หน้า 1 จากทั้งหมด 1

The ring she will love แหวนแต่งงานของแทนใจของคู่รัก

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ 17 พ.ค. 2015 7:06 pm
โดย admin
แหวนหมั้น หรือแหวนแต่งงาน เป็นหนึ่งในสิ่งแทนใจสำคัญของคู่รัก เพราะนอกจากจะสื่อถึงความรัก และบอกเล่าเรื่องราวความผูกพันของกันและกัน ยังเป็นสิ่งเตือนใจ และเป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก ที่แม้เวลาผ่านไปนานเท่าไร คุณค่าของสิ่งนี้จะยังคงอยู่ เช่นเดียวกับความรักที่เกิดขึ้นระหว่างคนสองคน โดยแหวนแต่งงานยังสะท้อนให้เห็นถึงบุคลิก รสนิยม และความเป็นตัวของคุณเอง รวมทั้งยังเป็นทรัพย์สินที่ส่งต่อเป็นมรดกตกทอดแก่ลูกหลานได้อีกด้วย แหวนแต่งงานนับเป็นสัญลักษณ์สำคัญของคู่แต่งงาน โดยระหว่างคู่บ่าวสาวนั้นก็จะต้องมีการแลกเปลี่ยนแหวนระหว่างกัน เปรียบเสมือนคำสัญญาและการมอบตัวแทนระหว่างกันและกัน ซึ่งโดยมากคู่สมรสก็มักจะสวมแหวนแต่งงานนี้ติดตัวไปตลอดชีวิตคู่อีกด้วย ดังนั้นการคัดเลือกแหวนแต่งงานมาใช้ในพิธีแต่งงานจึงนับว่าเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมาก
:D



รูปภาพ


โดยปัจจุบันคู่แต่งงานนิยมเลือกดีไซน์ของแหวนให้คล้ายๆกัน เช่น ทำจากวัสดุชนิดเดียวกัน ดีไซน์เหมือนกัน แต่อาจต่างกันตรงที่ขนาดแหวน เป็นต้น สำหรับคู่แต่งงานที่มีรสนิยมคนละแนวอาจจะเลือกดีไซน์ในแบบที่แต่ละคนชอบ แต่ใช้วัสดุชนิดเดียวกันก็ได้ แต่ที่สำคัญ คือ ดีไซน์ที่คุณเลือกจะต้องสร้างความมั่นใจยามสวมใส่ ลองมาดูกันว่า การที่จะพิจารณาเลือกแหวนแต่งงานสักวงนั้น ประกอบด้วยปัจจัยอะไรบ้าง


1.รูปแบบที่ชอบ
ต้องพิจารณาว่าดีไซน์ของแหวนเข้ากันกับบุคลิก การแต่งตัวในชีวิตประจำวัน หรือความชอบของคุณหรือไม่ ซึ่งโดยทั่วไปแหวนแต่งงานจะมีรูปแบบหลักๆอยู่แล้ว คุณอาจจะเลือกแบบที่คุณชอบจากดีไซน์เหล่านี้ก่อน แล้วค่อยให้ดีไซน์เนอร์ปรับเปลี่ยนให้ เพื่อให้เป็นในแบบของคุณเอง

1.1 แหวนเม็ดเดี่ยว (Solitaire)
เป็นแบบแหวนเพชรที่นิยมใช้ในการหมั้นหมาย เพชรเม็ดเดี่ยวสื่อถึงความหมายว่ารักเดียวใจเดียว โดยมากรู้จักกันในนามแหวนเพชรเม็ดชู ที่เน้นความเรียบง่ายที่ตัวเรือน เพื่อให้เพชรได้แสดงตัวตนมากที่สุด โดยจะให้ความสำคัญที่ตัวเพชร เรื่องขนาด สี ลักษณะเหลี่ยมมุุม ความสะอาดของเพชรว่าเป็นอย่างไร ซึ่งเพชรกลมเหลี่ยมเกสร ซึงถือว่าเป็นอมตะของรูปทรงแห่งเพชร มักจะได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ฉะนั้นแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวนี้จึงเป็นที่นิยมมอบให้กับเจ้าสาวมาตลอด เนื่องด้วยความหมายดี และมีคุณค่า

