียภาพที่แปลกใหม่ สวยงาม รวมถึงตกแต่งด้วยสไตล์สถาปัตยกรรมในช่วง พ.ศ. 2450 ถึง พ.ศ. 2490 จึงไม่แปลกที่ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ จะกลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ในระยะเวลาไม่นาน ด้วยสีสันแห่งประวัติศาสตร์ เสน่ห์ย่านการค้าที่พร้อมเปิดตัวกว่า 1,500 ร้าน ความอร่อยที่มีระดับจากหลากหลายร้านอาหารชื่อดังกว่า 40 ร้าน และโชว์พิเศษต่าง ๆ ที่พร้อมสร้างความประทับใจ ประกอบด้วย
- ย่านเจริญกรุง ประกอบไปด้วย ร้านขายของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว และสินค้าของตกแต่งบ้าน ที่สวยงามหลากหลาย อีกทั้งยังมีโรงละคร ที่รองรับผู้ชมได้กว่า 400 ที่นั่ง สำหรับผู้ที่ชื่นชอบศิลปวัฒนธรรมไทยกับหุ่นละครเล็ก โจหลุยส์ หรือโชว์สุดอลังการจากคาลิปโซ่ รวมถึงร้านอาหารชั้นนำ
- ย่านกลางเมือง เป็นลานจัดกิจกรรมกลางแจ้ง และโซนอาหารนานาชาติ ที่รวบรวมอาหารขึ้นชื่อจากประเทศต่าง ๆ ในบรรยากาศง่าย ๆ สบาย ๆ พร้อมรื่นเริงไปกับ เครื่องดื่มและเบียร์เย็น ๆ ที่ Asia House
- ย่านโรงงาน เป็นแหล่งพบปะสังสรรค์แห่งใหม่บนถนนเจริญกรุง ที่รวบรวมร้านอาหาร ผับ และร้านค้ามีสไตล์มากมาย ให้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจหลังเลิกงาน พรั่งพร้อมไปด้วยสินค้าแฟชั่น และของประดับตกแต่งให้เลือกซื้ออย่างจุใจ ในบรรยากาศสนุกสนานยามค่ำคืน
- ย่านริมน้ำ ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศแบบพาโนราม่า ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีสายลมเย็น ๆ พัดผ่านสร้างความสบาย ด้วยทางเดินริมแม่น้ำที่ยาวกว่า 300 เมตร พบร้านอาหารมีระดับมากมาย ทั้งอาหารญี่ปุ่น อิตาเลี่ยน ไทย จีน และซีฟู้ด


รูปภาพ


3.สะพานพระราม 8
สะพานพระราม 8 เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งที่ 13 ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล มีแนวสายทางเชื่อมต่อกับทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณโรงงานสุราบางยี่ขัน (สำนักงาน กปร. และมูลนิธิชัยพัฒนาในปัจจุบัน) เขตบางพลัด บรรจบกับปลายถนนวิสุทธิกษัตริย์ ใกล้กับธนาคารแห่งประเทศไทย เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร โดยสะพานนี้เกิดจากพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 พระองค์มีพระราชดำริให้กรุงเทพมหานครก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มอีก 1 แห่ง เพื่อบรรเทาการจราจรบนสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้ารองรับการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างฝั่งพระนครกับฝั่งธนบุรี และเป็นจุดเชื่อมต่อโครงการพระราชดำริตามแนวจตุรทิศ
- ด้านการออกแบบ : ความโดดเด่นสวยงามที่เกิดขึ้น ผสมผสานไปด้วยศิลปะแบบไทย ๆ จากแนวคิดในการสร้างเพื่อเป็นพระบรมราชานุสรณ์เฉลิมพระเกียรติในหลวงพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 กรุงเทพมหานครจึงได้อัญเชิญ "พระราชลัญจกร" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำพระองค์ มาเป็นต้นแบบในการออกแบบทางสถาปัตยกรรม
- ส่วนประกอบต่าง ๆ ของสะพานเน้นความโปร่งบาง เรียบง่าย และสวยงาม
- ราวกันตก ซึ่งทำจากโลหะออกแบบเป็นลวดลายที่วิจิตรและอ่อนช้อย จำลองมาจากดอกบัวและกลีบบัวเสาโครงสร้างใต้แผ่นพื้นตกแต่งด้วยลวดลาย ที่จำลองจากดอกบัว
- สิ่งพิเศษสุดของสะพานพระราม 8 ที่สะพานอื่นในกรุงเทพมหานครยังไม่มีก็คือ ที่ปลายยอดเสาสูงของตัวสะพานจะมีจุดชมทิวทัศน์ ซึ่งมีโครงสร้างโลหะกรุกระจก ลักษณะคล้ายดอกบัว