1.2 แหวนเพชรรอบนิ้ว (Eternity)
ลักษณะของแหวนเพชรรอบ หรือ Eternity ring (Infinity rings)คือ แหวนที่มีเพชรอยู่รอบๆนิ้ว ไม่มีจุดเริ่มต้น และไม่มีจุดสิ้นสุด ความหมายของแหวน คือ รักที่ไม่มีวันสิ้นสุด โดยใช้เป็นแหวนหมั้น แหวนแต่งงาน หรือเป็นข้อพิสูจน์ถึงเหตุการณ์ที่สำคัญในความสัมพันธ์ที่โรแมนติก และสามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน

1.3 แหวนเกลี้ยง (Classic )
แหวนเรียบเกลี้ยง เป็นสัญลักษณ์ของวงกลม ที่เป็นตัวแทนของคำมั่นสัญญาว่าจะมั่นคงตลอดไป โดยรูปแบบจะแตกต่างกันที่ขนาดความกว้างของตัวเรือน รูปทรงการดัดโค้ง และสีสัน ซึ่งแหวนเกลี้ยงเจ้าบ่าวจะนิยมเป็นผู้ที่สวมใส่

1.4 แบบแหวนหมั้นเพชรสามเม็ดเรียง (3 stone ring)
แหวนหมั้นเพชรสามเม็ดเรียง เป็นตัวแทน อดีต ปัจจุบัน และอนาคต สื่อถึงความรักที่อยู่เหนือการเวลา เหมาะสมกับสำหรับคู่รักที่มีประวัติยาวนาน แหวนแบบนี้สามารถเป็นตัวเตือนถึงประสิทธิภาพของความรักที่ได้มีร่วมกันมานานปี และสำหรับการเริ่มต้นชีวิตคู่ร่วมกันอาจจะเป็นสัญญาของความรักที่จะยังคงมีซึ่งกันและกันตลอดไป

1.5 แบบแหวนสามวง (Trinity ring)
เป็นตัวแทนการปฏิบัติของคริสเตียน ที่เคารพบูชาพระเจ้าตามพระทรีนีตี้ : พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ แหวนจะถูกเชื่อมโยงกัน และไม่สามารถแบ่งออกจากกันได้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความเชื่อในศาสนาคริสต์ โดยสื่อความหมายถึง ความสามัคคี กลมเกลียวไม่แตกแยกออกจากกัน ความผูกพันธ์ที่มีต่อกันและกัน ซึ่งจะมีเพชรฝังอยู่กับตัวเรือน หรือจะไม่มีก็ได้


2.ลักษณะของนิ้ว
เลือกแหวนโดยพิจารณาจากลักษณะของนิ้ว
- นิ้วผอมเล็ก หรือนิ้วสั้น เหมาะกับแหวนหน้ากว้างและยาว เช่น อัญมณีรูปไข่ หยดน้ำ หัวใจ และประดับด้วยเพชร หรือพลอยเม็ดเล็ก หลาย ๆ เม็ด
- ส่วนข้อนิ้วใหญ่ หรือนิ้วอวบ เหมาะกับแหวนขอบมน และอัญมณีทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่กับทรงกลม
- นิ้วเรียวยาว ก็สามารถเลือกได้เลยตามใจชอบ เพราะเหมาะกับแหวนทุกรูปแบบอยู่แล้ว
- แหวนที่หน้าแคบมากๆ ไม่เหมาะกับมือที่กว้าง และใหญ่ เพราะจะทำให้มองแหวนไม่ค่อยเห็น
- แหวนที่มีลักษณะแบนเรียบ หน้าตัด จะดูสวยกว่าบนนิ้วที่เรียวยาว
- แหวนที่มีดีไซน์มีช่องโปร่ง จะให้ความรู้สึกบางเบา เหมาะบนมือที่กว้าง
- แหวนที่มีเพชรหรือพลอยเม็ดใหญ่ ก็เหมาะกับมือที่มีขนาดใหญ่
- สำหรับคนที่มีมือที่เล็กและผอมบางจะเหมาะกับแหวนที่มีเพชร หรือพลอยประดับเม็ดเล็กๆ หลายๆเม็ด


3.โลหะที่ใช้ทำแหวน
ต้องคำนึงถึงโลหะที่ใช้ทำแหวน เนื่องจากจะได้สีที่ชอบ และคุณสมบัติตามต้องการ
- แหวนทอง ก็ยังต้องพิจารณาความเข้ม-อ่อนของสีที่แตกต่างกันไปตาม % ของเนื้อทอง เช่น 14K, 18K หรือ 24K เป็นต้น โดยทองที่นิยมนำมาทำแหวนหมั้น หรือแหวนแต่งงาน มีด้วยกัน 2 สี คือ ทองสีทอง(Yellow Gold) และทองขาว (White Gold) ซึ่งขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล แต่ขอแนะนำว่า ถ้าเป็นคนผิวขาว หรือผิวเหลือง ควรจะใส่ทองสีขาว (White Gold) เพราะจะทำให้เพชรของคุณดูขาวสวยงาม แต่ถ้าเป็นคนผิวสองสี หรือผิวคล้ำ ขอแนะนำให้ใช้สีทอง (Yellow Gold) เนื่องจากจะช่วยขับสีผิวของคุณให้ดูสวย ส่วนความบริสุทธ์ของทองที่แนะนำสำหรับทำตัวเรือน ควรเป็นทองที่มีความบริสุทธิ์ 75% หรือ 18K เนื่องจากทองที่มีความบริสุทธิ์ 75% นั้น จะมีความแข็งทำให้จับเพชรได้แข็งแรง ไม่หลุดร่วงง่ายขณะสวมใส่
- แหวนทองคำขาว หรือแพลตทินัม เป็นโลหะอีกชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาทำตัวเรือนสำหรับแหวนหมั้นและแหวนแต่งงาน ซึ่งเป็นโลหะสีขาว มีความบริสุทธ์มาก (ความบริสุทธ์ประมาณ 95%) มีความแข็ง ทนทาน แต่หนัก ซึ่งจะหนักกว่าทอง 18K และก็มีราคาที่สูง โดยมีราคาสูงกว่าทอง 18K อยู่ประมาณ 3 เท่า

รูปภาพ
4.ประดับอัญมณีในแหวน
4.1 ยึดหลัก 4C
สำหรับการเลือกแหวนหมั้นก็ใช้หลักการเดียวกันกับการเลือกแหวนแต่งงาน โดยยึดกฎ 4C เป็นหลัก เริ่มต้นจากสีจะต้องใส ซึ่งเพชรน้ำขาวจริงๆ จะจัดอยู่ในเกรด D และหากเป็นไปได้ควรจะเป็นเพชรที่สะอาดไม่มีร่องรอยของจุดด่างดำ หรือตำหนิใดๆ นอกจากนี้ เพชรจะเฉิดฉายส่องประกายความงามได้นั้นก็ยังขึ้นอยู่กับการเจียระไน ซึ่งเพชรที่ดีที่สุดจะต้องส่องประกายแสงกลับคืนตาได้มากที่สุด ทั้งนี้น้ำหนักควรจะพอดีกับขนาด และรูปนิ้วจึงจะถือว่าสวยงาม และเหมาะสม

4.2 ลดขนาด และน้ำหนัก
หมายถึงจำนวนกะรัตของเพชรเม็ดโตที่อยู่บนแหวน และหากใช้เป็นแหวนสำหรับการหมั้นเท่านั้น อาจจะลดจำนวนกะรัตลงเล็กน้อย อย่างเช่น จาก 1 กะรัต เป็น 0.96 กะรัต ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ซื้อแหวนหมั้นในราคาที่ถูกลง และมีขนาดกับน้ำหนักที่ใกล้เคียงกับความต้องการ นอกจากนี้ ยังได้แหวนที่มีคุณภาพด้วย

4.3 เลือกดีไซน์ที่แตกต่าง
เพชรกลม เป็นแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะถ้าหากต้องการความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ก็อาจเลือกรูปทรงที่แปลกออกไป เช่น สี่เหลี่ยม หยดน้ำ หัวใจ มาคีย์ หรือเม็ดข้าวสาร เป็นต้น โดยความแตกต่างเหล่านี้ยังช่วยให้เพชรเม็ดงามบนเรือนแหวนดูใหญ่ขึ้นด้วย เพราะแสดงให้เห็นพื้นผิวที่มากกว่า แม้ว่าเพชรดังกล่าวจะมีน้ำหนักน้อยก็ตาม แต่รูปแบบของเพชรทรงต่าง ๆ ก็มีข้อเสียอยู่เช่นเดียวกัน ได้แก่ ทรงหยดน้ำไม่ค่อยเล่นแสงมากนัก โดยเฉพาะในเวลาที่เนื้อเพชรค่อนข้างบาง ส่วนมุมของเพชรทรงสี่เหลี่ยมก็เสี่ยงต่อการแตกหักได้ง่ายหากขูดขีด หรือโดนกระแทก