รูปภาพ


4.สวนสาธารณะ สวนวชิรเบญจทัศ หรือ สวนรถไฟ
สวนวชิรเบญจทัศ หรือที่นิยมเรียกว่า สวนรถไฟ เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ มีเนื้อที่กว่า 375 ไร่ ตั้งอยู่ที่ถนนกำแพงเพชร 3 แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร มีเนื้อที่ติดกับสวนสาธารณะอีก 2 สวน คือ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ และสวนจตุจักร อยู่ในความดูแลของกรุงเทพมหานคร (กทม.) และ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยสวนวชิรเบญจทัศ เดิมเคยใช้เป็นสนามกอล์ฟรถไฟ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) สร้างขึ้นตามมติของคณะรัฐมนตรี พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ที่มีมติให้สร้างสวนสาธารณะขึ้นในส่วนของพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการพักผ่อนหย่อนใจและออกกำลังกายของประชาชนทั่วไปและประชาชนในย่านใกล้เคียง โดยได้รับพระราชทานชื่อ สวนวชิรเบญจทัศ จากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2545 ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระชนมายุครบ 50 พรรษา ภายในสวนประกอบด้วย
- เล่นจักรยาน สวนวชิรเบญจทัศ เป็นเล่นสำหรับจักรยานโดยเฉพาะ รอบ ๆ สวน สำหรับผู้ที่นิยมขี่จักรยาน
- อุทยานผีเสื้อและแมลงกรุงเทพฯ เป็นอาคารที่จัดแสดงและเพาะเลี้ยงผีเสื้อและแมลงชนิดต่าง ๆ ขนาดเนื้อที่ 1 ไร่ โดยจัดภูมิทัศน์แบบธรรมชาติ ประกอบด้วยพรรณไม้ต่าง ๆ บ่อน้ำ ลำธาร น้ำตกเล็ก ๆ รวมทั้งพืชพรรณที่เป็นอาหารของผีเสื้อ ภายในตึกจัดเป็นนิทรรศการแสดงเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับผีเสื้อ
- สวนนันทนาการชุมชนสวนรถไฟ เป็นส่วนที่ให้บริการด้านกิจกรรมนันทนาการรูปแบบต่าง ๆ มีสระว่ายน้ำสำหรับเด็กที่ตกแต่งด้วยน้ำพุ สร้างความเพลิดเพลิน
- ค่ายพักแรม เป็นสถานที่ใช้จัดกิจกรรมกลางแจ้งและตั้งค่ายพักแรมของเด็กนักเรียนเยาวชน
- สวนป่าใหญ่ในเมือง เป็นสวนป่าจำลองระบบนิเวศวิทยาของป่าเพื่อทำกิจกรรมการศึกษาธรรมชาติ เพื่อการเรียนรู้ สามารถเข้าถ่ายภาพได้
- เมืองจราจรจำลอง เป็นสถานที่จำลองสิ่งก่อสร้างและสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ในประเทศไทยมารวมกันไว้ อาทิ สะพานพระราม 8, ภูเขาทอง, อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นต้น
- ศูนย์กีฬาวชิรเบญจทัศ เป็นอาคารในพื้นที่ 30 ไร่ ที่เป็นศูนย์รวมของการเล่นกีฬาและออกกำลังกายประเภทต่าง ๆ ครบวงจร เช่น ห้องฟิตเนส, สระว่ายน้ำ, ห้องฝึกโยคะ, สนามเทนนิส, สนามฟุตซอล เป็นต้น
- สวนปิกนิก ฟ้าใส ไม้สวย ด้วยแรงใจ ปตท.สผ. เป็นสถานที่พื้นที่กว่า 4 ไร่ ด้วยการสนับสนุนของบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ปตท.สผ.) สำหรับจัดปิกนิก เป็นลานร่มรื่น มีเตาปิ้งสำหรับปิ้งอาหารทานเองได้ และมีบึงน้ำขนาดใหญ่ให้เช่าเรือพายเล่น
- หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ หรือ สวนโมกข์กรุงเทพ เป็นสาขาของสวนโมกขพลาราม สถานที่ปฏิบัติธรรมและค้นคว้าศึกษาเกี่ยวกับธรรมะ สร้างตามดำริของท่านพุทธทาส อินทปัญโญ
- ศูนย์อาหาร เป็นที่ตั้งของร้านค้าอาหาร เครื่องดื่ม ขนม ต่าง ๆ อยู่บริเวณใกล้ทางเข้าด้านถนนวิภาวดีรังสิต