4.4 ประเมินคุณภาพให้รอบด้าน
การประเมินการเรืองแสงของเพชร ซึ่งสามารถทดสอบได้โดยรังสีอัลตราไวโอเลต ถ้าหากสีที่ปรากฏเป็นสีฟ้าอ่อนถึงฟ้าเข้ม ก็แสดงว่าเป็นเพชรแท้แน่นอน ในทางกลับกับหากไม่มีการเรืองแสง หรือเป็นแสงสีฟ้า มีโอกาสเป็นได้ 2 กรณี คือ จัดอยู่ในเพชรคุณภาพดีมาก หรือเป็นเพชรปลอม นอกจากนี้ ยังสามารถสังเกตสัญลักษณ์ Nil หรือ None ในใบรับประกันก็ได้

4.5 ลดความสำคัญของชื่อแบรนด์
ถึงแม้ว่าชื่อแบรนด์ดังๆ จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ซื้อ แต่แหวนที่มาพร้อมกับชื่อแบรนด์ดังๆ นั้น ล้วนผ่านการบวกราคาเพิ่มมาแล้วประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ หรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับผู้ขาย ดังนั้น หากเป็นไปได้ก็ควรจะให้ความสำคัญกับปัจจัยอื่น ๆ มากกว่าชื่อแบรนด์ นอกจากจะได้แหวนหมั้นที่มีคุณภาพแล้ว ยังมีราคาถูกลงด้วย


รูปภาพ
5.หาร้านทำแหวนที่เชื่อถือได้
เพราะแหวนแต่งงานนั้นมีความสำคัญและมักมีราคาที่สูงมาก การตัดสินใจเลือกซื้อแหวนแต่งงานที่ดีจึงควรพิจารณาร้านหรือแหล่งที่เชื่อถือได้เป็นสำคัญด้วย หากเป็นแหวนเพชรก็ควรเลือกร้านค้าที่สามารถขึ้นทะเบียนและออกใบรับประกันเพชรแท้ได้ หรือหากเป็นแหวนทองก็ควรพิจารณาร้านทองขนาดใหญ่ที่น่าเชื่อถือได้ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ได้แหวนแต่งงานคุณภาพดีสมราคานั่นเอง


6.ตั้งงบประมาณ
ก่อนที่คุณจะเลือกดีไซน์ของแหวน ควรจะเริ่มด้วยการตั้งงบประมาณเอาไว้คร่าวๆก่อน นอกจากจะช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายแล้ว ยังช่วยให้เลือกแหวนได้ง่ายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของแหวนโลหะ หรือประเภทของอัญมณี โดยราคาของแหวนก็ขึ้นอยู่กับกำลังของแต่ละบุคคล หรือยึดหลัก 3 เท่าของเงินเดือนตามแบบฉบับของทางตะวันตกก็ได้ ขอแนะนำว่าแม้แหวนแต่งงานจะมีความสำคัญต่อชีวิตคู่มากเพียงใด แต่การเลือกแหวนแต่งงานก็ควรพิจารณาขีดความสามารถทางการเงินของคู่บ่าวสาวด้วย เพราะคงเป็นการเริ่มต้นชีวิตคู่ที่มีปัญหาแน่หากเริ่มด้วยปัญหาทางการเงิน


7.คำนึงถึงราคาในอนาคต
หากคิดว่าจะยกให้เป็นมรดกสำหรับ หรือเก็บเอาไว้เพื่ออนาคต ก่อนเลือกซื้อแหวน ควรคำนึงถึงแนวโน้มของราคาที่อาจเป็นไปได้ในอนาคตด้วย เพราะถึงแม้เป็นของเก่าแก่ แต่ถ้ารูปทรงไม่เป็นที่นิยม หรือคุณภาพไม่ได้มาตรฐาน ก็ขายออกยาก หรือทำให้ราคาต่ำลงเช่นกัน และยังด้อยค่าทันทีถ้าเป็นเพชรที่ไม่มีใบรับประกัน


8.เลือกจังหวะเวลาที่เหมาะสม
การเลือกแหวนก็ไม่ต่างกับการซื้อสินค้า หากไม่ได้รีบร้อนอะไรมาก ก็ควรใจเย็น และรอให้ถึงช่วงราคาต่ำลงเสียก่อน ซึ่งจะช่วยประหยัดงบประมาณไปได้ ทั้งทำให้การต่อรองราคากับผู้ขายง่ายขึ้น นอกจากนี้ ในช่วงเดียวกันนี้อาจจะมีโปรโมชัน กับสิทธิพิเศษอีกมากมายที่ถูกนำมาเสนอให้กับผู้ซื้อด้วย

:ugeek:

รูปภาพ