รูปภาพ


5.มหาวิทยาลัย ABAC บางนา
มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หรือ เอแบค (ABAC) มหาวิทยาลัยเอกชนในเครือคณะภราดาเซนต์คาเบรียล มี 3 วิทยาเขต ตั้งอยู่ที่เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ และ city campus ในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทยที่มีระบบการสอนหลักสูตรนานาชาติ และยังเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีจำนวนศาสตราจารย์มากที่สุดในประเทศไทย โดยมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ พัฒนามาจาก "โรงเรียนอัสสัมชัญพานิชยการ" ซึ่งก่อตั้งในปี พ.ศ. 2512 และได้รับวิทยฐานะเป็น "โรงเรียนอัสสัมชัญบริหารธุรกิจ" ในปี พ.ศ. 2515 สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ต่อมาในปี พ.ศ. 2518 ย้ายสังกัดมาอยู่ทบวงมหาวิทยาลัยโดยเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "วิทยาลัยอัสสัมชัญบริหารธุรกิจ ) " หรือ Assumption Business Administration College ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเอแบค (ABAC) และเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2533 ได้รับการเลื่อนวิทยฐานะเป็นมหาวิทยาลัย และได้ชื่อว่า "มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ" นอกจากตึกสวยๆ ทั่วทั้งมหาวิทยาลัยแล้ว ยังมีอุทยานพฤกษา ที่มีต้นไม้เขียวครึ้ม มีน้ำตกเย็นสบาย เหมือนเข้าไปอยู่ในธรรมชาติมากๆ และบรรยากาศผ่อนคลายสุดๆ


รูปภาพ


6.ร้านอาหาร Chocolate Ville แถวเกษตรนวมินทร์
Chocolate Ville ร้านอาหารบรรยากาศดีย่านเกษตร-นวมินทร์ โดยร้านตั้งอยู่ที่ เกษตร-นวมินทร์, กรุงเทพมหานคร บึงกุ่ม ซึ่งมีรูปแบบอาหารสไตล์ อาหารไทย และอาหารฝรั่ง ด้วยบรรยากาศการตกแต่งภายในร้านที่สวยเก๋ จำลองคล้ายหมูบ้านสไตล์ยุโรป มีมุมสวยๆ ให้ถ่ายรูปหลายมุม รับรองว่าจะถ่ายรูปจนเพลิน อาจลืมรับประทานอาหารไปเลยทีเดียว ใครมา chocolate ville ส่วนใหญ่จะเห็นพกกล้องติดตัวมาด้วยทุกคน เสมือนเป็นร้านอาหารที่เน้นให้มาถ่ายภาพไปในตัว
- เริ่มตื่นเต้นตั้งแต่ขับรถผ่านและเห็นกังหันลมอันใหญ่ตั้งอยู่ด้านหน้า ผ่านเข้าไปในร้านก็เห็นบ้านหลังน้อยสีแดงโดดเด่นซึ่งจำลองเป็น gas station แค่จุดแรกก็หยุดถ่ายรูปกันจนเพลิน
- บ้านสีพาสเทลสดใส ถ้ามา chocolate ville และต้องการมาถ่ายภาพแบบคนไม่เยอะก็ให้มาตั้งแต่บ่าย3 ซึ่งร้านจะเปิดให้ถ่ายรูปได้ตั้งแต่เวลานี้ แต่เปิดให้เข้าไปจองโต๊ะนั่งหรือรับประทานอาหารตั้ง 4 โมงเย็นเป็นต้นไป
- เดินข้ามสะพานไปยังอีกโซนหนึ่ง ดีไซน์ของสะพานเหมือนสะพานข้ามแม่น้ำในยุโรป
- ร้าน chocolate ville กว้างขวางพอสมควร เหมือนเป็นอาณาจักรหนึ่งเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะโซนนี้ได้รับความสนใจมาเป็นพิเศษ เพราะมีบ้านไม้ที่สร้างสไตล์ยุโรปเรียงกันเป็นแถวยาว
- รวบรวมมุมเก้าอี้ที่ตกแต่งทั้งภายนอกและอยู่ในบ้าน แต่ละหลังมีให้ถ่ายภาพเยอะมากๆ ภายในร้านมีมุมของกระจุกกระจิกตกแต่งร้านน่ารักหลายมุม
- โซนนี้นั่งจิบไวน์ชมวิวริมน้ำ ได้บรรยากาศไปอีกแบบ
ร้าน chocolate ville ถือว่าเป็นร้านอาหาสไตล์ food travel ที่นอกจากจะได้นั่งชมวิวบรรยากาศ และได้อิ่มท้องแล้ว ยังสามารถเก็บภาพ ชมบรรยากาศเก๋ๆ ได้เพลิดเพลิน และตื่นตา ตื่นใจ กับหมู่บ้านขนาดย่อมที่ได้ถูกเนรมิตขึ้นมาสำหรับการถ่ายภาพโดยเฉพาะ


รูปภาพ


7.ฌ็องเซลิเซ่ ติวานนท์
ตั้งอยู่ที่ ถนนติวานนท์ ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เป็นโครงการคอนโดสไตล์ฝรั่งเศล ฌ็องเซลิเซ่ อเวนิว มีแนวความคิดจากสถาปัตยกรรมยุโรป ในถนนสายประวัติศาสตร์ใจกลางประเทศฝรั่งเศส ถนนฌ็องเซลิเซ่ หรือชื่อเดิม Avenue De Champs Elysees ซึ่งหมายถึง ถนนที่มีทางเท้ากว้าง มีต้นไม้ร่มรื่น เป็นที่พักผ่อนเดินเล่นของคนเมือง มีอาคารเรียงรายอยู่สองข้างทาง เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมหินอ่อน สุดอลังการ, งดงาม และล้ำค่า เป็นแบบอย่างที่งดงามของ ฌ็องเซลิเซ่ อเวนิว ด้วยสถาปัตยกรรมของแต่ละอาคารในฌ็องเซลิเซ่ อเวนิวนั้นแตกต่างกันไป โดยมีอาคารทั้งหมด 7 อาคาร ตกแต่งตามแบบของสถานที่สำคัญต่างๆ เช่น เวนิช แวร์ซายส์ ทัชมาฮาล อเล็กซานเดรีย อียิปต์ โรม และเดอะพาเลส ออฟ ซันซิตี้ ซึ่งโครงการติดถนนใหญ่บนพื้นที่กว่า 20 ไร่ที่มาพร้อมสถาปัตยกรรมแบบเรอนาซอง ประดับประดาด้วยรูปปั้นกรีก-โรมันตลอดทั้งโครงการ โครงการฌ็องเซลิเซ่ ออกแบบโดยใช้แนวคิดจากยุโรปโดยได้แรงบันดาลใจจากถนนฌ็องเซลิเซ่ของฝรั่งเศสที่หมายถึงทางเท้ากว้างที่มีต้นไม้ร่มรื่น นอกจากเป็นที่อยู่อาศัยแล้วยังเป็นที่พักผ่อนให้กับคนเมือง พร้อมร้านค้าและธุรกิจในโครงการที่เหมือนเมืองย่อส่วน‎


รูปภาพ



8.ทางเชื่อมสกายวอกล์ รถไฟฟ้า ถ.สาธร
โครงข่ายทางเดินลอยฟ้า หรือ ซูเปอร์สกายวอล์ค (SuperSkywalkSystem) หากให้นึกถึงสกายวอล์คที่สวยที่สุดในเมืองไทย! “สกายวอล์คนราธิวาส-ตัดสาทร” หรือที่หลายคนเรียกว่า “สะพานช่องนนทรี”คงเป็นคำตอบที่คู่ควรที่สุดจริงๆ เพราะสกายวอล์คที่นี่โดดเด่นสุดๆด้วยโครงเหล็กโค้งคล้ายสะพานแขวน รอบบริเวณรายล้อมด้วยตึกระฟ้าสูงใหญ่ ให้มุมมองของกรุงเทพฯในแบบที่แตกต่าง ที่นี่จึงเป็นแลนด์มาร์คสมัยใหม่อีกหนึ่งแห่งที่ใครต่อใครต่างก็นิยมมาถ่ายภาพ เพราะ Background แจ่มมาก สวยจริงๆ คอนเฟิร์ม! และเพื่อให้คนกรุงเทพฯ มีทางเดินลอยฟ้าที่ปราศจากสิ่งกีดขวางการเดินเป็นระยะทางรวม 50 กิโลเมตร โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจ “กรุงเทพฯ ก้าวหน้า” ซึ่งมุ่งแก้ปัญหาใหญ่ของกรุงเทพฯ อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับคนเดินเท้าในเวลากลางคืน ตลอดแนวเส้นทางโครงข่ายซูเปอร์-สกายวอล์คจะมีไฟฟ้าส่องสว่าง พร้อมกับกล้องวงจรปิดที่คอยตรวจจับความเคลื่อนไหว สถานที่ตั้ง : สกายวอล์คนราธิวาส-ตัดสาทร ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกถนนนราธิวาสราชนครินทร์ตัดกับถนนสาทร เขตสีลม กรุงเทพฯ
- สกายวอล์คแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นทางเดินลอยฟ้าที่เชื่อมระหว่างสถานีรถไฟฟ้า BTS ช่องนนทรี และรถ BRT สถานีสาทร สามารถเดินถึงกันได้อย่างสะดวก!
- เป็นสถานที่ที่เปิดกว้างสำหรับพักผ่อนหย่อนใจหรือจะเล่นกีฬาก็ได้ แต่ไม่อนุญาตให้มีการค้าขายสินค้า!


รูปภาพ


9.สวนหลวง ร.9
ถ้าอยากไปชมดอกไม้สวย ๆ งดงามตระการตาในเมืองกรุง ชื่อของ "สวนหลวง ร.9" คงอยู่ในลิสต์อันดับแรก ๆ เพราะเป็นสวนสาธารณะและสวนพฤกษศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ มีพื้นที่ทั้งหมด 500 ไร่ ประกอบด้วยอาคารเทิดพระเกียรติ สวนพฤกษศาสตร์ และสวนตกแต่งหลากสไตล์ นอกจากนี้ในช่วงปลายปีก็จะมีการจัด "งานพรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.9" ขึ้นเป็นประจำ โดยสวนหลวง ร.9 เป็นสวนสาธารณะและสวนพฤกษศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพมหานคร อยู่ในแขวงหนองบอน เขตประเวศ ทางตะวันออกของกรุงเทพมหานคร จัดสร้างเพื่อสร้างเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในศุภมงคลสมัยเจริญพระชนมพรรษาครบรอบ 60 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2530 ปัจจุบันมี หม่อมหลวงชนะพันธุ์ กฤดากร เป็นประธานคณะกรรมการบริหารสวนหลวง ร.๙ ซึ่งมีการจัดแบ่งพื้นที่ภายในสวนหลวง ดังนี้
- บริเวณเฉลิมพระเกียรติ ประกอบด้วยหอรัชมงคล และอุทยานมหาราช ภายในหอรัชมงคลจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ และเครื่องใช้ส่วนพระองค์
สวนพฤกษศาสตร์ เป็นวัตถุประสงค์สำคัญในการจัดสร้างสวนหลวง ร.9 แห่งนี้ เนื้อที่รวม 150 ไร่ มีการจัดพันธุ์ไม้หลักอนุกรมวิธานและนิเวศวิทยา และยังเป็นที่รวบรวมไม้พันธุ์ต่างๆ ของไทย รวมทั้งไม้ที่หายาก และสมุนไพรต่างๆ พร้อมทั้งสวนนานาชาติ เช่น สเปน ฝรั่งเศส อิตาลี ญี่ปุ่น และอังกฤษ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันจันทร์-เสาร์ บริเวณนี้มีอาคารต่าง ๆ ดังนี้
@หอพฤกษศาสตร์ เป็นที่เก็บรวบรวมตัวอย่างพันธุ์ไม้และเอกสารเกี่ยวกับพันธุ์ไม้
@อาคารถกลพระเกียรติ เป็นที่ประชุม สัมมนาทางวิชาการ และจัดกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดปี
@อาคารพันธุ์ไม้ทะเลทราย (จิโอเดสิกโดม) และภายนอกอาคารเป็นที่รวมพันธุ์ไม้ทะเลทราย และไม้อวบน้ำต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
@อาคารพันธุ์ไม้ในร่ม ภายในอาคารปลูกประดับด้วยไม้ในร่มนานาชนิด นอกจากนี้ยังมีเรือนเฟิร์นและกล้วยไม้ สำหรับรวบรวมพันธุ์เฟิร์นและกล้วยไม้ชนิดต่าง ๆ
- ตระพังแก้วเก็บน้ำ มีเนื้อที่ 40 ไร่ เป็นที่พักเก็บน้ำเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมขังบริเวณเมืองชั้นใน ใช้ประโยชน์เพื่อการกีฬาทางน้ำ ตลอดจนอนุรักษ์สัตว์น้ำ มีบริการเรือพาย และจักรยานน้ำ
- สวนรมณีย์ เนื้อที่ 50 ไร่ เป็นการจัดสวนเพื่อเลียนแบบธรรมชาติท้องถิ่น มีน้ำตก ลำธาร ตกแต่งด้วยวัสดุ พันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ และสัญลักษณ์เฉพาะท้องถิ่นนั้นๆ บริเวณนี้ยังมีสวนจีน ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยสร้างน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสวนเชิงผา
- สวนน้ำ เนื้อที่ 40 ไร่ เป็นที่รวบรวมพันธุ์ไม้น้ำสวยงามหลากชนิดปลูกไว้ในลำธาร และบริเวณริมสองฝั่ง
- สนามราษฎร์ และ ลานอเนกประสงค์ เนื้อที่ประมาณ 70 ไร่ ประกอบด้วยพื้นที่ลานสนามกว้าง และเวทีกลางแจ้ง เป็นสถานที่จัดการแสดงทางวัฒนธรรม ประเพณีและประกวดผลิตผลทางการเกษตร
- อาคารพันธุ์ไม้ทะเลทราย เป็นที่รวบรวมพันธุ์ไม้ทะเลทราย และไม้อวบน้ำทั้งของไทย และต่างประเทศ


รูปภาพ


10.ร้านกาแฟน่ารัก Agalico สุขุมวิท51
"อะกาลิโก" ซึ่งตรงกับภาษาบาลี แปลว่า (พระธรรม)ไม่ประกอบด้วยกาล หรือการไม่ยึดติดกับเวลา ชื่อนี้เป็นที่มาของร้าน "Agalico" ร้าน อะกาลิโก อยู่ภายในซอยสุขุมวิท 51 ห่างจากถนนสุขุมวิทประมาณ 100 เมตร การเดินทางสะดวกมาก ด้วยรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีทองหล่อ โดยร้านตั้งอยู่ภายในอาคาร "บุญจิราธร" ซึ่งพระราชหัตวเลขาสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนาม "หม่อมเจ้าหญิง บุญจิราธร" พระธิดาในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าชุมพลสมโภช กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ สลักไว้บนหินอ่อนด้านหน้าทางเข้า ซึ่งของตกแต่งภายในร้านดูหรูหรา และการตกแต่งร้านในสไตล์โคโลเนียลโทนสีขาว สะอาดตามากๆ โดยมีกระจกโดยรอบ มองออกไปยังสวนสีเขียวด้านนอกห้องแอร์ได้อย่างสบายตา เฟอร์นิเจอร์สวยๆ ที่นี่ถูกจัดวางได้อย่างลงตัว บริเวณใกล้เคียงยังมีน้ำพุ ซึ่งตกแต่งไว้อย่างลงตัว และดูสดชื่น ทำให้ลืมคิดไปเลยว่าร้านแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ กล่าวได้ว่า Agalico มีบรรยากาศภายในร้าน เน้นโทนสีขาวสะอาดตา รวมถึงอุปกรณ์ แก้ว หรือกาน้ำชา ล้วนเป็นสีขาวทั้งหมด ที่นั่งแบ่งเป็นสัดส่วน มีทั้งโต๊ะนั่งธรรมดา และโซฟายาวพร้อมหมอนอิงพิงสบาย ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน หากเป็นคนที่ชอบแสงแดดและธรรมชาติก็สามารถออกไปนั่งบริเวณสวนด้านนอก พร้อมชื่นชมกับความงามของสวนสวย แถมยังนำ ของสะสมเก๋ๆ ออกมาโชว์อย่างไม่มีหวงอีกด้วย ความพิเศษของร้านนี้นอกจากจะอยู่ที่เบเกอรี่หลากชนิด ที่เปิดให้คุณแวะมาลองชิมได้ในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์แล้ว ในวันจันทร์-วันพฤหัสบดี ทางร้านจะเปิดจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์และให้เช่าสถานที่ในการถ่ายภาพเวดดิ้งอีกด้วย


รูปภาพ

:ugeek:

ย้อนกลับไปยัง

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน